
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ประธานาธิบดี Mohamed Muizzu แห่งมัลดีฟส์ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการย้ายท่าเรือพาณิชย์ Malé Commercial Harbour ไปยัง Thilafushi ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของรัฐบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการรองรับการค้าระหว่างประเทศ ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ของท่าเรือเดิมในกรุงมาเล (Malé) และสนับสนุนการขยายตัวของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ
โครงการท่าเรือพาณิชย์แห่งใหม่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 60 เฮกตาร์ โดยในระยะแรกจะสามารถรองรับตู้สินค้าได้ประมาณ 390,000 TEUs ต่อปี และเมื่อพัฒนาเต็มโครงการคาดว่าจะเพิ่มขีดความสามารถเป็นประมาณ 1.8 ล้าน TEUs ต่อปี ท่าเรือจะมีท่าเทียบเรือสำหรับเรือคอนเทนเนอร์ระหว่างประเทศความยาว 375 เมตร ความลึก 14.6 เมตร และสามารถขยายความยาวท่าเทียบเรือได้ถึง 1.4 กิโลเมตรในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาท่าเทียบเรือสำหรับการขนส่งภายในประเทศความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร พร้อมติดตั้งเครน Ship-to-Shore (STS) จำนวน 2 ตัว และ Mobile Harbour Crane จำนวน 1 ตัว
รัฐบาลมัลดีฟส์ตั้งเป้าให้ท่าเรือพาณิชย์แห่งใหม่สามารถดำเนินงานได้เต็มรูปแบบภายใน เดือนพฤศจิกายน 2570 อย่างไรก็ดี Maldives Ports Limited (MPL) ระบุว่า มีแผนเริ่มกิจกรรมท่าเรือบางส่วนที่ Thilafushi ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 ควบคู่กับท่าเรือเดิม เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความล่าช้าในการขนถ่ายสินค้า
เพิ่มขีดความสามารถด้านการค้าและลดความล่าช้าในการขนถ่ายสินค้า
การพัฒนาท่าเรือ Thilafushi มีความสำคัญต่อระบบการค้าของมัลดีฟส์ เนื่องจากท่าเรือพาณิชย์เดิมในกรุงมาเลมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และขีดความสามารถในการรองรับสินค้า โดยปัจจุบันการขนถ่ายสินค้าจากเรือที่ Malé Commercial Harbour ใช้เวลาประมาณ 7–14 วัน ขณะที่รัฐบาลคาดว่าการพัฒนาท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ระหว่างประเทศแห่งใหม่จะช่วยลดระยะเวลาดังกล่าวเหลือประมาณ 2 วัน
ความคืบหน้า ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 พบว่า การก่อสร้างท่าเทียบเรือภายใน Inner Harbour ช่วงแรกความยาว 100 เมตรแล้วเสร็จ ขณะที่การถมพื้นที่บริเวณ Inner Harbour ดำเนินการแล้วประมาณร้อยละ 40 และอยู่ระหว่างการปรับระดับพื้นที่ ก่อสร้างถนน ผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป จัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร Terminal
กระทรวง Economic Development, Transport & Trade ของมัลดีฟส์ระบุว่า การย้ายท่าเรือพาณิชย์ไปยัง Thilafushi เป็นโครงการสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้าทางทะเล ลดความแออัดในกรุงมาเล และเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานของประเทศ โดย Thilafushi เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญของมัลดีฟส์อยู่แล้ว การย้ายกิจกรรมท่าเรือจึงจะช่วยเชื่อมโยงกิจกรรมด้านการค้า อุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ในพื้นที่เดียวกันมากขึ้น
นำเทคโนโลยีและ AI เพิ่มประสิทธิภาพบริการท่าเรือ
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 Maldives Ports Limited เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ท่าเรือแห่งใหม่จะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาใช้ในการบริหารจัดการบริการ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของท่าเรือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านโลจิสติกส์ของประเทศ
การเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้า ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการ มีเป้าหมายช่วยให้การนำเข้าและกระจายสินค้ามีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะมัลดีฟส์ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะและต้องอาศัยการขนส่งทางทะเลเป็นช่องทางสำคัญในการนำเข้าสินค้าและกระจายสินค้าไปยังเกาะต่างๆ
สนับสนุนภาคธุรกิจและระบบกระจายสินค้า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง Economic Development, Transport & Trade ของมัลดีฟส์ระบุว่า การเพิ่มประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้าจากท่าเรือคาดว่าจะช่วยให้สินค้า โดยเฉพาะอาหารสด ผัก และสินค้าอุปโภคบริโภค สามารถเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น และช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากความล่าช้าในการขนถ่ายสินค้า
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแนวทางพัฒนาพื้นที่ Thilafushi ให้รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับท่าเรือมากขึ้น ทั้งการจัดเก็บสินค้า คลังสินค้า การกระจายสินค้า และกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มบทบาทของ Thilafushi ในฐานะพื้นที่อุตสาหกรรมและศูนย์กลางด้านการขนส่งสินค้าของประเทศ
ข้อสังเกต
การย้าย Malé Commercial Harbour ไปยัง Thilafushi เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อระบบการค้าของมัลดีฟส์ เนื่องจากมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าและลดระยะเวลาการขนถ่ายสินค้า ซึ่งหากดำเนินการได้ตามแผน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบนำเข้าและกระจายสินค้า ตลอดจนลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ที่ภาคธุรกิจเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือและโลจิสติกส์ดังกล่าวอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดมัลดีฟส์ โดยเฉพาะ อาหารและเครื่องดื่ม อาหารแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง ตลอดจนเครื่องใช้และอุปกรณ์สำหรับโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและภาคการท่องเที่ยวของมัลดีฟส์
นอกจากนี้ ยังอาจสร้างโอกาสทางธุรกิจในด้าน โลจิสติกส์ คลังสินค้า ระบบห้องเย็นและห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) อุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบบริหารจัดการท่าเรือ ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามความคืบหน้าของโครงการ รวมถึงความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินโอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์ของมัลดีฟส์ในระยะต่อไป
แหล่งที่มา:
1. President’s Office, Republic of Maldives, 1 October 2026.
2. Ministry of Economic Development, Transport & Trade, Republic of Maldives, 1 October 2026.
3. MMTV, 1 October 2026.
4. SunOnline International, 2 October 2026.
5. The Edition, 2 October 2026.
6. MMTV, 5 October 2026.