fb
ทำความรู้จักตลาดซวงฝู (Shuangfu International Agricultural Trade Market) นครฉงชิ่ง
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 07 กรกฎาคม 2569 21:41
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
7
1. ภาพรวมและความสำคัญ
ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรนานาชาติซวงฝู (Shuangfu International Agricultural Trade Market) หรือ “ตลาดซวงฝู” (双福国际农贸城) เป็นตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของนครฉงชิ่ง และเป็นหนึ่งในตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรระดับประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบความมั่นคงทางอาหารของจีน ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ตะกร้าผักและผลไม้” ที่ใหญ่ที่สุดของนครฉงชิ่ง เนื่องจากเป็นศูนย์กลางรวบรวม กระจาย และกำหนดราคาสินค้าเกษตรสำหรับภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
 
ตลาดแห่งนี้ถือเป็นโครงการด้านคุณภาพชีวิตประชาชนที่สำคัญของนครฉงชิ่ง โดยรองรับความต้องการบริโภคของประชากรกว่า 60 ล้านคน ครอบคลุมพื้นที่นครฉงชิ่ง รวมถึงมณฑลเสฉวน มณฑลกุ้ยโจว และมณฑลหูเป่ย นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านสินค้าเกษตรและแนวโน้มตลาด ซึ่งช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรของภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ
 
2. ประวัติความเป็นมาของตลาด
ตลาดซวงฝู (Shuangfu International Agricultural Trade Market) เริ่มก่อสร้างในเดือนกันยายน พ.ศ. 2553 ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 4 พันล้านหยวน บนพื้นที่ประมาณ 2,455 หมู่ หรือประมาณ 163 เฮกตาร์ (ราว 1,023 ไร่) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อย้ายศูนย์ค้าส่งสินค้าเกษตรออกจากตลาดเดิมในเขตเมืองหลักของนครฉงชิ่ง และพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการค้าสมัยใหม่ให้รองรับการขยายตัวของเมือง
 
เดิมกิจกรรมค้าส่งสินค้าเกษตรหลักของนครฉงชิ่งกระจุกตัวอยู่ที่ตลาดผัก Panxi ในเขต Jiangbei ซึ่งเป็นเขตเมืองชั้นในของนครฉงชิ่ง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเมืองและปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้พื้นที่เดิมมีข้อจำกัดด้านการจราจร การจัดเก็บสินค้า และการรองรับรถขนส่งขนาดใหญ่ จึงมีการพัฒนาตลาดซวงฝูขึ้นในเขต Jiangjin เพื่อรองรับบทบาทการเป็นศูนย์กลางค้าส่งสินค้าเกษตรและโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค
 
ตลาดซวงฝูเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 โดยย้ายกิจกรรมทางการค้าจากตลาดผัก Panxi มายังพื้นที่ใหม่ โดยภายหลังเปิดดำเนินการ ตลาดมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2558 ได้เปิดตลาดเฉพาะทางเพิ่มเติม ได้แก่ ตลาดธัญพืช ตลาดน้ำมันพืช และตลาดผลไม้ เพื่อรองรับความต้องการด้านการกระจายสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2563 มีผู้ค้าจากตลาด Caiyuanba ย้ายเข้ามาประกอบธุรกิจในพื้นที่เพิ่มเติม ส่งผลให้ตลาดมีความครบวงจรและมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น
 
จากข้อมูลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตลาดมีปริมาณและมูลค่าการซื้อขายอยู่ในระดับสูงและมีการเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาดในแต่ละปี โดยในปี พ.ศ. 2564 มีปริมาณการค้า 4.5 ล้านตัน มูลค่าการค้า 3,980 ล้านหยวน ปี พ.ศ. 2565 ปริมาณการค้าปรับลดลงเล็กน้อยเหลือ 4.3 ล้านตัน มูลค่า 3,700 ล้านหยวน และในปี พ.ศ. 2566 กลับมาฟื้นตัว โดยมีปริมาณการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 4.6 ล้านตัน และมูลค่าการค้าอยู่ที่ 4,300 ล้านหยวน สะท้อนบทบาทของตลาดซวงฝูในฐานะศูนย์กลางค้าส่งสินค้าเกษตรและโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาคจีนตะวันตกเฉียงใต้
 
3. ขนาด โครงสร้าง และประเภทธุรกิจ
ตลาดซวงฝูได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางค้าส่งสินค้าเกษตรแบบครบวงจร โดยแบ่งพื้นที่ดำเนินงานออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ (1) โซนซื้อขายสินค้า (2) โซนคลังสินค้าและโลจิสติกส์สำหรับจัดเก็บและกระจายสินค้า (3) โซนสำนักงานเพื่อรองรับการบริหารจัดการและกิจกรรมทางธุรกิจ และ (4) โซนบริการและที่พักอาศัย
 
ภายในตลาดประกอบด้วยตลาดเฉพาะทางรวม 26 ตลาด ครอบคลุมสินค้าเกษตร 16 หมวดหมู่ ได้แก่ ผักสด ผลไม้ ธัญพืช น้ำมันพืช เนื้อสัตว์สดและแช่แข็ง อาหารทะเล อาหารแห้ง ไข่ไก่ ดอกไม้ และสินค้าแช่แข็ง เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มผักสดที่มีมากกว่า 70 ประเภทและหลายพันสายพันธุ์ ทำให้ตลาดสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและผู้ค้าจากหลายพื้นที่ได้อย่างครอบคลุ
 
ด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลาดมีคลังสินค้าแช่เย็นขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับสินค้าได้ประมาณ 25,000 ตัน พร้อมคลังเย็นขนาดย่อยอีกกว่า 300 แห่ง เพื่อรองรับการจัดเก็บและรักษาคุณภาพสินค้าเกษตร นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร ได้แก่ ธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร และหน่วยงานกำกับดูแลตลาด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างความมั่นใจด้านมาตรฐานสินค้า
 
4. บทบาทในการเชื่อมโยงไทยและอาเซียนกับตลาดจีน
ตลาดซวงฝูมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูนำเข้าสินค้าเกษตรจากอาเซียนเข้าสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีน โดยใช้แนวคิด “นำเข้าจากอาเซียน – กระจายสู่จีนตะวันตก” โดยผลไม้นำเข้าจากประเทศอาเซียนคิดเป็นประมาณร้อยละ 80 ของผลไม้นำเข้าทั้งหมดในตลาด และในช่วง 10 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2568 มูลค่าการซื้อขายผลไม้อาเซียนอยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านหยวน หรือราว 12,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับประเทศไทย สินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ทุเรียน มังคุด มะพร้าวอ่อน ลำไย และส้มโอ โดยมีผู้ประกอบการรายสำคัญ เช่น Chongqing Shanghao Agricultural Products Co., Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าผลไม้นำเข้ารายใหญ่ของตลาด และมีเครือข่ายโรงงานแปรรูปและระบบโลจิสติกส์ในประเทศไทย สามารถนำเข้าทุเรียนไทยได้มากถึง 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี และมีปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
5. ระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน
จุดแข็งสำคัญของตลาดซวงฝูคือระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อทั้งทางอากาศ ทางรถไฟ และเครือข่ายกระจายสินค้าในภูมิภาค โดยสินค้าสดจากประเทศไทยสามารถขนส่งทางอากาศมายังท่าอากาศยานนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย ผ่านช่องทางพิเศษสำหรับสินค้าเกษตรสด (Green Channel) และส่งต่อมายังตลาดได้ภายในวันเดียวกัน ช่วยรักษาคุณภาพสินค้าและลดระยะเวลาขนส่ง
 
นอกจากนี้ ตลาดยังเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟจีน-ยุโรป และเส้นทางระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลสายใหม่แห่งภาคตะวันตก (New Western Land-Sea Corridor) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งระหว่างประเทศและพัฒนาเครือข่ายห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain)
 
6. ทิศทางการพัฒนาในอนาคต
ตลาดซวงฝูได้กำหนดแผนพัฒนาระยะกลางถึงปี พ.ศ. 2570 โดยตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 5 ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรที่สำคัญที่สุดของจีน พร้อมตั้งเป้าปริมาณการซื้อขายรวม 7.5 ล้านตัน และมูลค่าการค้าประมาณ 70,000 ล้านหยวน
 
แนวทางพัฒนาหลักของตลาดมุ่งยกระดับจากการเป็นเพียงศูนย์ค้าส่งสินค้า ไปสู่การเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการและกระจายสินค้าเกษตรแบบครบวงจร โดยจะพัฒนาแบรนด์สินค้าและบริการของตลาดภายใต้ชื่อ “Shuangfu Premium (双福优选)” เพื่อสร้างมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร ขณะเดียวกัน ตลาดมีแผนขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านโครงการ “1+N” ซึ่งมีแนวคิดให้ตลาดซวงฝูทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลัก และเชื่อมต่อกับตลาดย่อยหรือศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าในภูมิภาค
 
ด้านเทคโนโลยี ตลาดอยู่ระหว่างพัฒนาระบบบริหารจัดการดิจิทัลแบบรวมศูนย์ เพื่อให้สามารถติดตามสถานะสินค้าและบริหารจัดการการดำเนินงานผ่านระบบเดียว รวมถึงนำระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้าผ่าน QR Code มาใช้ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสินค้า และยังมีการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์ความต้องการของตลาดแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การบริหารจัดการสินค้าและโลจิสติกส์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
นอกจากนี้ ตลาดยังอยู่ระหว่างก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าเกษตรระบบห่วงโซ่ความเย็นสำหรับตลาดจีนตะวันตกและอาเซียน เพื่อรองรับการนำเข้า การจัดเก็บ และการกระจายสินค้าเกษตรสดระหว่างจีนและประเทศอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเพิ่มศักยภาพการค้าสินค้าเกษตรระหว่างประเทศในอนาคต
 
7. ข้อมูลติดต่อ
หน่วยงานบริหาร: Chongqing Shuangfu Agricultural Products Wholesale Market Co., Ltd.
โทรศัพท์: 023-47888520 (สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไปและการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ)
 
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
ตลาดซวงฝูมีบทบาทเป็นศูนย์กลางค้าส่งสินค้าเกษตรที่สำคัญของจีนตะวันตก และมีแนวโน้มยกระดับจากตลาดค้าส่งภายในประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าเกษตรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนกับตลาดผู้บริโภคในภูมิภาคตะวันตกของจีน ซึ่งมีประชากรจำนวนมากและกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
จากข้อมูลพบว่าผลไม้นำเข้าจากอาเซียนมีสัดส่วนสูงถึงประมาณร้อยละ 80 ของผลไม้นำเข้าทั้งหมดในตลาด สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดแห่งนี้ในการเป็นช่องทางหลักสำหรับสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่จีนตะวันตก โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้สดที่ไทยมีความได้เปรียบด้านคุณภาพ การรับรู้ของผู้บริโภค และความพร้อมของผู้ประกอบการด้านการส่งออก
 
ในระยะต่อไป ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับผู้นำเข้าและผู้กระจายสินค้าในตลาดซวงฝูมากขึ้น ไม่เพียงในรูปแบบการซื้อขายสินค้า แต่รวมถึงการลงทุนด้านคลังสินค้า การบริหารห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) การจัดตั้งศูนย์คัดแยกและบรรจุสินค้า รวมถึงการพัฒนาระบบติดตามย้อนกลับสินค้าเพื่อรองรับมาตรฐานของตลาดจีนที่มีความเข้มงวดมากขึ้น
 
นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการศูนย์กระจายสินค้าแช่เย็นตะวันตก-อาเซียน และการเชื่อมต่อกับเส้นทางระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลสายใหม่แห่งภาคตะวันตก (New Western Land-Sea Corridor) จะเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยสามารถใช้ประโยชน์ในการขยายช่องทางกระจายสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภคในจีนตอนใน
 
สคต. ณ นครเฉิงตู เห็นว่า หน่วยงานไทยและภาคเอกชนควรร่วมกันผลักดันการสร้างภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในตลาดปลายทางมากขึ้น ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การจับคู่ธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายกับผู้ค้าหลักในตลาดซวงฝู เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศผู้ส่งออกอื่นในภูมิภาคอาเซียนและละตินอเมริกา ตลอดจนต่อยอดโอกาสจากการเติบโตของระบบนำเข้าสินค้าเกษตรของจีนตะวันตกในระยะยาว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
กรกฎาคม 2569
**แหล่งข้อมูล :**
Share :
Instagram