
โครงสร้างโลจิสติกส์หนุนนำเข้าทุเรียนไทยสู่จีนพุ่ง คาดศูนย์กระจายสินค้าเฉิงตูรับ 2 หมื่นตันในปี 2569 การพัฒนาเส้นทางรถไฟห่วงโซ่ความเย็น "จีน–ลาว–ไทย" ช่วยลดระยะเวลาขนส่งทุเรียนจากไทยสู่จีนเหลือเพียง 1-2 วัน พร้อมลดอัตราการสูญเสียจากร้อยละ 10 เหลือไม่เกินร้อยละ 3 ส่งผลให้ปริมาณทุเรียนนำเข้าตลาดจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปริมาณทุเรียนที่นำเข้าสู่ตลาดจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยศูนย์กระจายสินค้าทุเรียนนำเข้า ณ เขตชิงไป่เจียง นครเฉิงตู คาดว่าจะรองรับปริมาณทุเรียนได้สูงถึงประมาณ 20,000 ตันในปี 2569 และการนำเข้าจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม–กันยายน

แหล่งที่มา :https://mp.weixin.qq.com/s/5DXy8XYv3N2RkvBKrrGFXg
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายตัวดังกล่าว คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟห่วงโซ่ความเย็น "จีน–ลาว–ไทย" ซึ่งได้ขยายจุดเริ่มต้นจากลาวไปยังท่าเรือแหลมฉบังของไทย เชื่อมต่อโดยตรงกับพื้นที่ผลิตทุเรียนสำคัญในภาคตะวันออก ส่งผลให้การขนส่งมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดระยะเวลาจากเดิมประมาณ 1 สัปดาห์ เหลือเพียงประมาณ 5 วัน และในบางกรณีใช้เวลาเพียง 1–2 วันเท่านั้น ระบบขนส่งดังกล่าวควบคุมอุณหภูมิคงที่ประมาณ 13 องศาเซลเซียสตลอดเส้นทางในลักษณะ "ตู้เดียวถึงปลายทาง" ช่วยรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของทุเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดอัตราการสูญเสียจากประมาณร้อยละ 10 เหลือไม่เกินร้อยละ 3 ขณะเดียวกัน การพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์แบบหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ยังช่วยให้สามารถกระจายทุเรียนจากนครเฉิงตูไปยังเมืองสำคัญ เช่น ปักกิ่งและซีอาน ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ เข้าถึงทุเรียนได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น
สรุปได้ว่า การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ในเส้นทาง "จีน–ลาว–ไทย" ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุน และรักษาคุณภาพสินค้า หากยังตอกย้ำบทบาทของนครเฉิงตูในฐานะศูนย์กลางกระจายสินค้านำเข้าสำคัญของจีนตะวันตก และเปิดโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ในการขยายตลาดทุเรียนไทยสู่ผู้บริโภคจีนในวงกว้างยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งที่มา : https://mp.weixin.qq.com/s/o4h2n6a6YUy_Mz-VyACUFA
เกร็ดความรู้สำหรับผู้บริโภค: วิธีเลือกซื้อทุเรียนคุณภาพดี
สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อทุเรียน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการเลือกทุเรียนคุณภาพควรพิจารณาทั้งความสุกและปริมาณเนื้อของผลควบคู่กัน โดยสังเกตได้จากลักษณะภายนอก ดังนี้
การดูความสุกของทุเรียน
(1) การบีบหนาม: บีบปลายหนามที่ติดกัน หากสามารถกดเข้าหากันได้เล็กน้อย แสดงว่าทุเรียนมี ความสุกเหมาะสม
(2) การดมกลิ่น: ทุเรียนที่สุกดีจะมีกลิ่นหอม ไม่ฉุน หากมีกลิ่นแอลกอฮอล์หรือเปรี้ยวอาจสุกเกินหรืออาจเน่าเสีย
(3) การเขย่า: หากเขย่าแล้วเนื้อด้านในขยับเล็กน้อย แสดงถึงความสุกที่เหมาะสม
(4) การสังเกตรอยแยก: ผลที่มีรอยแยกเล็กน้อยแต่ยังไม่เปิดเห็นเนื้อถือว่าเหมาะสม
(5) การดูก้านผล: ก้านควรมีสีเขียว สด ไม่แห้งเหี่ยว สะท้อนถึงความสดใหม่
การดูปริมาณเนื้อทุเรียน
(1) รูปทรงกลม อวบ สมส่วน และผลค่อนข้างสั้น มักมีเนื้อในมาก
(2) ก้นผลที่มีขนาดเล็กและแน่น มักบ่งชี้เปลือกบางและเนื้อแน่น
(3) หนามสั้น อวบ มีระยะห่างพอสมควร มักสัมพันธ์กับเนื้อหนา
(4) กรณีขนาดใกล้เคียงกัน ควรเลือกผลที่มีน้ำหนักมากกว่า
นอกจากนี้ ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลโดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำมาประยุกต์ใช้ผ่านแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อช่วยวิเคราะห์รูปทรงภายนอกและประเมินแนวโน้มปริมาณเนื้อ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนการประเมินด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์ เช่น น้ำหนักและกลิ่น ได้อย่างสมบูรณ์ ผู้บริโภคจึงควรใช้วิจารณญาณของตนเองควบคู่กันไป
ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการไทย
(1) เร่งใช้ประโยชน์จากเส้นทางโลจิสติกส์ใหม่ ใช้รถไฟห่วงโซ่ความเย็น "จีน–ลาว–ไทย" เป็นช่องทางหลักในการขนส่ง เพื่อลดต้นทุนและรักษาคุณภาพของสินค้า วางแผนการส่งออกให้สอดคล้องกับตารางเดินรถไฟที่เพิ่มความถี่เป็นวันละ 6 ขบวนในช่วงฤดูกาล
(2) มุ่งเจาะตลาดผ่านศูนย์กระจายสินค้าเฉิงตู ใช้เขตชิงไป่เจียงเป็นฐานกระจายสินค้าสู่เมืองต่างๆ อาทิปักกิ่ง ซีอาน และเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ พัฒนาพันธมิตรกับผู้ค้าปลีกและผู้กระจายสินค้าในจีนตะวันตก เพื่อขยายช่องทางจำหน่าย
(3) รักษามาตรฐานคุณภาพตลอดห่วงโซ่ โดยการควบคุมกระบวนการเก็บเกี่ยวและคัดเกรดให้ได้คุณภาพสม่ำเสมอ ใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียสอย่างเคร่งครัด เพื่อลดอัตราสูญเสียไม่เกินร้อยละ 3
(4) เสริมจุดขายด้วยความรู้แก่ผู้บริโภค ได้แก่ ผลิตสื่อแนะนำวิธีเลือกซื้อทุเรียนคุณภาพ (การบีบหนาม การดมกลิ่น การสังเกตรูปทรง) เพื่อสร้างความเชื่อมั่น นำเทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์และคัดเกรดเบื้องต้น แต่ยังคงเน้นการรับประกันคุณภาพด้วยมาตรฐานของไทย
(5) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผู้ประกอบการควรศึกษาข้อมูลความต้องการของตลาดแต่ละเมืองเพื่อปรับแผนการส่งออกให้ตรงกับความต้องการ ร่วมมือกับภาคเอกชนของจีนในการสร้างแบรนด์และส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
พฤษภาคม 2569
แหล่งข้อมูล : https://mp.weixin.qq.com/s/9gn2gBbh_-FJm2WuKFfWIg
https://mp.weixin.qq.com/s/M1QgAyvHn8JyK5xjvqKEhQ
https://mp.weixin.qq.com/s/5DXy8XYv3N2RkvBKrrGFXg
https://mp.weixin.qq.com/s/o4h2n6a6YUy_Mz-VyACUFA