
ปัจจุบันค่าใช้จ่ายสำหรับผู้นำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศกำลังสูงขึ้น บริษัทที่ปรึกษา Drewry รายงานว่า อัตราค่าขนส่งสินค้าทางเรือ (ตู้คอนเทนเนอร์) สูงกว่าระดับปี ค.ศ. 2022 เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ในเวลานั้นความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเกิดจากมาตรการล็อกดาวน์ เนื่องจากวิกฤติไวรัสโคโรน่า เป็นตัวการหลักในการผลักดันให้ต้นทุนค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก ดัชนี Drewry World Container Index (WCI) ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางทะเลปรับตัวสูงขึ้นถึง 9% ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งในเส้นทางการค้าแปซิฟิก และเอเชีย-ยุโรป ขณะที่ดัชนีจาก S&P Global ผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดชั้นนำของอัตราค่าระวางเรือในตลาดซื้อขายทันที (Spot Market) พุ่งขึ้นถึง 80% ในช่วง 30 วันก่อนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ได้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 และเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ราคาค่าขนส่งทางทะเลเฉลี่ยอยู่ที่ 4,530 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตแบบสองชั้น ซึ่งสูงกว่าราคาเมื่อสิ้นเดือนเมษายนเกือบสองเท่า บริษัท Drewry กล่าวว่า “สาเหตุมาจากการขนส่งที่เร่งด่วนขึ้น เนื่องจากความกลัวภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นจากภาษีศุลกากร และการหยุดชะงักอย่างต่อเนื่องในช่องแคบฮอร์มุซ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาเป็นตัวการหลักที่ทำให้อัตราค่าขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ส่งผลให้เกิดปัญหาคอขวดด้านกำลังการขนส่งทางทะเลทั่วโลก จากข้อมูลของ Drewry ผู้ค้าปลีก
ในสหรัฐอเมริกา กำลังเริ่มสต็อกสินค้าเร็วกว่าปกติ ไม่เพียงแต่สต็อกสินค้าสำหรับวัน Black Friday ในวันที่ 27 พฤศจิกายนปีนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสต็อกสินค้าช่วงเทศกาลคริสต์มาสด้วย
นาย Rodolphe Saadé ซีอีโอของ CMA CGM บริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ได้ยืนยันกับทางหนังสือพิมพ์ Handelsblatt เมื่อไม่นานนี้ว่า “ฤดูกาลที่คึกคักที่สุดสำหรับการบรรทุกสินค้าลงเรือของเราเริ่มต้นเร็วกว่าปกติ” ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากนโยบายของนาย Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แม้ว่าภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ที่เขาประกาศใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จะหมดอายุในวันที่ 24 กรกฎาคม แต่ผู้นำเข้าส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า จะมีภาษีที่สูงขึ้นกว่านี้ตามมา ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลในกรุงวอชิงตันได้ขู่จะเรียกเก็บภาษีใหม่กับคู่ค้าหลายราย รวมถึงสหภาพยุโรป (EU) ขณะนี้นาย Trump กล่าวหาว่า ประเทศเหล่านั้นไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอในการต่อต้านการค้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานทาส สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า ประเทศเหล่านั้นไม่ได้บังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าที่มีอยู่อย่างเหมาะสม
(แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ Handelsblatt เดือนสิงหาคม 2569)