fb
บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี Hapag‑Lloyd เข้าซื้อกิจการบริษัทเดินเรือของอิสราเอล มูลค่า 4.2 พันล้าน USD

บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี Hapag‑Lloyd เข้าซื้อกิจการบริษัทเดินเรือของอิสราเอล มูลค่า 4.2 พันล้าน USD

โดย
Natthapong
ลงเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2569 13:07
สคต. ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) (TTC, Tel Aviv (Israel))
5

Hapag‑Lloyd บริษัทเดินเรือขนาดใหญ่ของเยอรมนี ได้บรรลุข้อตกลงที่จะซื้อ ZIM Integrated Shipping Services ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอล ด้วยมูลค่า ประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 35 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในรูปแบบเงินสดทั้งหมด โดยราคาที่เสนอ สูงกว่าราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ของอิสราเอล ประมาณ 58% ส่งผลให้ก่อให้เกิดความคาดหวังในผู้ถือหุ้นของ ZIM ว่าจะได้ผลตอบแทนสูงจากการขายกิจการนี้
 

มีนักวิเคราะห์ได้ให้มุมมองการซื้อกิจการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการควบรวมแบบเดิม ๆ เพราะมีการแยกธุรกิจที่สำคัญเพื่อให้ผ่านข้อกำหนดที่สำคัญของกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอิสราเอลและในต่างประเทศ 

 

โดยมีประเด็นที่สำคัญ คือ
1. การแบ่งหน่วยธุรกิจ
1.1. Hapag-Lloyd จะรับช่วงธุรกิจ การเดินเรือระหว่างประเทศ ของ ZIM (เช่น เส้นทางจากเอเชียไปอเมริกาและยุโรป) และผนวกรวมเข้ากับเครือข่ายของตนเอง
1.2. FIMI Opportunity Funds ซึ่งเป็นกองทุนเอกชนของอิสราเอล จะซื้อส่วนที่เป็นธุรกิจบริการภายในประเทศของ ZIM พร้อมก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ “New ZIM” เพื่อรับผิดชอบการเดินเรือเข้า-ออกอิสราเอลโดยเฉพาะ
2. “Golden Share” และเหตุผลแบ่งธุรกิจรัฐบาลอิสราเอลถือสิทธิพิเศษที่เรียกว่า “golden share” ซึ่งให้สิทธิพิเศษในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของบริษัทเพราะถือว่าการเดินเรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้ข้อตกลงผ่านการอนุมัติได้ง่ายขึ้น จึงต้องจัดตั้ง New ZIM โดยให้ FIMI รับช่วงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจด้านความมั่นคงนี้


ผลกระทบและความสำคัญ


1. ต่อสายการเดินเรือระดับโลก - หลังดีลนี้เสร็จสิ้น Hapag-Lloyd จะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเรือเกินกว่า 400 ลำ และความจุมากกว่า 3 ล้าน TEU (หน่วยตู้เทียบเท่า 20 ฟุต) ซึ่งช่วยขยายเครือข่ายบริการในเส้นทางหลักทั่วโลก
2. ต่ออิสราเอล - ธุรกิจขนส่งที่เกี่ยวข้องกับ Israel จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทที่ตั้งในอิสราเอล (New ZIM) เพื่อคงความมั่นคงด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ข่าวนี้ยังก่อให้เกิด การถกเถียงทางการเมืองและแรงงาน โดยมีเสียงเรียกร้องจากบางกลุ่มให้รัฐบาลใช้อำนาจแทรกแซงหรือทบทวนเงื่อนไขดีล เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและแรงงาน
3. ตลาดหุ้นและผู้ถือหุ้น - ราคาหุ้นของ ZIM พุ่งขึ้นหลังข่าวนี้ เพราะราคาซื้อเสนอให้ราคาที่สูงกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญในทางกลับกันส่วนของ Hapag-Lloyd อาจได้รับแรงกดดันเล็กน้อยในระยะสั้นเพราะนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับต้นทุนและการควบรวมธุรกิจ

4. ระยะเวลาและการกำกับดูแล - ข้อตกลงนี้ยัง ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ ZIM และหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งในอิสราเอลและต่างประเทศ ก่อนจะเสร็จสิ้นขั้นสุดท้าย ซึ่งคาดว่าการอนุมัติทั้งหมดอาจใช้เวลาถึง ปลายปี 2569 (2026)

 

ความเห็นของ สคต.


สคต. เห็นว่า การควบรวมกิจการครั้งนี้ทำให้ Hapag-Lloyd มีขนาดเครือข่ายเดินเรือที่ใหญ่ขึ้นทั้งเส้นทางหลัก ๆ เช่น เอเชีย –ยุโรป / เอเชีย – อเมริกา และเส้นทางเชื่อมตะวันออกกลาง โดยสำหรับการค้าของไทยที่ส่งออกไป ยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกา นั้น เครือข่ายเรือที่ใหญ่ขึ้นอาจทำให้มี บริการรอบเรือที่แน่นและเร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการส่งออกและนำเข้าของไทยโดยต้นทุนขนส่งอาจมี ความผันผวนน้อยลง เพราะมีตัวเลือกบริการที่กว้างขึ้น เช่น ความคงที่ของตารางเดินเรือ และความหลากหลายของเส้นทางเพิ่มขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ดี ถ้าผลของการรวมกิจการนำไปสู่การลดการแข่งขัน (เพราะมีผู้เล่นน้อยลง) ก็อาจมีแรงกดดันต่อ ค่าระวางเรือ ในบางเส้นทางได้ด้วย แม้ ZIM จะเป็น บริษัทเดินเรือของอิสราเอล แต่ตลาดส่วนใหญ่ของบริษัทอยู่ในระดับโลก (Global Shipping) มากกว่าเฉพาะภายในประเทศอิสราเอล ดังนั้นผลต่อการค้าระหว่างไทยและอิสราเอลโดยตรงอาจไม่เด่นนัก


แต่มีประเด็นที่ต้องสังเกตุ เช่น
1. การเชื่อมต่อขนส่งสินค้า - ถ้าการรวมกิจการทำให้ Hapag-Lloyd ให้บริการกับท่าเรือในอิสราเอลมากขึ้นหรือมีรอบเรือที่ดีกว่าเดิม ก็อาจช่วยให้การส่งออกจากไทย มาอิสราเอลสะดวกขึ้นใช้เวลาการขนส่งสั้นลง
2. ความผันผวนของค่าระวาง - ในช่วงที่ตลาดปรับตัวอาจมีความผันผวนของค่าระวางเรือซึ่งจะส่งผลต่อการนำเข้าและส่งออกของไทยกับอิสราเอลอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับอิสราเอลยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับคู่ค้าใหญ่ ๆ ของไทย (เช่น จีน สหรัฐ ยุโรป) นั่นหมายความว่า
ผลกระทบโดยตรงจะไม่ใหญ่เท่ากับผลกระทบต่อการค้ากับตลาดหลักระดับโลก
3. ความเชื่อมั่นและการลงทุน – ดีลครั้งใหญ่เช่นนี้มักสะท้อนถึง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเส้นทางการค้าระหว่างเอเชีย-ยุโรปและทำให้เกิดความเสถียรของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์มากขึ้น

สำหรับไทยแล้ว สคต. มองว่า บริษัทไทยที่ใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศอาจได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่า
แต่บริษัทขนส่งสัญชาติไทยอาจต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับโครงสร้างบริการของผู้เล่นรายใหญ่มากขึ้นอาจทำให้การขยายธุรกิจของบริษัทต้องคิดในบริบทใหม่ที่จะได้รับผลกระทบจากดีลต่อไป


ผู้ส่งออกหรือนักธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล
ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il


ที่มา : https://www.ft.com/

แปล_วิเคราะห์_2026__Feb_ข่าว1-บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี Hapag‑Lloyd เข้าซื้อกิจการบริษัทเดินเรือของอิสราเอล มูลค่า 4.2 พันล้าน USD.pdf
Share :
Instagram