fb
ทุเรียนไทย 33 ตัน ขนส่งตรงถึงเฉิงตู : ปฏิวัติโลจิสติกส์ผลไม้ไทยสู่จีนตะวันตก!!
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 06 เมษายน 2569 17:41
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
64

ตามรายงานของ “Chengdu Release” เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าห่วงโซ่ความเย็น (cold chain) เส้นทางจีน–ลาว–ไทย ซึ่งบรรทุกทุเรียนสดจากประเทศไทยจำนวน 33 ตัน ได้ออกเดินทางจากท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้ระบบขนส่งทางรางตลอดเส้นทาง ผ่านจังหวัดหนองคายของไทยสู่เวียงจันทน์ใต้ของ สปป.ลาว ก่อนเข้าสู่ประเทศจีนผ่านด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน และมุ่งตรงสู่ท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู (Chengdu International Railway Port)

เส้นทางดังกล่าวมีจุดเด่นด้านการขนส่งทางรางแบบไร้รอยต่อ โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ประกอบกับการควบคุมอุณหภูมิและความสดตลอดเส้นทาง จึงนับเป็นการยกระดับรูปแบบการนำเข้าผลไม้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งผลไม้สดข้ามพรมแดนระหว่างจีน–ลาว–ไทย

ที่ผ่านมา การขนส่งทุเรียนสดจากประเทศไทยจำเป็นต้องลำเลียงทางรถยนต์ไปยังนครเวียงจันทน์ก่อน แล้วจึงเปลี่ยนรูปแบบเป็นการขนส่งทางรถไฟผ่านเส้นทางรถไฟจีน–ลาว เข้าสู่เฉิงตู อย่างไรก็ดี เส้นทางใหม่ “สายแหลมฉบัง” ได้ช่วยลดขั้นตอนดังกล่าวลงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยขยายจุดเริ่มต้นของระบบรางจากเวียงจันทน์ใต้ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แหล่งผลิตทุเรียนสำคัญในภาคตะวันออกของไทย ส่งผลให้สามารถขนส่งผลไม้จากสวนถึงจุดต้นทางได้ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ก่อนบรรทุกขึ้นรถไฟและเดินทางตรงสู่ปลายทาง ช่วยลดจำนวนจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์แบบ “ตู้เดียวตลอดเส้นทาง” ควบคู่กับการรักษาอุณหภูมิที่ 13 องศาเซลเซียสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อคงคุณภาพและความสดของทุเรียนให้ได้มากที่สุด

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า การขนส่งเที่ยวปฐมฤกษ์ของ “สายแหลมฉบัง” ในครั้งนี้ ใช้ตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 2 ตู้ บรรทุกทุเรียนสดรวม 33 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่าหลายล้านหยวน ภายหลังจากสินค้าถึงนครเฉิงตู จะถูกกระจายผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์แบบหลายรูปแบบของศูนย์กระจายสินค้าผลไม้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ทุเรียน) ณ ท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู ทำให้สามารถส่งต่อไปยังตลาดค้าส่งผลไม้ในเมืองสำคัญ อาทิ เฉิงตู ฉงชิ่ง ซีอาน เจียซิง กวางโจว และปักกิ่ง ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระยะเวลาตั้งแต่สินค้าถึงท่าเรือจนถึงการวางจำหน่ายสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ

image.png

แหล่งที่มา : https://mp.weixin.qq.com/s/CcTb0R2K7eKE1Y0rUq74_g

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าวเปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา มูลค่าการนำเข้าผลไม้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู (Chengdu International Railway Port) ทะลุ 260 ล้านหยวน ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในตลาดภายในประเทศ และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในภูมิภาคตะวันตกของจีนสามารถเข้าถึงผลไม้สดจากต่างประเทศได้ในราคาที่เหมาะสมและจับต้องได้มากยิ่งขึ้น

ในระยะต่อไป พื้นที่ท่าเรือดังกล่าวมีแผนนำความสำเร็จของการเดินรถเที่ยวปฐมฤกษ์ครั้งนี้ไปต่อยอด โดยผลักดันให้ขบวนรถไฟห่วงโซ่ความเย็นเส้นทางจีน–ลาว–ไทย เปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการขยายประเภทสินค้าห่วงโซ่ความเย็น การปรับปรุงกระบวนการพิธีการศุลกากร และการพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน–ลาว–ไทย และสนับสนุนการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในและระหว่างประเทศ ตลอดจนสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการยกระดับการบริโภคและการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเปิดของภูมิภาคตะวันตก

 

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

การเปิดให้บริการขบวนรถไฟห่วงโซ่ความเย็นเส้นทางจีน–ลาว–ไทย (สายแหลมฉบัง–เฉิงตู) ถือเป็นพัฒนาการสำคัญของระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งผลไม้สดจากไทยเข้าสู่ตลาดจีน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันตก อาทิ นครเฉิงตูและเมืองเศรษฐกิจสำคัญโดยรอบ ทั้งในด้านระยะเวลาขนส่ง ต้นทุน และการรักษาคุณภาพสินค้าให้สดใหม่มากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดจีน เส้นทางดังกล่าวจะช่วยลดการพึ่งพาการขนส่งทางถนนและบรรเทาความแออัดบริเวณด่านชายแดน โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลไม้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น

นอกจากนี้ เส้นทางดังกล่าวยังเอื้อต่อการกระจายสินค้าไปยังเมืองชั้นในของจีนได้รวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ทางรางที่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งหลายรูปแบบ (multimodal transport) ส่งผลให้ระยะเวลาตั้งแต่สินค้าขนส่งถึงปลายทาง จนถึงการวางจำหน่ายในตลาดสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ อันจะช่วยเพิ่มความสดใหม่ของสินค้าและลดการสูญเสียระหว่างการขนส่ง

ในเชิงโครงสร้าง เส้นทางรถไฟห่วงโซ่ความเย็นดังกล่าวยังมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการบริหารจัดการอุณหภูมิ การลดขั้นตอนการขนถ่ายสินค้า และการเชื่อมโยงข้อมูล ตลอดจนกระบวนการขนส่ง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและผู้บริโภคในตลาดปลายทาง

ขณะเดียวกัน การพัฒนาเส้นทางขนส่งทางรางโดยตรงจากประเทศไทยไปยังจีน ยังสอดคล้องกับแนวโน้มการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค และนโยบายการส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อันจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของการค้าชายแดนและการค้าระหว่างประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ หากมีการผลักดันให้การเดินรถไฟในเส้นทางดังกล่าวดำเนินการอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกทางการค้าเพิ่มเติม จะช่วยยกระดับศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพไปยังตลาดจีน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

 

----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

เมษายน 2569

แหล่งข้อมูล : https://mp.weixin.qq.com/s/CcTb0R2K7eKE1Y0rUq74_g

 

เฉิงตู -ทุเรียนไทย 33 ตัน ขนส่งตรงถึงเฉิงตู.pdf
Share :
Instagram