
IMF เตือนผลพวงสงครามยังลากเงินเฟ้อสูง ฉุดการเติบโตโลก : ฉากทัศน์เศรษฐกิจหลังหยุดยิง
ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า สงครามในตะวันออกกลางจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยเตรียมประกาศตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า

สงครามครั้งนี้ได้สร้างความระส่ำระสายต่อการจัดหาพลังงานโลกอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากการผลิตน้ำมันหลายล้านบาร์เรลต้องหยุดชะงักจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญถึง 1 ใน 5 ของโลก แม้ว่าความขัดแย้งจะคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว แต่ IMF ก็ยังจำเป็นต้องปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ และปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อขึ้น โดยประเด็นนี้จะเป็นวาระสำคัญในการประชุมฤดูใบไม้ผลิร่วมกับธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า
หากไม่มีสงคราม IMF เคยคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจโลกจะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย โดยจะเติบโตร้อยละ 3.3 ในปี 2569 และร้อยละ 3.2 ในปี 2570 แต่ในขณะนี้ ทุกปัจจัยกลับชี้ไปในทางเดียวกันคือ ราคาสินค้าที่แพงขึ้นและการเติบโตที่ช้าลง ขณะนี้ปริมาณน้ำมันดิบโลกหายไปแล้วถึงร้อยละ 13 ซึ่งส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังห่วงโซ่อุปทานอื่นๆ เช่น ก๊าซฮีเลียมและปุ๋ยเคมี หากสงครามยืดเยื้อ ผลกระทบต่อค่าครองชีพและการเติบโตจะยิ่งรุนแรงกว่านี้
ประเทศที่ไม่มีแหล่งพลังงานสำรองและยากจนจะได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด หลายประเทศไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชนจากราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่สงบในสังคมตามมา อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่าการอุดหนุนราคาพลังงานแบบเหมาเข่งไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง เพราะจะยิ่งไปกระตุ้นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อให้หนักขึ้น
แม้แต่ประเทศผู้ส่งออกพลังงานอย่างกาตาร์ก็ได้รับผลกระทบจากการโจมตีโรงงานผลิต โดยคาดว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 3-5 ปีในการฟื้นฟูการผลิตก๊าซธรรมชาติร้อยละ 17 ที่เสียหายไป นอกจากนี้ รายงานจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ระบุว่ามีสถานประกอบการด้านพลังงานถึง 72 แห่งได้รับความเสียหายจากสงคราม
หลังจากการปะทะกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงใกล้ระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล นอกจากเรื่องพลังงานแล้ว IMF ยังแสดงความกังวลร่วมกับโครงการอาหารโลก (United Nations’ World Food Program : WFP) เกี่ยวกับ "ความมั่นคงทางอาหาร" แม้จะยังไม่เกิดวิกฤต ในขณะนี้ แต่หากการขนส่งปุ๋ยเคมีมีปัญหา ประชากรหลายล้านคนอาจต้องเผชิญกับภาวะอดอยากรุนแรงหากสงครามลากยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายนนี้
ความเห็นของ สคต.ดูไบ
หากการประกาศหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ประสบความสำเร็จ จะนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลเชิงบวกอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในด้านบรรยากาศการลงทุนและทิศทางราคาน้ำมัน
ทั้งนี้ หากการหยุดยิงเกิดขึ้นก่อนที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะเผยแพร่รายงาน World Economic Outlook ในวันที่ 14 เมษายนนี้ ก็จะเปิดโอกาสให้ IMF ปรับมุมมองความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในเชิงบวกมากขึ้น แทนการปรับลดประมาณการลงต่ำกว่าร้อยละ 3 โดยอาจคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ร้อยละ 3.2–3.3 ในปี 2569–2570
เมื่อการส่งออกพลังงานและความเชื่อมั่นเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางส่งออกปุ๋ยและ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยคลี่คลายความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตอาหารโลกตามที่ FAO เคยเตือนไว้ ตลอดจนช่วยให้ราคาสินค้าลดลงและทำให้รัฐบาลในประเทศยากจนมีพื้นที่ทางการคลังมากขึ้นเพื่อลดภาระการอุดหนุนพลังงาน อันจะส่งผลให้บรรยากาศในเวทีการประชุม IMF และธนาคารโลก เปลี่ยนจากความกังวลเรื่องสงครามไปสู่ความร่วมมือเพื่อเสถียรภาพและการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืนแทน
ฉากทัศน์ของการส่งออกไทย
คาดว่าจะส่งผลดีต่อการส่งออกไทยไป GCC และอิหร่าน คือ ต้นทุนขนส่งและค่าประกันภัยมีแนวโน้มลดลงจากความเสี่ยงในเส้นทางเดินเรือที่คลี่คลายลง ทำให้การส่งมอบสินค้าเป็นไปได้สะดวกและต่อเนื่องมากขึ้น
สำหรับ GCC ความกังวลเรื่องราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่เคยกดดันกำลังซื้อมีแนวโน้มผ่อนคลาย จึงช่วยหนุนอุปสงค์นำเข้าสินค้าไทย โดยเฉพาะอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและอุตสาหกรรม
สำหรับอิหร่าน การที่สถานการณ์สงบลงช่วยลดความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และการชำระเงินระหว่างประเทศ ทำให้การค้ากลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น และเอื้อต่อการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อสินค้าไทยในกลุ่มอาหารแปรรูป ยางพารา และสินค้าอุตสาหกรรม ดังนั้น การหยุดยิงช่วย ลดต้นทุน เพิ่มความแน่นอน และหนุนคำสั่งซื้อ ส่งผลบวก ต่อการส่งออกไทยทั้งสองตลาด
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิง : reuters.com