
สำนักงานสถิตินครเฉิงตู เผยรายงานเศรษฐกิจของ “เขตเศรษฐกิจนครเฉิงตู” ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ครอบคลุม 4 เมืองยุทธศาสตร์ ได้แก่ นครเฉิงตู ในฐานะแกนกลางเศรษฐกิจ เมืองเต๋อหยาง เมืองเหม่ยซาน และเมืองซือหยาง ซึ่งเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ รายงานดังกล่าวสะท้อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง โดยเฉพาะในภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรม ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเริ่มเข้าสู่ช่วงปรับฐานและมีแนวโน้มชะลอตัวลง รายงานฉบับนี้นำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในภูมิภาค 2) ภาคการผลิตและอุตสาหกรรม 3) การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และ 4) ตลาดค้าปลีก ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์มวลรวมในภูมิภาค (GDP)

ที่มาภาพ: https://mp.weixin.qq.com/s/QEaGdIpmd5ipEVm8bmehVQ
(ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ GDP ของ 4 เมืองในเขตเศรษฐกิจนครเฉิงตู ครึ่งปีแรก ปี 2569)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมของเขตนครเฉิงตูและเมืองในเขตเศรษฐกิจ ขยายตัวร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่ารวม 1,609,750 ล้านหยวน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งมณฑลเสฉวนร้อยละ 0.1 ตอกย้ำบทบาทความเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจด้วยสัดส่วน GDP สูงถึงร้อยละ 47.9 ของทั้งมณฑล นครเฉิงตูยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยมี GDP มูลค่า 1,268,430 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 5.0 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80.0 ของเขตนครเฉิงตู ขณะที่เมืองเหม่ยซานก้าวขึ้นเป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดด้วย GDP มูลค่า 100,140 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 6.0 และเมืองซือหยางเติบโตต่อเนื่องที่ 55,700 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 5.2 ส่วนเมืองเต๋อหยางสร้าง GDP 165,490 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 3.5
2. ภาคการผลิตและอุตสาหกรรม

ที่มาภาพ: https://mp.weixin.qq.com/s/QEaGdIpmd5ipEVm8bmehVQ
(อัตราการเติบโตมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมของวิสาหกิจใน 4 เมืองของเขตเศรษฐกิจนครเฉิงตู ครึ่งปีแรก ปี 2569)
ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเขตเศรษฐกิจนครเฉิงตู ในภาพรวมขยายตัวร้อยละ 6.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่เมืองในเขตเศรษฐกิจมีบทบาทโดดเด่นจากการรับโอนย้ายฐานการผลิต โดยเมืองซือหยางเติบโตสูงสุดในภาคอุตสาหกรรม พุ่งขึ้นถึงร้อยละ 15.7 ขณะที่เมืองเหม่ยซานขยายตัวในลำดับสองที่ร้อยละ 11.5 ส่วนนครเฉิงตูและเมืองเต๋อหยางขยายตัวในระดับใกล้เคียงกันที่ร้อยละ 6.4 และร้อยละ 6.0 ตามลำดับ
3. การลงทุนสินทรัพย์ถาวร

ที่มาภาพ: https://mp.weixin.qq.com/s/QEaGdIpmd5ipEVm8bmehVQ
(อัตราการเติบโตของการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของ 4 เมืองในเขตเศรษฐกิจนครเฉิงตู ครึ่งปีแรก ปี 2569)
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของเขตเศรษฐกิจนครเฉิงตูปรับตัวลดลงร้อยละ 1.8 สะท้อนการชะลอตัวของโครงการใหม่และการปรับโครงสร้างการลงทุนในบางพื้นที่ เมืองซือหยางเป็นพื้นที่ที่มีการปรับตัวลดลงมากที่สุดถึงร้อยละ 23.4 ขณะที่นครเฉิงตูลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.9 ส่วนเมืองเต๋อหยางและเมืองเหม่ยซานยังคงรักษาการเติบโตในแดนบวกที่ร้อยละ 1.5 และร้อยละ 2.2 ตามลำดับ
4. ตลาดค้าปลีก
![]()

ที่มาภาพ: https://mp.weixin.qq.com/s/QEaGdIpmd5ipEVm8bmehVQ
(มูลค่ารวมยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของ 4 เมืองในเขตเศรษฐกิจนครเฉิงตู ครึ่งปีแรก ปี 2569)
ดัชนียอดขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่ร้อยละ 1.7 รวมมูลค่า 689,070 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 47.7 ของยอดค้าปลีกรวมทั้งมณฑลเสฉวน นครเฉิงตูครองส่วนแบ่งการบริโภคหลักสูงถึงร้อยละ 82.9 ด้วยมูลค่า 570,940 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 1.6 เมืองเหม่ยซานสะท้อนความคึกคักของกำลังซื้อท้องถิ่นด้วยอัตราเติบโตสูงสุดที่ร้อยละ 5.7 คิดเป็นมูลค่า 38,270 ล้านหยวน ส่วนเมืองเต๋อหยางและเมืองซือหยางมียอดค้าปลีกที่ 58,090 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 1.8 และ 21,770 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 1.6 ตามลำดับ
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
จากข้อมูลเศรษฐกิจครึ่งปีแรกของปี 2569 ในเขตเศรษฐกิจนครเฉิงตู สะท้อนให้เห็นว่าแม้นครเฉิงตูยังคงเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจด้วยสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ แต่แรงขับเคลื่อนใหม่กำลังขยายตัวในเมืองรองรอบนอก ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง 3 ประเด็น ได้แก่
1. การกระจายตัวของห่วงโซ่อุตสาหกรรม การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในเมืองซือหยางที่ขยายตัวที่ร้อยละ 15.7 และเมืองเหม่ยซานที่ร้อยละ 11.5 เป็นสัญญาณชัดเจนที่เป็นผลจากการถ่ายโอนฐานการผลิตจากนครเฉิงตูไปยังเมืองรอบนอก โดยนครเฉิงตูกำลังยกระดับสู่ภาคบริการขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา และศูนย์กลางเทคโนโลยี ขณะที่บทบาทฐานการผลิตจริงถูกส่งต่อให้เมืองซือหยางและเมืองเหม่ยซาน ซึ่งมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและพื้นที่ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมของจีนตะวันตก โดยใช้เมืองรองเหล่านี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่
2. การลงทุนสินทรัพย์ถาวรที่หดตัว สะท้อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของจีนจากการพึ่งพาการลงทุนไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นฐาน ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเชื่อมโยงความร่วมมือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมายของเขตนครเฉิงตู เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์พลังงานใหม่ อุปกรณ์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของจีนในระยะยาว
3. การขยายตัวของกำลังซื้อในเมืองเกิดใหม่ของเขตเศรษฐกิจเฉิงตู แม้ยอดค้าปลีกภาพรวมจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่ร้อยละ 1.7 สะท้อนความระมัดระวังของผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ยอดค้าปลีกของเมืองเหม่ยซานมีอัตราเติบโตโดดเด่นถึงร้อยละ 5.7 ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมได้ดึงดูดแรงงานและยกระดับรายได้ของคนในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดกลุ่มชนชั้นกลางใหม่ในเมืองรองที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
ข้อมูลเศรษฐกิจข้างต้นสะท้อนทิศทางที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนสามารถนำไปใช้ในการวางกลยุทธ์ในภูมิภาคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำกัดการทำตลาดเฉพาะในตัวเมืองเฉิงตูเท่านั้น โดยในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคสามารถพิจารณาการทำตลาดในเมืองเหม่ยซานและเมืองเต๋อหยาง ซึ่งกำลังซื้อมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และระดับการแข่งขันยังไม่สูงเท่าตัวเมืองนครเฉิงตู ในด้านอุตสาหกรรม การขยายตัวของฐานการผลิตในเมืองซือหยางและเมืองเหม่ยซานเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน วัตถุดิบ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิต สามารถสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เมืองทั้งสองกำลังพัฒนาเป็นฐานการผลิตยุคใหม่ของมณฑลเสฉวนโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์อัจฉริยะ และพลังงานใหม่ ซึ่งเป็นสาขาที่มีศักยภาพสูงสำหรับการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการไทยในอนาคต
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
สิงหาคม 2569
แหล่งข้อมูล :