fb
ดันส่งออกไทยไปยุโรปด้วยเส้นทางโลจิสติกส์สีเขียว (แหลมฉบัง - โคเปอร์)

ดันส่งออกไทยไปยุโรปด้วยเส้นทางโลจิสติกส์สีเขียว (แหลมฉบัง - โคเปอร์)

โดย
Nonglak
ลงเมื่อ 12 กันยายน 2568 13:30
สคต. ณ กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) (TTC, Vienna (Austria))
193
1

สโลวีเนีย เป็นประเทศขนาดไม่ใหญ่ตั้งอยู่ในยุโรปกลาง มีจำนวนประชากรประมาณ 2 ล้านคนและมี GDP ประมาณ 72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีท่าเรือโคเปอร์ (Koper) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเอเดรียติกอันมีศักยภาพสูงในการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าจากเอเชียสู่ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้า เป็นประตูไปสู่ประเทศและเมืองเศรษฐกิจสำคัญใกล้เคียงอย่าง ออสเตรีย ฮังการี สโลวาเกีย เช็ก โครเอเชีย บอสเนีย เซอร์เบีย มอนเตเนโก รวมถึงเยอรมนีตอนใต้ (รัฐบาวาเรีย) และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 73 ล้านคน มี GDP เฉลี่ยประมาณ 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตราการเติบโตเฉลี่ยของ GDP 1.8%

ล่าสุด ทีมประเทศไทย ณ กรุงเวียนนา นำโดย นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ได้จัดกิจกรรม Thailand – Slovenia Advancing Economic Partnership for the Future เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ณ กรุงลูบลิยานา สาธารณรัฐสโลวีเนีย และมี นางสาวอรอนุช ผดุงวิถี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงเวียนนา ร่วมเป็นผู้อภิปรายในหัวข้อ Unlocking Trade and Investment Opportunities กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การผลักดันของกระทรวงการต่างประเทศของไทยและสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเล็งเห็นถึงโอกาสและศักยภาพในการขยายการค้าระหว่างไทยกับสโลวีเนียและการใช้ท่าเรือโคเปอร์เป็นประตูการกระจายสินค้าไทยสู่ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกซึ่งสามารถย่นระยะทางการขนส่งจากไทยทั้งทางน้ำและทางบก (Maritime and inland transportation) ได้ กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยกระชับความสัมพันธ์และขยายเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบการสโลวีเนียอีกด้วย

image.png
สโลวีเนีย ประเทศที่มีที่ตั้งเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อกับหลายประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก   เส้นทางโลจิสติกส์ผ่านทางท่าเรือ Koper จะช่วยลดระยะทางการขนส่งเมื่อเทียบกับท่าเรือหลักทางยุโรปเหนืออย่าง Rotterdam หรือ Hamburg 

 

ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงานฯ

 สคต. ณ กรุงเวียนนา มองว่าการร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับสโลวีเนียและการพิจารณาใช้เส้นทาง    โลจิสติกส์ใหม่ผ่านท่าเรือโคเปอร์จะเป็น “Game-Changer” เนื่องจากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทานโดยการย่นเวลาการขนส่งและลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มากเมื่อเทียบกับการขนส่งผ่านท่าเรือหลักทางยุโรปเหนืออย่าง Rotterdam หรือ Hamburg ทั้งนี้ประเทศในยุโรปกลางหลายประเทศมีเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต มีกำลังซื้อและการบริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีศักยภาพในการขยายตัวทางการค้าและการลงทุนในอนาคต การพิจารณาใช้เส้นทางโลจิสติกส์สีเขียวจากไทยมายุโรปกลาง (แหลมฉบัง - โคเปอร์) จะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในตลาดยุโรปกลางได้อย่างยั่งยืนกว่าและตอบโจทย์ตลาดยุโรปซึ่งเป็นตลาดที่มีความเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

image.png
นางสาวอรอนุช ผดุงวิถี ผอ. สคต. เวียนนา ร่วมอภิปรายในหัวข้อ Unlocking Trade and Investment Opportunities ณ กรุงลูบลิยานา สาธารณรัฐสโลวีเนีย

 

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจใช้ท่าเรือโคเปอร์เป็นช่องทางนำเข้าสินค้าสู่ตลาดยุโรป ควรให้ความสำคัญกับการปรับระบบโลจิสติกส์และหาพันธมิตรท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมต่อการขนส่งต่อเนื่องไปยังประเทศเป้าหมายได้ สคต. ณ กรุงเวียนนา ยินดีให้คำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการสนับสนุนการขยายธุรกิจและการส่งออกต่อไป

เครดิตภาพ: https://www.luka-kp.si/

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา

กันยายน 2568

ข่าว 2 - 2025.09.12 ดันส่งออกไทยไปยุโรปด้วยเส้นทางโลจิสติกส์สีเขียว (แหลมฉบัง - โคเปอร์).pdf
Share :
Instagram