fb
ก๊าซจากแอฟริกา คือ ทางรอดของเยอรมนี
โดย
Thanit
ลงเมื่อ 28 เมษายน 2569 15:14
สคต. ณ กรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี) (TTC, Berlin (Germany))
2

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมา ได้ทำให้เริ่มมีความเข้าใจที่สำคัญกลับขึ้นมาอีกครั้ง นั่นก็คือ นโยบายพลังงาน = นโยบายด้านความมั่นคง โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงตามเส้นทางการขนส่งที่สำคัญ อย่างช่องแคบฮอร์มุซ ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดพลังงานโลกอีกครั้ง สำหรับเยอรมนี มีการตั้งคำถามขึ้นว่า เยอรมนีจะสามารถสร้างสมดุลที่ยั่งยืนระหว่าง 3 สิ่ง ได้แก่    (1) ความมั่นคงด้านอุปทาน (2) ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ และ (3) เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ตั้งไว้ ได้อย่างไร ในความเร่งด่วนดังเช่นปัจจุบันเยอรมนีจะลดการพึ่งพาในเชิงโครงสร้างเหล่านี้ได้อย่างไร

การที่เยอรมนีได้เลิกใช้ก๊าซผ่านท่อส่งของรัสเซีย แน่นอนว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามหลักการทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นแทนที่เยอรมนีจะลดการพึ่งพาอย่างเป็นระบบ กลับเปลี่ยนเส้นทางการพึ่งพาไปเป็นการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่ง LNG ส่วนใหญ่นั้นมาจากสหรัฐอเมริกา โดยกลยุทธ์นี้อาจช่วยสร้างเสถียรภาพในระยะสั้น แต่ในเวลาเดียวกันก็เพิ่มความเปราะบางในระยะยาว เพราะภาวะพึ่งพาใหม่นี้ผูกพันกับการตัดสินใจทางการเมืองในกรุงวอชิงตันและจากการเคลื่อนตัวทางพลวัตด้านราคา (price dynamics) ของตลาด LNG โลกอีกด้วย เรียกได้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเยอรมนีล้มเหลวในการกระจายแหล่งจัดหาก๊าซอย่างเป็นระบบนั่นเอง

โดยหนึ่งในทางเลือกที่จะลดภาวะพึ่งพานั้นอยู่ในทวีปแอฟริกา ทวีปนี้มีปริมาณก๊าซสำรองประมาณ 13 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นประมาณ 7% ของปริมาณก๊าซสำรองทั่วโลก นอกจากนี้ แอฟริกายังมีความสำคัญมากขึ้นในตลาด LNG ระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี ค.ศ. 2024 แอฟริกามีการส่งออก LNG ที่ปริมาณ 35 พันล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าในปีนี้จะส่งออกสูงถึง 48 พันล้านลูกบาศก์เมตร โดยในอีก 10 ปีข้างหน้า ตัวเลขนี้อาจพุ่งสูงถึง 100 พันล้านลูกบาศก์เมตรเลยทีเดียว ประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา อย่างเช่น ไนจีเรีย แอลจีเรีย โมซัมบิก และเซเนกัล ต่างก็กำลังขยายศักยภาพการส่งออกและสนใจที่จะสร้างความร่วมมือระยะยาวกับยุโรป ดังนั้น แอฟริกาสามารถมีส่วนสำคัญในการกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งพลังงานของเยอรมนีได้ แต่ในระยะสั้นการเพิ่มกำลังการผลิตในแอฟริกายังมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง โครงการ LNG ใหม่ๆ สามารถพัฒนาได้ หากมีข้อผูกพันในการซื้อที่เชื่อถือได้จากยุโรปเกิดขึ้น ซึ่งสัญญาซื้อขายระยะยาวเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมขุดเจาะ LNG และการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน สัญญาเหล่านี้ช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ด้านการจัดหาจากแหล่งใหม่ๆ และเพิ่มโอกาสในการส่งมอบสินค้าจริง แม้ว่าเป็นช่วงเวลาตลาด LNG มีสภาวะตึงตัวก็ตาม แต่ผู้จำหน่ายพลังงานจำนวนหนึ่งมองว่า สัญญาลักษณะนี้มีความเสี่ยง ผู้จำหน่ายพลังงานจึงลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่น โดยเลือกทำสัญญาจัดซื้อระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ความมั่นคงด้านการจัดหาพลังงานนั้นต้องการสิ่งที่ตรงกันข้าม นั่นคือ (1) การผูกมัดระยะยาว (2) การกระจายความเสี่ยง และ (3) การมีระบบสำรอง ความมั่นคงด้านการจัดหาพลังงานไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้ค่าใช้จ่าย มันเป็นสินค้าสาธารณะที่ไม่สามารถจัดหาได้อย่างเพียงพอด้วยตรรกะของตลาดระยะสั้นอย่างเดียว

หากเยอรมนีต้องการทำให้ระบบพลังงานของประเทศมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เยอรมนีจำเป็นต้องมีเครื่องมือทางกฎหมายใหม่ๆ  การรับประกันจากรัฐบาลสำหรับสัญญาจัดหาพลังงานระยะยาวจะช่วยให้    ผู้จัดหาพลังงานภาคเอกชนสามารถจัดการกับความเสี่ยงด้านราคาและปริมาณได้ ไม่ว่าแหล่งที่มาของการนำเข้าพลังงานจะเป็นอย่างไรก็ตาม  นอกจากนี้ โควตาการกระจายแหล่งที่มาจะช่วยให้ผู้นำเข้ากระจายแหล่งที่มาของตน เครื่องมือเหล่านี้จะไม่เพียงแต่เพิ่มความมั่นคงด้านการจัดหาพลังงานเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นการลงทุนตลอดห่วงโซ่อุปทานระดับโลกอีกด้วย  อีกทั้งเยอรมนีจำเป็นต้องทำมากกว่าแค่ขยายฐาน ผู้จัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติออกไป แต่ยังต้องผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องอีกด้วย     ในส่วนนี้แอฟริกาเองก็สามารถมีบทบาทสำคัญในอนาคตเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผู้จัดจำหน่ายไฮโดรเจนสีเขียวในรูปของแอมโมเนีย ซึ่งสามารถขนส่งทางเรือได้ง่าย การผสมผสานระหว่างความร่วมมือด้าน LNG และโครงการไฮโดรเจนร่วมกัน จะยกระดับความร่วมมือด้านนโยบายพลังงานไปสู่ระดับใหม่  ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญก็คือ ภาคการเมืองในกรุงเบอร์ลินต้องกำหนดทิศทางที่ถูกต้อง ด้วยกรอบกฎระเบียบที่เหมาะสม เยอรมนีจะสามารถลดความเสี่ยงด้านการจัดซื้อพลังงานได้มาก ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างความร่วมมือด้านพลังงานที่ยั่งยืนได้ ซึ่งภาคการเมืองมีความจำเป็นที่จะต้องมีการทบทวนนโยบายพลังงาน และการพัฒนาในระดับนานาชาติของประเทศเสียใหม่

บทความโดย นาย Stefan Liebing ซีอีโอของบริษัท Conjuncta นักพัฒนาโครงการ ซึ่งมุ่งเน้นตลาดแอฟริกา และเขายังเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาของมูลนิธิ ReThinking Africa ด้วย

(แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์ Handelsblatt เดือนเมษายน 2569)

(2) รายงานข่าวเด่น _ก๊าซจากแอฟริกา (24 April 2026)-1.pdf
Share :
Instagram