
“อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน” (Cross-border E-commerce)
กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริโภคและการค้าต่างประเทศของจีน

กระแสการบริโภคผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (General Administration of Customs) ได้แถลงในงานแถลงข่าวที่จัดโดยสำนักงานข้อมูลคณะรัฐมนตรีจีน (State Council Information Office) ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าผ่านคลังสินค้าในต่างประเทศ (Overseas Warehouse) ภายใต้รูปแบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีนขยายตัวถึง 3.3 เท่า และมีผู้บริโภคจีนกว่า 140 ล้านคนที่ซื้อสินค้าจากทั่วโลกผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนสะท้อนให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งของรูปแบบธุรกิจใหม่นี้
ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรระบุเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 มูลค่าการนำเข้าและส่งออกผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนสูงถึง 2.84 ล้านล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการส่งออกผ่านรูปแบบการจัดซื้อเพื่อการตลาด (Market Procurement Trade) สูงกว่า 800,000 ล้านหยวน ตอกย้ำบทบาทของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในฐานะแรงขับเคลื่อนสำคัญของการค้าต่างประเทศและการยกระดับการบริโภคภายในประเทศ
ข้อมูลจากบริษัท iiMedia Research ระบุว่า ระหว่างปี 2556 - 2568 มูลค่าการซื้อขายผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนขยายตัวจาก 2.9 ล้านล้านหยวน เป็น 18.8 ล้านล้านหยวน สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมนี้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการค้าดิจิทัลของจีนที่มีความสมบูรณ์มากขึ้นตามลำดับ

ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ผลสำรวจของ iiMedia Research เกี่ยวกับความถี่ในการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของผู้บริโภคจีนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มที่ซื้อสินค้า 1 - 2 ครั้งต่อไตรมาสมีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 41.96 รองลงมาคือกลุ่มที่ซื้อ 1 - 3 ครั้งต่อเดือน ร้อยละ 39.78 และอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งนับเป็น ร้อยละ 8.10 ขณะที่มีผู้บริโภคเพียงร้อยละ 1.5 ที่ไม่เคยซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการซื้อสินค้าข้ามพรมแดนได้กลายเป็นพฤติกรรมปกติของผู้บริโภคจีนไปแล้ว

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ การพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์และคลังสินค้าในต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงศักยภาพด้านการให้บริการดิจิทัลที่ทันสมัย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าจากต่างประเทศเข้าถึงตลาดผู้บริโภคจีนได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยขยายช่องทางการเข้าถึงสินค้า ตอบสนองอุปสงค์ภายในประเทศและสนับสนุนการค้าต่างประเทศโดยรวม
ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้
แนวโน้มการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีนถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีศักยภาพ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่หันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ข้ามพรมแดนอย่างสม่ำเสมอมากขึ้นผู้ประกอบการไทยจึงควรพิจารณาใช้ช่องทาง อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและระบบคลังสินค้าในต่างประเทศเพื่อลดระยะเวลาการจัดส่งและลดต้นทุนโลจิสติกส์ควบคู่กับการสร้างแบรนด์และมาตรฐานสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่ อาทิ สินค้าที่มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้และมีอัตลักษณ์เฉพาะ ทั้งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าไทยในตลาดจีนอย่างยั่งยืน
___________________________________________________________________________________
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้
สิงหาคม 2569