fb
โครงการความร่วมมือเส้นทางเครือข่ายการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากอิหร่าน ตุรกี และปากีสถาน  สู่เส้นทางสายไหมของจีน
โดย
Viriya
ลงเมื่อ 09 พฤศจิกายน 2568 13:39
สคต. ณ กรุงเตหะราน (อิหร่าน) (TTC, Tehran (Iran))
106
1

โครงการรถไฟระหว่างประเทศ ปากีสถานอิหร่านตุรกี (Pakistan–Iran–Turkey Railway) หรือชื่อย่อว่า      ไอ.ที.ไอ. (ITI) มีชื่อเต็มว่า Islamabad–Tehran–Istanbul Railway เป็นโครงการความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่งระหว่างสามประเทศมุสลิมสำคัญในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ปากีสถาน อิหร่าน และตุรกี โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้า และการขนส่งระหว่างเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป

โครงการนี้เริ่มต้นดำเนินการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Economic Cooperation Organization: ECO) มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็น ระเบียงเศรษฐกิจทางบกเชื่อมต่อระหว่างเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยผ่านทางอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคแต่ได้ถูกระงับการดำเนินงานชั่วคราวเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ก่อนจะมีการฟื้นฟูและกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งหลังจากหยุดชะงักไปกว่า 10 ปี

ความเป็นมา

เส้นทางรถไฟ ITI ถือเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศที่เชื่อมโยง นครอิสลามาบัดกรุงเตหะราน         นครอิตันบูล เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในภูมิภาค

รากฐานของโครงการ ITI มาจาก ข้อตกลงกรอบความร่วมมือด้านการขนส่งสินค้าผ่านแดน (TTFA)” ภายใต้องค์การ ECO โดยมีการทดลองเดินขบวนรถไฟเที่ยวแรกในปี 2552

ในระยะต่อมา ทั้งสามประเทศได้บรรจุแผนพัฒนาให้โครงการนี้สามารถเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟสายเหนือใต้ของปากีสถาน (ML-1) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ระเบียงเศรษฐกิจจีนปากีสถาน (China–Pakistan Economic Corridor: CPEC)” ภายใต้กรอบความร่วมมือ เส้นทางสายไหมใหม่ (Belt and Road Initiative: BRI)” ของจีน

โครงการ ML-1 มีมูลค่ารวมประมาณ 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เชื่อมต่อระหว่างเมืองการาจี ทางตอนใต้ของปากีสถาน ถึงเมืองเปชาวาร์ ทางตอนเหนือ และคาดว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายในปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026)

เส้นทาง ITI จะเชื่อมต่อเข้ากับ ML-1 และทอดยาวไปถึงมณฑลซินเจียงของจีน ทำให้สามารถขนส่งสินค้าเข้าสู่เครือข่ายรถไฟทั่วประเทศจีนได้โดยตรง

ศักยภาพ

เส้นทางรถไฟนี้มีความยาวรวมประมาณ 6,540 กิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นมากกว่าหนึ่งในหกของเส้นรอบโลก โดยแบ่งออกเป็น

  • ระยะทางในตุรกีประมาณ 1,950 กิโลเมตร

  • ระยะทางในอิหร่านประมาณ 2,603 กิโลเมตร

  • ระยะทางในปากีสถานประมาณ 1,990 กิโลเมตร

ขบวนรถไฟ ITI ใช้เวลาเดินทางเพียง 10–12 วัน จากนครอิสตันบูลประเทศตุรกีไปยังกรุงอิสลามาบัดประเทศปากีสถาน ขณะที่การขนส่งทางเรือในเส้นทางเดียวกันต้องใช้เวลาราว 21–35 วัน และมีค่าใช้จ่ายในการประกันภัยและความเสี่ยงสูงกว่าอย่างมาก

โครงการนี้มีขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าสูงสุดถึง 80,000 ตัน ซึ่งเป็นศักยภาพสำคัญในการสนับสนุนการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างสามประเทศที่มีประชากรรวมกันกว่า 400 ล้านคน

ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

การเปิดใช้งานเส้นทางรถไฟสาย ITI มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์หลายประการ ได้แก่

  1. เสริมสร้างบทบาทของอิหร่านในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างตะวันออกและตะวันตก
    ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดตัดของเส้นทางคมนาคมสำคัญ อิหร่านจะกลายเป็น หัวใจเศรษฐกิจของภูมิภาคและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง

  2. เพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งระหว่างประเทศ
    การขนส่งทางรถไฟช่วยลดเวลาและต้นทุนได้มากเมื่อเทียบกับการขนส่งทางทะเล และยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับการขนส่งสินค้าในยามเกิดความตึงเครียดทางการเมืองหรือสงคราม

  3. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
    โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก ECO และยังช่วยขยายเครือข่ายการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในกรอบ หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางของจีนในอนาคต

  4. สร้างสมดุลใหม่ของอำนาจเศรษฐกิจในภูมิภาค
    การเชื่อมโยงทางบกจะช่วยลดการพึ่งพาการขนส่งผ่านคลองสุเอซ และปรับสมดุลของอำนาจเศรษฐกิจจากเส้นทางทะเลสู่เส้นทางบก โดยมีอิหร่านเป็นศูนย์กลางสำคัญ

อย่างไรก็ตาม โครงการรถไฟระหว่างประเทศ ปากีสถานอิหร่านตุรกี (ITI) เป็นโครงการคมนาคมขนาดใหญ่ที่มีทั้งความสำคัญทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค ไม่เพียงแต่ช่วยย่นระยะเวลาและลดต้นทุนการขนส่งเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวในอนาคต

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอิหร่านในฐานะ จุดศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างทวีป และมีแนวโน้มที่จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในโครงข่ายการคมนาคมระหว่างเอเชียและยุโรปในศตวรรษที่ 21

 

Share :
Instagram