fb
เศรษฐกิจมณฑลเสฉวน 9 เดือนแรกปี 2569 โตร้อยละ 4.9 แบบ K-shape
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 04 พฤศจิกายน 2569 14:21
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
2

สำนักงานสถิติมณฑลเสฉวนเปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–กันยายน) มณฑลเสฉวนมีผลิตภัณฑ์มวลรวมระดับมณฑล (Gross Regional Product) มูลค่า 5.21 ล้านล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสำนักงานสถิติฯ ระบุว่า เศรษฐกิจของมณฑลเสฉวนยังคงมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น พร้อมทั้งมีความยืดหยุ่นและมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เศรษฐกิจจีนมีลักษณะการเติบโตแบบ K-shaped (การเติบโตที่แตกต่างกันระหว่างภาคเศรษฐกิจ) อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยด้านบนของตัว K สะท้อนการขยายตัวของแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการผลิตขั้นสูง เป็นต้น ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ด้านล่างของตัว K สะท้อนถึงตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคและการลงทุนที่ยังคงอยู่ในภาวะอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจมณฑลเสฉวนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เห็นได้ว่า แนวโน้มดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจใหม่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเดิมเริ่มทยอยฟื้นตัว ส่งผลให้ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่เคยมีแนวโน้มชะลอตัวเริ่มปรับตัวดีขึ้น ดังนี้

           1. ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวมากขึ้น โดยมีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

             ภาคอุตสาหกรรมยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวน โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ขยายตัวร้อยละ 6.7 และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกันยายนขยายตัวร้อยละ 7.8 ทั้งนี้ การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุตสาหกรรมให้มีความแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมและสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตจากอุตสาหกรรมใหม่

             ในส่วนของอุตสาหกรรมเกิดใหม่ อุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงมีการขยายตัวโดดเด่น โดยมูลค่าเพิ่มเติบโตร้อยละ 12.5 จากช่วงครึ่งแรกของปี และมีส่วนสนับสนุนการขยายตัวของมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 30 โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและมีมูลค่าเพิ่มสูง อาทิ การผลิตผลิตภัณฑ์ยาชีวภาพ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ยังขยายตัวในอัตราสูงถึงร้อยละ 44.9 และร้อยละ 94.7 ตามลำดับ

             นอกจากนี้ ความต้องการด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับ   การพัฒนาผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของสินค้าและเทคโนโลยีเกิดใหม่ อาทิ หุ่นยนต์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และยานยนต์นวัตกรรม เป็นต้น  ซึ่งมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและได้รับความสนใจทั้งในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศ สะท้อนจากมูลค่าการส่งมอบสินค้าเพื่อการส่งออกของผู้ผลิตยาขนาดใหญ่ที่ขยายตัวมากกว่าร้อยละ 20

           2. การบริโภครูปแบบใหม่เติบโตโดดเด่น ขณะที่ยอดค้าปลีกโดยรวมขยายตัวร้อยละ 1.6

             ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของมณฑลเสฉวนมีมูลค่า 2.15 ล้านล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 1.6 ขณะที่การบริโภคผ่านช่องทางค้าปลีกรูปแบบใหม่มีแนวโน้มเติบโต    อย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ การไลฟ์สดขายสินค้า การซื้อสินค้าแบบรวมกลุ่มภายในชุมชน (Community Group Buying) และบริการค้าปลีกแบบจัดส่งทันที (Instant Retail) เป็นต้น นอกจากนี้ รายได้ของธุรกิจร้านอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ในกลุ่มผู้ประกอบการที่มียอดขายถึงเกณฑ์ที่กำหนดขยายตัวในอัตรามากกว่าร้อยละ 10 ขณะที่ยอดค้าปลีกสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ก็เติบโตค่อนข้างดี ขณะเดียวกัน ร้านค้าปลีกบางรูปแบบมีอัตราการเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะร้านค้าปลีกระบบสมาชิกแบบคลังสินค้า (Warehouse Membership Store) ศูนย์การค้า และร้านค้ารวมแบรนด์ (Collection Store) ซึ่งมียอดค้าปลีกขยายตัวร้อยละ 25.6 ร้อยละ 22.6 และร้อยละ 40.0 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อรูปแบบการค้าปลีกที่หลากหลายและตอบโจทย์พฤติกรรมการซื้อสินค้าในปัจจุบัน

           3. การใช้จ่ายด้านบริการและประสบการณ์เติบโตต่อเนื่อง

             พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อสินค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับบริการและประสบการณ์มากขึ้น โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–สิงหาคม) รายได้ของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในธุรกิจบริการสำหรับครัวเรือน อาทิ บริการทำความสะอาดบ้าน สถานรับเลี้ยงเด็ก และร้านตัดผมและเสริมสวย ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ ตลอดจนธุรกิจนำเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กิจกรรมการแสดงและการแข่งขันกีฬาต่างๆ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง  โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มณฑลเสฉวนอนุมัติการจัดการแสดงเชิงพาณิชย์มากกว่า 8,000 รอบ มีผู้เข้าชมกว่า 5 ล้านคน และสร้างรายได้จากการจำหน่ายบัตรกว่า 2,000 ล้านหยวน ขณะที่การแข่งขันกีฬาที่มณฑลเสฉวนให้ความสำคัญจำนวนทั้งหมด 3,225 รายการ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 40 ล้านคน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 20,000 ล้านหยวน

           4. รัฐบาลท้องถิ่นออกมาตรการส่งเสริมการบริโภคผ่านคูปองและใบกำกับภาษีชิงรางวัล

             ตั้งแต่ต้นปี 2569 รัฐบาลมณฑลเสฉวนและรัฐบาลเมืองต่างๆ ภายในมณฑลได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นการบริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยจัดสรรคูปองส่งเสริมการซื้อรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “Shu Li An Yi”   (蜀里安逸) มูลค่า 700 ล้านหยวน และคูปองส่งเสริมการบริโภคระดับมณฑลภายใต้แบรนด์เดียวกัน  อีก 100 ล้านหยวน นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลระดับมณฑลและระดับเมือง รวม 400 ล้านหยวน ควบคู่กับการริเริ่มโครงการนำร่องใบกำกับภาษีชิงรางวัล (有奖发票) ในระดับมณฑล เพื่อจูงใจให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทั้งนี้ จากการรายงานวิเคราะห์ว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ประกอบกับมาตรการภาครัฐที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้การบริโภคของมณฑลเสฉวนขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

           5. การลงทุนยังเผชิญภาวะหดตัว โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน

             แม้เศรษฐกิจของมณฑลเสฉวนจะมีแนวโน้มขยายตัว แต่ยังคงมีความท้าทายด้านการลงทุน   โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (ไม่รวมครัวเรือนภาคเกษตร) ของมณฑลเสฉวนหดตัวร้อยละ 2.6 แม้จะมีอัตราการหดตัวต่ำกว่าภาพรวมของประเทศ แต่การลงทุนภาคเอกชนยังคงอยู่ในภาวะหดตัว สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นและความพร้อมในการลงทุนของภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ มณฑลเสฉวนอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านการลงทุน ทั้งการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในธุรกิจได้หลายประเภทมากขึ้น การเพิ่มการสนับสนุนด้านเงินทุน และการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชน มณฑลเสฉวนจะมุ่งจัดสรรทรัพยากรไปด้านความสำคัญที่ช่วยเสริมจุดอ่อนและสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต เพื่อให้ผลของ การลงทุนสะท้อนไปสู่การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ รายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลมณฑลเสฉวนประจำปี 2569 กำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมระดับมณฑล (Gross Regional Product) ตลอดทั้งปีไว้ที่ประมาณร้อยละ 5.5

ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

             จากข้อมูลเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า แม้ผลิตภัณฑ์มวลรวมระดับมณฑล  (Gross Regional Product) จะขยายตัวร้อยละ 4.9 โดยมีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่การบริโภคและการลงทุนยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง สะท้อนจากยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.6 และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่หดตัวร้อยละ 2.6 ในทางกลับกัน ยอดค้าปลีกของร้านค้ารวมแบรนด์และร้านค้าปลีกระบบสมาชิกกลับขยายตัวสูงถึงร้อยละ 40.0 และร้อยละ 25.6 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงมีกำลังซื้อ แต่มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับการเลือกช่องทางจำหน่ายมากขึ้น โดยหันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางค้าปลีกรูปแบบใหม่ อาทิ ร้านค้าปลีกระบบสมาชิก ร้านค้ารวมแบรนด์ การไลฟ์สด และบริการค้าปลีกแบบจัดส่งทันที (Instant Retail) ควบคู่กับการใช้จ่ายด้านบริการและประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เศรษฐกิจมณฑลเสฉวนยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากกลไกขับเคลื่อนการเติบโตแบบเดิมไปสู่กลไกใหม่ โดยมีลักษณะการเติบโตแบบแบ่งขั้ว K-shaped ภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงและการบริโภครูปแบบใหม่ขยายตัวโดดเด่น แต่ยอดค้าปลีกโดยรวมยังขยายตัวต่ำ และการลงทุนยังเผชิญภาะวะการหดตัว

             สำหรับผู้ประกอบการไทย แนวโน้มดังกล่าวเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผลไม้ ขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม และสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งมีศักยภาพในการเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกรูปแบบใหม่ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์ช่องทางจำหน่าย (Channel Strategy) โดยคัดเลือกผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่ายที่มีเครือข่ายและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ภาวะการบริโภคโดยรวมที่ยังเติบโตในระดับต่ำอาจทำให้การแข่งขันด้านราคามีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงควรสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และความคุ้มค่าของสินค้า แทนการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

            นอกจากนี้ การใช้จ่ายด้านบริการและประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้ของธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ที่ขยายตัวร้อยละ 10.9 สะท้อนถึงโอกาสทางการตลาดในกลุ่มสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณาขยายตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้อง อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูง ขนมสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง เป็นต้น โดยใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของไทยด้านวัตถุดิบและมาตรฐานการผลิตเพื่อสร้างความแตกต่างของสินค้า ขณะเดียวกัน ควรให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด อาทิ การทดลองชิมสินค้าในศูนย์การค้า การไลฟ์สดร่วมกับผู้จัดจำหน่าย และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเพิ่มการรับรู้และสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าและแบรนด์ไทยในระยะยาว

             ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่ และอิเล็กทรอนิกส์ ควรติดตามทิศทางการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหล่านี้ในมณฑลเสฉวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินโอกาสในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนเตรียมรับมือกับการแข่งขันจากผู้ผลิตจีนที่มีศักยภาพและขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและแสวงหาโอกาสทางการค้าในมณฑลเสฉวนและภูมิภาคจีนตะวันตกได้อย่างเหมาะสม 

----------------------------------------------------

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

พฤศจิกายน 2569

แหล่งข้อมูล: Chuan Guan News

เผยแพร่ผ่านทาง WeChat Official CCPIT Sichuan

https://mp.weixin.qq.com/s/Emdt41tfk3xEiOEqJ9iW9g

เฉิงตู-เศรษฐกิจมณฑลเสฉวน 9 เดือนแรกปี 2569 โตร้อยละ 4.9 แบบ K-shape.pdf
Share :
Instagram