fb
เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจมันสำปะหลังไทย เจาะตลาดจีนตะวันตก
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 17 เมษายน 2569 14:12
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
1

เมื่อวันที่ เมษายน 2569 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู ร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ (DFT) จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ส่งออกและผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ภายใต้โครงการขยายโอกาสทางการค้าสินค้าแป้งมันสำปะหลังไทยในตลาดจีน ณ นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับความร่วมมือจาก Chongqing Municipal Commission of Commerce,  China Council for the Promotion of International Trade Chongqing และ Sichuan Supplier Chamber of Commerce กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้ประกอบการไทยจำนวน 12 ราย และผู้นำเข้าจีน 33 รายเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) สร้างโอกาสทางการค้าและความร่วมมือเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันการขยายตลาดสินค้าแป้งมันสำปะหลังไทยในจีน โดยเฉพาะในพื้นที่จีนตะวันตกซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง พร้อมทั้งเชื่อมโยงและพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การยกระดับห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในระยะยาว

นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและจีนได้พบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูล และหารือแนวทางความร่วมมือทางการค้าในอนาคต โดยนครฉงชิ่งในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของจีนตะวันตกมีศักยภาพอย่างยิ่งในการเป็นประตูสำคัญสำหรับการกระจายสินค้ามันสำปะหลังไทยไปยังภูมิภาคต่างๆของจีน

ในพิธีเปิดงาน นางกุลธิดา บัณฑุรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของมันสำปะหลังในฐานะสินค้าเกษตรยุทธศาสตร์ของไทย ซึ่งมีศักยภาพในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มได้หลากหลาย และมีความต้องการในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังรายใหญ่ที่สุดของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 70 และมีปริมาณการส่งออกมากกว่า 11 ล้านตันต่อปี สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นจากตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ และพลังงานชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในด้านสถานการณ์การค้า จีนยังคงเป็นตลาดนำเข้ามันสำปะหลังที่สำคัญที่สุดของไทย โดยในปี 2568 มีมูลค่าการนำเข้าจากไทยกว่า 6,393 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 75.83 ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างนครฉงชิ่งกับไทยอยู่ที่ 34,149 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.20 ทั้งนี้ พื้นที่เสฉวน–ฉงชิ่งมีความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังมากกว่า 3 ล้านตันต่อปี และยังคงเติบโตในอัตราร้อยละ 10–15 อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการใช้วัตถุดิบดังกล่าวในภาคอุตสาหกรรมของจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟจีน–ลาว–ไทย ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตรจากไทยสู่จีนตะวันตก ทำให้สามารถลดระยะเวลาการขนส่งเหลือเพียง 5–7 วัน จากเดิมที่ใช้เวลานานกว่านี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีนได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Mr. Yang Xuchao รองประธาน China Council for the Promotion of International Trade Chongqing ได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดีต่อการจัดงานในครั้งนี้ และได้กล่าวเน้นย้ำถึงศักยภาพและข้อได้เปรียบของความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) นครฉงชิ่งและภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเป็นตลาดที่มีความต้องการมันสำปะหลังไทยสูงและมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง (2) ฉงชิ่งมีระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การกระจายสินค้าไปทั่วจีนทำได้รวดเร็วและลดต้นทุน (3) มันสำปะหลังสามารถต่อยอดห่วงโซ่มูลค่าในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหาร อาหารสัตว์ และพลังงานชีวภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มได้หลายมิติ และ (4) ฉงชิ่งมีแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการสร้างพันธมิตรทางการค้าและผลักดันความร่วมมือเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ Mr. Yang Xuchao แสดงความคาดหวังให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันผลักดันความร่วมมือเชิงรูปธรรม เพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต

image.png

 

ภายในงานยังมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย รวมถึงแนวโน้มความต้องการของตลาดจีน และแนวทางการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมต่างๆอย่างหลากหลาย เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้อย่างสอดคล้องกับบริบทการค้าโลก และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน

 

image.png

 

สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ของงาน คือ กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมโยงกับผู้นำเข้าและพันธมิตรทางการค้าจีนโดยตรง อันนำไปสู่การจับคู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ การขยายเครือข่ายทางการค้า และการต่อยอดความร่วมมือเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศในระยะยาว

 

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมันสำปะหลังไทยในการขยายตลาดสู่จีนตะวันตก โดยเฉพาะในพื้นที่นครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ซึ่งมีความต้องการใช้วัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้นำเข้าจีนให้ความสนใจและให้การตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจแบบจับคู่ (Business Matching) เป็นอย่างดี การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับศักยภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยให้แก่ผู้ประกอบการจีน โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลและการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งช่วยให้ผู้นำเข้าเห็นโอกาสในการนำไปใช้ต่อยอดในเชิงธุรกิจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เวทีดังกล่าวยังเอื้อให้เกิดการสร้างเครือข่ายพันธมิตรใหม่ และกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ

มันสำปะหลังไทยยังคงมีความได้เปรียบด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความต่อเนื่องของอุปทาน ประกอบกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟจีน–ลาว–ไทย ที่ช่วยลดระยะเวลาขนส่งและต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ความต้องการใช้มันสำปะหลังในจีนยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวของจีนที่มุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบชีวภาพมากขึ้น มันสำปะหลังไทยจึงมีศักยภาพในการตอบสนองความต้องการดังกล่าว ทั้งในรูปวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าเพิ่ม

นอกจากนี้ การพัฒนาเส้นทางโลจิสติกส์และโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงไทยกับจีนตะวันตก ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ทำให้สามารถส่งมอบสินค้าได้รวดเร็ว ลดต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อ ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือในรูปแบบใหม่ เช่น การทำสัญญาซื้อขายระยะยาว การร่วมลงทุน หรือการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่เป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนยังมีการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจากประเทศคู่แข่ง รวมถึงความไม่แน่นอนของปัจจัยด้านราคาและนโยบายการค้า ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้า การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

 

----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

เมษายน 2569

แหล่งข้อมูล : https://mp.weixin.qq.com/s/AWTvfnE-09MUbYJzlLXr-A

 

เฉิงตู -เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจมันสำปะหลังไทย เจาะตลาดจีนตะวันตก.pdf
Share :
Instagram