
ทางการเยอรมนีรายงาน ตลาดสินค้าเฟอร์นิเจอร์เยอรมนีมียอดขายปี 2025 ลดลงจากปีก่อนหน้า 3.4% หรือ 15.8 พันล้านยูโร นับเป็นปีที่สามที่ยอดขายสินค้าในตลาดเฟอร์นิเจอร์ลดลง ปริมาณที่ลดลงส่วนใหญ่เกิดจากอัตราการซื้อภายในประเทศ โดยรายงานยอดขายภายในประเทศลดลง 4.4% หรือเท่ากับ 10.4 พันล้านยูโร เช่นเดียวกับยอดขายสินค้าส่งออกที่ติดลบ 1.2% หรือ 5.4 พันล้านยูโร
เฟอร์นิเจอร์ครัวยังทรงตัว ในขณะที่เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นน่าเป็นห่วง
สาขาเฟอร์นิเจอร์ครัวถือเป็นหนึ่งสาขาเดียวที่ยอดจำหน่ายในปี 2025 อยู่ในระดับน่าพอใจที่ 5.6 พันล้านยูโร (-0.3%) ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ในขณะที่สินค้าสำหรับสำนักงานและร้านค้ามีปริมาณการขายลดลง 2.7% หรือประมาณ 4.2 ล้านยูโร เฟอร์นิเจอร์ในหมวดอื่น ๆ ได้แก่ สินค้าสำหรับห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอน มีรายได้น้อยลงมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าเฟอร์นิเจอร์ประเภทอื่น ๆ โดยยอดขายในปี 2025 น้อยกว่าปีก่อนหน้า 5.5% รวมเป็น 4.7 พันล้านยูโร โดยเฉพาะสินค้าเฟอร์นิเจอร์ชนิดบุผ้า (upholstered furniture) (-7.2%) รวมถึงฟูกที่นอน (-15.2%)
สาเหตุที่ทำให้ยอดจำหน่ายลดลง
ปริมาณการซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจากบรรยากาศการซื้อของผู้บริโภคที่ซบเซาลง รวมถึงจำนวนโครงการก่อสร้างที่ลดลงติดต่อกันหลายปี โดยประธานสมาคมอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์แห่งเยอรมนี (Verband der Deutschen Möbelindustrie e.V.) นาย Jan Kurth เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มเติมมาตรการการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากมาตรการเร่งการก่อสร้างที่อยู่อาศัย Bau-Turbo
มาตรการ Bau-Turbo ผ่านการโหวตในเดือนตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อเร่งกระบวนการวางแผนและอนุมัติโครงการที่อยู่อาศัยให้เร็วขึ้น โดยลดความยุ่งยากด้านกฎบางอย่างในการก่อสร้าง เพื่อลดวิกฤตการขาดแคลนที่อยู่อาศัย ที่เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ภายในประเทศเยอรมนี แม้ในปัจจุบัน จำนวนการอนุมัติสร้างบ้านและอาคารใหม่ในเยอรมนีถือเป็นที่น่าพอใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บ้านที่สร้างใหม่เหล่านี้คาดการณ์ว่าจะสร้างเสร็จในปี 2027 เป็นอย่างน้อย

อีกหนึ่งปัญหาหลักที่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในเยอรมนีกำลังเผชิญ ได้แก่ มาตรการการเก็บภาษีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลยอดการส่งออกรวมของสินค้าเฟอร์นิเจอร์ และด้วยเหตุนี้ ประเทศจีนจึงหันมาเปลี่ยนเป้าหมายการส่งออกสินค้าที่เดิมทีมีแผนการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ไปยังตลาดยุโปแทน ส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้น โดยไม่ใช่เพียงแค่ด้านปริมาณ แต่รวมถึงด้านราคาอีกด้วย
ความหวังในอนาคตจากพฤติกรรมผู้บริโภค
แม้สถานการณ์การค้ากลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์จะไม่ค่อยดีนัก ยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ปรับตัวดีขึ้น (-1.5%) เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก (-5.1%) โดยประธานสมาคมฯ คาดว่าอัตราการซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในอนาคตจะเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับยอดการส่งออก นอกจากนี้ ยังคาดการณ์รายได้เทียบเท่ากับปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ข้อคิดเห็น /ข้อเสนอแนะของ สคต.
ในช่วงเวลาปัจจุบัน ภาวะการค้าระหว่างประเทศมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะในตลาดยุโรปที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น จากปัญหาทางเศรษฐกิจและจำนวนสินค้านำเข้าจากประเทศจีนที่มีราคาต่ำ ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ควรให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความรู้สึกปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมถึงการออกแบบสินค้าที่มีความยั่งยืนสอดคล้องกับแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคของชาวเยอรมัน การวางกลยุทธ์ด้านราคาให้สามารถแข่งขันได้เป็นสิ่งจำเป็นควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านวัสดุและดีไซน์
สำหรับปี 2026 แนวโน้มการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ของผู้บริโภคชาวเยอรมันเน้นไปที่วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้เนื้อแข็งที่มาจากแหล่งทรัพยากรที่ยั่งยืนและสามารถตรวจสอบที่มาได้ ผ้ารีไซเคิล หรือวัสดุจากธรรมชาติ รวมถึงสีสันที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติ เช่น เบจ น้ำตาล หรือเขียวอ่อน นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าที่ปรับขนาดและรูปแบบได้ รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังคงรักษาดีไซน์เรียบง่าย เป็นที่นิยมอย่างมาก ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงการออกแบบที่สามารถตอบสนองทั้งด้านความยั่งยืน ความสะดวกสบาย และสุนทรียภาพ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดเยอรมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
***************************************************
ที่มา :
Möbelmarkt/www.moebelmarkt.de
Photo by Vidit Goswami on Unsplash