
พิธีเปิดการก่อสร้างโครงการคลองฟูนันเตโช ระยะที่ 2 (ช่วงจังหวัดกันดาล–ออกสู่ทะเลจังหวัดแกบ) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ผ่านมา ภายใต้การเป็นประธานของสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ในฐานะสมาชิกคณะกรรมการพิเศษและประธานสำนักเลขาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำและอุตุนิยมวิทยา สมาชิกคณะกรรมการพิเศษ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้บริหารบริษัท CRBC เข้าร่วม
โครงการคลองฟูนันเตโชถือเป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์สำคัญที่มีบทบาทในการยกระดับและปรับโฉมระบบคมนาคมทางน้ำของกัมพูชา
โครงการดังกล่าวจะพัฒนาเครือข่ายทางน้ำภายในประเทศให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ช่วยอุดช่องว่างของระบบขนส่งทางน้ำและทางทะเลในปัจจุบัน พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะทางและต้นทุนการขนส่ง เสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนยกระดับความมั่นคงและความปลอดภัยของระบบโลจิสติกส์ทางน้ำ โดยสามารถเชื่อมต่อโดยตรงจากลุ่มแม่น้ำโขงสู่ทะเล เส้นทางนี้ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ กันดาล ตาแก้ว กัมปอต และแกบ และออกแบบรองรับเรือขนาดบรรทุกสูงสุด 3,000 เดดเวทตัน (DWT) ให้สามารถเดินเรือสวนกันได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ โครงการส่วนใหญ่ก่อสร้างตามแนวทางน้ำธรรมชาติและทางน้ำโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยฟูนัน โดยประกอบด้วยทางน้ำธรรมชาติระยะทาง 135 กิโลเมตร คลองขุดใหม่ 7 กิโลเมตร และคลองปรับแนว 38 กิโลเมตร
สำหรับระยะที่ 1 ระยะทาง 26 กิโลเมตร (จากคลองตาแก้วถึงแม่น้ำบาสัก) จะลงทุนทั้งหมดโดยรัฐวิสาหกิจและบริษัทในประเทศ ขณะที่ระยะที่ 2 ระยะทาง 159 กิโลเมตร (จากแม่น้ำบาสัก จังหวัดตาแก้ว ถึงจังหวัดแกบ) จะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจ บริษัทในประเทศ และบริษัท China Road and Bridge Corporation (CRBC)
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. โครงการคลองฟูนันเตโชแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 2 มีการจัดพิธีเปิดการก่อสร้างในวันที่ 11 เมษายน ผ่านมา ขณะที่ระยะที่ 1 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ โครงการโดยรวมเริ่มตั้งแต่ปลายปี 2567 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
2. โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงต่อเศรษฐกิจกัมพูชา โดยเฉพาะในด้านโลจิสติกส์ การลงทุน และการเชื่อมโยงการค้า เนื่องจากช่วยเติมเต็ม “missing link” ของระบบขนส่งทางน้ำภายในประเทศ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดด้านการขนส่งในระยะยาว เสริมสร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจผ่านการมีเส้นทางออกทะเลโดยตรง อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังมีลักษณะเป็น “high risk–high cost” ที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ ทั้งด้านการเงิน ปริมาณการใช้งานจริง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบนิเวศ การไหลของน้ำ และภาคเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่ม ซึ่งหากบริหารไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดต้นทุนแฝงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
________________________________________________________
ที่มา Kampuchea Thmey Daily
20 เมษายน 2569