fb
ตุรกีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศ
โดย
Suttichat
ลงเมื่อ 02 กันยายน 2568 04:00
สคต. ณ กรุงอังการา (ตุรกี) (TTC, Ankara (Turkey))
114

ตุรกีกำลังจะเริ่มทำการก่อสร้างทางรถไฟระยะทาง 224 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ ซึ่งจะเป็นการเชื่อมตุรกีเข้ากับเส้นทางบกที่จะเป็นทางเลือกใหม่ระหว่างเอเชียและยุโรปโดยไม่ต้องผ่านรัสเซีย ตามรายงานของสำนักข่าวกรองต่างประเทศของยูเครน (FISU) ที่อ้างอิงโดยสื่อยูเครน RBC-Ukraine โดยทางรถไฟสายใหม่นี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงซานเกซูร์ (Zangezur Corridor) ซึ่งเป็นโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟและถนนที่วางแผนไว้แล้วเพื่อเชื่อมอาเซอร์ไบจานกับเขตปกครองพิเศษนัคชิแวนที่อยู่ทางตอนใต้ของอาร์เมเนีย โดยโครงการนี้มีมูลค่าสูงถึง 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2029

 

เส้นทางนี้ไม่เพียงแต่เป็นโครงการขนส่งทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นความคิดริเริ่มเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนเส้นทางการค้าในภูมิภาค เครือข่ายโลจิสติกส์ และความสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ ตามที่ Bilgehan Engin หัวหน้าสมาคมการขนส่งและโลจิสติกส์ของตุรกี (UTIKAD) กล่าว โดยนอกจากทางรถไฟที่จะสามารถขนส่งสินค้าได้มากถึง 15 ล้านตัน และผู้โดยสารประมาณ 5.5 ล้านคนต่อปีแล้ว ยังจะมีท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และเครือข่ายใยแก้วนำแสงตามที่วางแผนไว้ตลอดเส้นทาง และทำให้ตุรกีก้าวขึ้นเป็นประตูสู่ภูมิภาคด้านพลังงานและการสื่อสาร ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์และการค้าระดับภูมิภาค “ตุรกีจะกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกโดยการสร้างสะพานด้านโลจิสติกส์ระหว่างโลกตะวันออกและโลกตะวันตก” เขากล่าว

 

เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ โครงการนี้ยังดูไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย ซึ่งถึงแม้ว่าตุรกีและอาร์เซอร์ไบจานและตุรกีจะพยายามผลักดันอย่างเต็มที่แต่ติดตรงที่อาร์เมเนียซึ่งส่วนหนึ่งของเส้นทางจะต้องตัดผ่านทางตอนใต้พยายามคัดค้านหัวชนฝา จนกระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพไกล่เกลี่ยจนเกิดข้อตกลงสันติภาพที่ลงนามในการประชุมสุดยอดไตรภาคีโดยประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน และนายกรัฐมนตรี นิโคล ปาชินยาน ของอาร์เมเนีย โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ

 

รายงานระบุว่า โครงการนี้คาดว่าจะสร้างงานได้มากถึง 15,000 ตำแหน่ง และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคฝั่งตะวันออกของตุรกีได้ถึงร้อยละ 5-7 นอกจากนี้ ทางรถไฟสายใหม่จะช่วยลดเวลาในการขนส่งสินค้าจากเอเชียไปยังยุโรปได้ 10-15 วัน "ที่สำคัญที่สุดคือ มันจะเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าจากเดิมที่ต้องผ่านรัสเซียหรืออิหร่าน ซึ่งเป็นการลดทอนความสำคัญด้านโลจิสติกส์ของรัสเซียในภูมิภาค" FISU อธิบายในการประเมิน 

 

ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ

 

อาเซอร์ไบจานเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่แต่มีข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อกับโลกตะวันตกโดยเส้นทางบก โครงการก่อสร้างทางรถไฟในระเบียงซานเกซูร์นี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในพลวัตการค้าของยูเรเซียและกลุ่มประเทศคอเคซัส โดยเสนอทางเลือกใหม่ทดแทนเส้นทางดั้งเดิมที่ต้องผ่านรัสเซียและอิหร่าน ซึ่งจะทำให้ตุรกีกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญสำหรับสินค้าที่เดินทางระหว่างเอเชียและยุโรป และอาจเปลี่ยนรูปแบบการค้าในภูมิภาคนี้ไปอีกหลายทศวรรษ

 

ตุรกีในฐานะประเทศที่ช่วยเจรจาข้อขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน กำลังหาช่องทางที่จะเป็นทางเลือกใหม่ในการเชื่อมโลกตะวันออกกับตะวันตก สิ่งนี้อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อบทบาทของรัสเซียในภูมิภาคนี้ด้วยเช่นกัน และในขณะเดียวกันตุรกีจะได้ประโยชน์โดยตรงจากการสร้างงานและการพัฒนาเศรษฐกิจในเส้นทางดังกล่าว และเป็นการเพิ่มอำนาจทางการค้าของตุรกีในภูมิภาคนี้ 

 

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการยังคงมีความกังวลถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เนื่องจากอิทธิพลของสหรัฐฯ ที่มีเหนือโครงการระเบียงเศรษฐกิจนี้อาจคุกคามความมั่นคงทางการค้าของจีนและก่อให้เกิดมาตรการตอบโต้ การลดอิทธิพลของรัสเซียอาจนำไปสู่แรงกดดันทางการเมืองที่จำกัดความเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ของตุรกี ดังนั้น ตุรกีจึงจำเป็นจะต้องจัดการกระบวนการด้วยความละเอียดอ่อนทั้งทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยรักษาความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ไปพร้อมกับการดำเนินนโยบายที่สมดุลและสอดคล้องกับพลวัตของภูมิภาค

 

ที่มา: https://www.dailysabah.com/business/economy/what-will-zangezur-corridor-new-south-caucasus-route-mean-for-turkiye 

Share :
Instagram