fb
จีน–UNICEF จับมือใน COP30 : สัญญาณสำคัญและโอกาสที่ประเทศไทยควรคว้า
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568 14:46
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
74

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 การประชุมรัฐภาคีครั้งที่ 30 ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP30) เปิดฉากขึ้นที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล จีนและกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ร่วมกันประกาศความร่วมมือด้านการปกป้องเด็กและรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในเวที COP30 นายหวง รุ่นชิว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีน และนางคิตตี ฟาน แดร์ เฮเดน รองผู้อำนวยการบริหาร UNICEF ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ โดยมุ่งเสริมสร้างการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศสำหรับเด็ก การมีส่วนร่วมของเยาวชน และขยายความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในการช่วยยกระดับขีดความสามารถในการรับมือกับภาวะโลกร้อน

ในอีกด้านหนึ่ง จีนได้เผยผลการประเมินความก้าวหน้าของ “ตลาดคาร์บอน” ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 ช่วยลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซของภาคไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ลดการปล่อยสะสมกว่า 357 ล้านตัน และประหยัดต้นทุนทางสังคมราว 40,500,000,000 หยวน นอกจากนี้จีนยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรมคาร์บอนต่ำ โดยจำนวนคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมถึงองค์กรต่าง ๆ มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการคาร์บอนภายในมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รายงานดังกล่าวจัดทำโดยสถาบันวางแผนสิ่งแวดล้อมของจีน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบประเมินและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนพัฒนาตลาดคาร์บอนของประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันความร่วมมือนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับสากล

 

image.png

แหล่งที่มา : https://finance.sina.com.cn/hy/hyjz/2025-11-12/doc-infxcuqv1056180.shtml 

 

ความเคลื่อนไหวทั้งสองด้านในการร่วมมือคุ้มครองเด็กในวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาเครื่องมือทางนโยบายตลาดคาร์บอน สะท้อนบทบาทของจีนในการขับเคลื่อนประเด็นสภาพภูมิอากาศบนเวทีโลก และความมุ่งมั่นที่จะร่วมสร้างอนาคตที่ปลอดภัย ยั่งยืน สำหรับคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

 

ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู 

จากเวที COP30 ประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาเชิงนโยบาย สิ่งแวดล้อม เด็กและเยาวชน รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียว โดยเฉพาะในบริบทที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มรูปแบบ

ความร่วมมือระหว่างจีนและ UNICEF ไทยสามารถเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีสำหรับบริการสาธารณะของเด็ก และการพัฒนาประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติในพื้นที่เปราะบาง ไทยสามารถขอความร่วมมือด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือผู้เชี่ยวชาญจากทั้งจีนและ UNICEF เพื่อยกระดับระบบคุ้มครองเด็กและสังคมให้มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เช่น ศูนย์เด็กเล็กที่รับมืออากาศสุดขั้ว หรือระบบเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวเนื่องกับภูมิอากาศ

ในด้านเศรษฐกิจสีเขียว ผลการประเมินตลาดคาร์บอนของจีนแสดงให้เห็นศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซอย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ รวมถึงการกระตุ้นนวัตกรรมอย่างก้าวกระโดด ถือเป็นต้นแบบที่ไทยสามารถศึกษาและนำมาปรับใช้ โดยเฉพาะกลไกสำคัญ เช่น ระบบข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับการบริหารจัดการคาร์บอน และมาตรการกำกับดูแล ซึ่งช่วยให้จีนพัฒนาตลาดคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี

นอกจากนี้ รายงานยังสะท้อนว่าตลาดคาร์บอนมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ไทยสามารถใช้เพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมสีเขียว เช่น อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน การผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์สีเขียว นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการลดคาร์บอน หรือโครงการกักเก็บคาร์บอนในภาคเกษตรและป่าไม้ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับไทยที่จะดึงดูดความร่วมมือด้านการวิจัย การผลิต นวัตกรรม และการลงทุนจากจีนซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสีเขียวระดับโลก

ความสำเร็จของจีนในการสร้างฐานข้อมูลการปล่อยคาร์บอนและพัฒนาระบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเป็นกรณีศึกษาให้ไทยเร่งพัฒนาระบบ MRV (Measurement Reporting Verification) ที่แม่นยำและทันสมัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดคาร์บอนในอนาคต สอดรับกับความเป็นไปได้ที่อาเซียนจะพัฒนาอาเซียนคาร์บอนมาร์เก็ต ในอนาคตอันใกล้

ความเคลื่อนไหวจาก COP30 ไม่ใช่เพียงข่าวสารระหว่างประเทศ แต่ยังเผยให้เห็นโอกาสสำคัญที่ไทยสามารถใช้เพื่อยกระดับการพัฒนานโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ การคุ้มครองเด็ก การเสริมบทบาทเยาวชน และการผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ไทยสร้างความร่วมมือกับจีนและองค์กรระหว่างประเทศในลักษณะที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และช่วยให้ประเทศก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคเศรษฐกิจสีเขียวอย่างมั่นคงและยั่งยืน

                          ----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

พฤศจิกายน 2568

แหล่งข้อมูล :  https://baijiahao.baidu.com/s?id=1848760122619101039&wfr=spider&for=pc

https://finance.sina.com.cn/hy/hyjz/2025-11-12/doc-infxcuqv1056180.shtml

เฉิงตู-จีน–UNICEF จับมือใน COP30.pdf
Share :
Instagram