fb
ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจแคนาดา

ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจแคนาดา

โดย
Petra
ลงเมื่อ 12 มีนาคม 2569 05:06
สคต. ณ นครแวนคูเวอร์ (แคนาดา) (TTC, Vancouver (Canada))
8

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิหร่านฯ-สหรัฐ ที่กำลังดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอิหร่านได้ข่มขู่และดำเนินการโจมตีต่อเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก มีสัดส่วนการขนส่งน้ำมันดิบประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณการค้าทั่วโลก ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งสินค้าหลายลำต้องหยุดผ่านเส้นทางดังกล่าว หรือเรือลำใดที่เสี่ยงเข้าสู่เขตอันตรายยังคงถูกโจมตีทั้งในและรอบๆ ช่องแคบดังกล่าว

ในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้แสดงความผันผวนอย่างมาก หลังพุ่งขึ้นแตะระดับสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงต้นสัปดาห์ เทียบกับก่อนการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ดังนั้นการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในหลายประเทศรวมถึงแคนาดา

จากข้อมูลสมาคม Canadian Automobile ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วแคนาดาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ที่ประมาณ 1.54 ดอลลาร์แคนาดาต่อลิตร เพิ่มขึ้นมากกว่า 20 เซนต์ภายในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยนายไบรอัน เดตชู ผู้อำนวยการอาวุโสของหอการค้าแคนาดา กล่าวว่า การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานจะกลายเป็นภาระต้นทุนที่กระจายไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะกระทบต่อทุกอย่างตั้งแต่เชื้อเพลิงเครื่องบิน ไปจนถึงต้นทุนการขนส่งทางรถบรทุกและการขนส่งสินค้า และมีแนวโน้มที่จะถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคในรูปของราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร ปุ๋ย พลาสติก เสื้อผ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง

ในการนี้ สำนักข่าว Global News แคนาดา ได้สอบถามข้อมูลไปยังผู้ให้บริการการขนส่งทางบกในประเทศ ได้แก่ Canadian National Railway และ Canadian Pacific Kansas City รวมถึง Canadian Trucking Alliance เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ต้นทุนการขนส่งสินค้ามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

สำหรับด้านการขนส่งทางอากาศ สายการบินต่างๆ มีแนวโน้มต้องเผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นเช่นกัน  โดยนายมาร์ติน ไฟร์สโตน ประธานบริษัท Travel Secure Inc. กล่าวว่า เนื่องจากเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนหลักที่สำคัญของธุรกิจการบิน ดังนั้นแล้ว ราคาน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้สายการบินต้องปรับราคาตั๋วโดยสารขึ้น หรืออาจปรับตารางการบินหรือลดจำนวนเที่ยวบิน ซึ่งจะเพิ่มความผันผวนในอุตสาหกรรมการบินตามมา

โดยสายการบินหลักในแคนาดา อาทิ Air Canada และ WestJet ได้ให้ข้อมูลกับทางสำนักข่าว Global News ในทิศทางเดียวกันว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจมีการปรับราคาตั๋วเพิ่มขึ้น ซึ่งสายการบินจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับตัวตามความเหมาะสม แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นถึงการขาดแคลนน้ำมันที่จะกระทบต่อการบินในอนาคต

นอกจากผลกระทบด้านพลังงานและการขนส่งแล้ว ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นยังส่งผลต่อราคาสินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมี เนื่องจากน้ำมันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลาสติก ยาง เส้นใยสังเคราะห์ และสารเคมีอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะพลาสติกซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสินค้าในชีวิตประจำวัน มีแนวโน้มที่จะมีราคาสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 

เศรษฐกิจแคนาดาอาจได้รับประโยชน์บางส่วน

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระบุว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจก่อให้เกิดผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจแคนาดาในบางภาคส่วน เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสุทธิ การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกจะส่งผลให้บริษัทพลังงานของแคนาดามีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในรัฐผู้ผลิตพลังงานสำคัญ เช่น รัฐอัลเบอร์ตาและรัฐซัสแคตเชวัน 

นายจอห์น เคอร์ตัน ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต กล่าวว่า แคนาดาเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งหากสงครามครั้งนี้เกิดการยืดเยื้อ แคนาดาอาจถูกมองว่าเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถช่วยชดเชยการขาดแคลน และอาจยิ่งได้รับประโยชน์มากขึ้นในฐานะแหล่งพลังงานทางเลือกของตลาดโลก 

ความเห็น/ข้อเสนอแนะสคต.  สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นกำลังสร้างทั้งความท้าทายและโอกาสต่อเศรษฐกิจแคนาดา ในด้านหนึ่ง ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มผลักดันให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน แคนาดาในฐานะประเทศผู้ส่งออกพลังงานอาจได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นผ่านรายได้ของภาคพลังงานและรายได้ภาษีของภาครัฐ ทั้งนี้ ทิศทางผลกระทบต่อเศรษฐกิจแคนาดาในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาความยืดเยื้อของความขัดแย้ง สำหรับภาคธุรกิจจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ประเมินความเสี่ยงจากความผันผวนซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะการส่งออกสินค้า ระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ รวมถึงต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม


Share :
Instagram