
ปี 2569 จีนเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ “สัปดาห์ดิจิทัล APEC และการประชุมรัฐมนตรีด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–29 กรกฎาคม 2569 ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนตะวันตกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI
การประชุมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในการประชุมระดับรัฐมนตรีที่สำคัญของ APEC และเป็นเวทีสำคัญที่จัดขึ้นก่อนการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting) โดยมีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกกว่า 30 แห่ง อาทิ Meta, Google, Microsoft, Panasonic, Tencent, Baidu และ ZTEฯลฯ เข้าร่วม โดยมีการจัดกิจกรรมเสวนาระดับสูง และการศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค ภายใต้ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ การสร้างการเชื่อมโยงทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง และการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เหตุใด APEC จึงเลือก “เฉิงตู” เป็นเจ้าภาพ?
บทวิเคราะห์ของ Dacheng Industry ระบุว่า นครเฉิงตูได้พัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม AI อย่างเป็น
รูปธรรมและครบวงจร ตั้งแต่การกำหนดนโยบายภาครัฐ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานกำลังประมวลผล (Computing Power) การส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนการผลักดันให้ AI ถูกนำไปใช้งานจริงในภาคธุรกิจ การแพทย์ การคมนาคม และการบริหารเมือง ส่งผลให้เฉิงตูกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนตะวันตก และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน AI และเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ที่มาภาพ: https://mp.weixin.qq.com/s/GH7kAbKkAGFkY9lRuVxULw
(หุ่นยนต์ “Xiangdi Ultra” ปฏิบัติหน้าที่จัดส่งพัสดุภายในชุมชน)
สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้เฉิงตูก้าวขึ้นสู่ศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ AI ในระดับเอเชีย-แปซิฟิก มีดังนี้
1. นโยบายภาครัฐที่เข้มแข็งสำหรับการวางรากฐานการพัฒนา AI
ความสำเร็จของอุตสาหกรรม AI ในเฉิงตูไม่ได้เกิดจากภาคเอกชนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการวางนโยบายและการสนับสนุนของภาครัฐอย่างเป็นระบบ โดยเฉิงตูเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองของจีนที่ได้รับการกำหนดให้เป็นทั้ง เขตทดลองนวัตกรรมการพัฒนา AI ระดับชาติ และ เขตนำร่องการประยุกต์ใช้ AI ระดับชาติ ซึ่งช่วยให้เมืองมีความได้เปรียบในการทดลองนโยบายและเทคโนโลยีใหม่
ขณะเดียวกัน มณฑลเสฉวนได้ยกระดับโครงการ “AI+” ให้เป็นโครงการนวัตกรรมสำคัญของมณฑล และในปี 2568 นครเฉิงตูได้ประกาศแผนเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม Embodied Intelligence โดยกำหนดเป้าหมายด้านการขยายขนาดอุตสาหกรรม การพัฒนาผู้ประกอบการ และการส่งเสริมการใช้งาน AI ในสาขาต่าง ๆ เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ อุปกรณ์อัจฉริยะ และแอปพลิเคชัน AI เป็นต้น
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการเปิด “พื้นที่ทดลองใช้งาน (Application Scenarios)” เพื่อให้เทคโนโลยีใหม่สามารถนำมาทดสอบและพัฒนาก่อนนำไปใช้จริง โดยในปี 2569 เฉิงตูได้ออกมาตรการส่งเสริมการพัฒนาสถานการณ์การใช้งาน AI เป็นเมืองแรกของจีน เปิดพื้นที่สาธารณะและจัดสรรงบประมาณภาครัฐเพื่อสนับสนุนการทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่
นอกจากนี้ ภาครัฐยังสนับสนุนเงินทุนผ่านรัฐวิสาหกิจ และจัดทำ “คูปองกำลังประมวลผล (Computing Power Vouchers)” เพื่อช่วยลดต้นทุนการใช้ทรัพยากรประมวลผลของผู้ประกอบการ ส่งผลให้เฉิงตูสามารถสร้างระบบนิเวศ AI ที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน
2. โครงสร้างพื้นฐานด้านกำลังในการประมวลผล รากฐานสำคัญของอุตสาหกรรม AI
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม กำลังในการประมวลผล (Computing Power) ถือเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่มีความสำคัญไม่ต่างจากไฟฟ้า เครือข่ายสื่อสาร หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอื่น ๆ เฉิงตูเป็นศูนย์กลางสำคัญของโครงการ “East Data, West Computing” ซึ่งมุ่งกระจายศูนย์ข้อมูลและกำลังในการประมวลผลจากพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิตฮาร์ดแวร์ การให้บริการศูนย์ประมวลผล ไปจนถึงการพัฒนาระบบนิเวศด้าน AI
บริษัท Huakun Zhenyu Intellingent Technology Co., Ltd ซึ่งตั้งอยู่ในเฉิงตู เป็นผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์และเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้เทคโนโลยีของจีนทั้งหมด และสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศขณะเดียวกัน ศูนย์ประมวลผลอัจฉริยะเฉิงตู (Chengdu Intelligent Computing Center) มีศักยภาพด้านกำลังประมวลผลกว่า 408P และให้บริการแก่บริษัทและสถาบันวิจัยมากกว่า 340 แห่ง
นอกจากนี้ เฉิงตูยังเป็นเมืองแรกของจีนที่นำรูปแบบ “ลงทุนด้วยกำลังประมวลผล” (Computing Power as Equity) มาใช้ กล่าวคือ แทนที่จะให้ภาคธุรกิจเช่าหรือซื้อบริการประมวลผลเพียงอย่างเดียว ผู้ให้บริการสามารถนำทรัพยากรกำลังประมวลผลมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในบริษัท ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงทรัพยากร AI ได้ง่ายขึ้น ลดภาระต้นทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเติบโตร่วมกันผ่านการแบ่งปันผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจ

ที่มาภาพ: https://mp.weixin.qq.com/s/GH7kAbKkAGFkY9lRuVxULw
(การแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ประมวลผลอัจฉริยะเฉิงตู เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม)
3. เฉิงตูก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์
หุ่นยนต์และ Embodied AI ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของเฉิงตู โดยเมืองแห่งนี้มีการพัฒนาหุ่นยนต์ครอบคลุมทั้งด้านบริการ อุตสาหกรรม การแพทย์ และโลจิสติกส์ ตัวอย่างที่โดดเด่น ได้แก่ “Aiqiu” หุ่นยนต์สื่อสารอารมณ์ตัวแรกของโลกที่สามารถรับรู้อารมณ์และโต้ตอบกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึง ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เฉิงตู ที่พัฒนาโมเดล AI และเทคโนโลยีสำหรับหุ่นยนต์ระดับแนวหน้าของโลก
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น หุ่นยนต์สองขา “Gongga No.1” หุ่นยนต์ไดโนเสาร์ “Tangpa” หุ่นยนต์แพนด้า “Jinbao” และหุ่นยนต์โครงกระดูกภายนอกเพื่อช่วยผู้ป่วยอัมพาตให้กลับมายืนและเดินได้ เป็นต้น และในปัจจุบันเฉิงตูยังส่งออกหุ่นยนต์ส่งของไปให้บริการในกว่า 50 เมืองทั่วโลก รวมถึงสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนศักยภาพของเฉิงตูในการพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถนำไปใช้งานจริงและแข่งขันในตลาดโลกได้

ที่มาภาพ: https://mp.weixin.qq.com/s/GH7kAbKkAGFkY9lRuVxULw
(เฉิงตูเปิด “ถนนหุ่นยนต์” แห่งแรกของประเทศ บนถนนเจียวจื่อ)
4. การประยุกต์ใช้ AI ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์
จุดเด่นของเฉิงตูไม่ใช่เพียงการพัฒนา AI แต่คือการนำ AI ไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เฉิงตูได้เปิด ถนนหุ่นยนต์แห่งแรกของจีน และร้านหุ่นยนต์อัจฉริยะแห่งแรกของประเทศ ซึ่งรวบรวมการใช้งานหุ่นยนต์หลากหลายรูปแบบ เช่น หุ่นยนต์ส่งของ หุ่นยนต์ลาดตระเวน หุ่นยนต์บริการ และหุ่นยนต์โต้ตอบกับประชาชน เป็นต้น
นอกจากนี้ AI ยังถูกประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ การบริหารเมือง และด้านสาธารณสุข เช่น ผู้ช่วยสำนักงานอัจฉริยะ (Digital Human) ระบบที่จอดรถอัจฉริยะ หุ่นยนต์ตรวจตราความปลอดภัย และ SurgSmart ระบบ AI วิเคราะห์ภาพการผ่าตัดแบบเรียลไทม์ที่ช่วยแพทย์ลดความเสี่ยงระหว่างการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันเริ่มขยายการ

ที่มาภาพ: https://mp.weixin.qq.com/s/GH7kAbKkAGFkY9lRuVxULw
(โครงการ“จูเก๋อสเปซ” ส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม AI ให้เติบโตร่วมกัน)
5. ระบบนิเวศ AI หนุนบทบาทศูนย์กลางดิจิทัลเอเชีย–แปซิฟิก
เฉิงตูสร้างความโดดเด่นด้วยการพัฒนาระบบนิเวศ AI ที่ครบวงจร ใช้ศักยภาพด้านกำลังประมวลผลเป็นฐาน พัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะทาง และผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ในภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งที่เฉิงตูนำมาสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เมื่อเที่ยบกับเมืองเศรษฐกิจชายฝั่งตะวันออกที่ได้เปรียบด้านบุคคลากรและเงินทุน
การเป็นเจ้าภาพ APEC Digital Week จึงไม่ใช่เพียงการจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่เป็นเวทีแสดงศักยภาพและ "โมเดลการพัฒนา AI ของเฉิงตู" ให้ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกได้เห็น โดยเฉพาะประเทศที่กำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเศรษฐกิจ AI ซึ่งสามารถนำประสบการณ์ของเฉิงตูไปประยุกต์ใช้ได้
จากการเป็นศูนย์กลางของจีนตะวันตกวันนี้เฉิงตูกำลังก้าวสู่บทบาทศูนย์กลางความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและใช้เวที APEC เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายอิทธิพลของนวัตกรรมและอุตสาหกรรม AI จากจีนตะวันตกสู่เวทีโลก
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
การที่นครเฉิงตูได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน APEC Digital Week และการประชุมรัฐมนตรีด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประจำปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเฉิงตูกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ที่สำคัญของจีนตะวันตก โดยอาศัยจุดแข็งด้านนโยบายภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐานกำลังประมวลผล (Computing Power) และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งแต่การวิจัย การพัฒนา การลงทุน ไปจนถึงการนำ AI ไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมและบริการ
แนวทางการพัฒนาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันด้าน AI ในจีนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เพื่อเร่งให้เกิดการต่อยอดนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไทยสามารถศึกษาและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สคต. ณ นครเฉิงตู เห็นว่า ควรติดตามทิศทางนโยบายและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม AI ในมณฑลเสฉวนอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเสริมการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยกับหน่วยงานและบริษัทเทคโนโลยีในพื้นที่ โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น เทคโนโลยีการแพทย์ หุ่นยนต์ โลจิสติกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวอัจฉริยะ และบริการดิจิทัลฯลฯ เพื่อใช้ประโยชน์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลในจีนตะวันตก ตลอดจนสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI ระหว่างไทยและจีนในอนาคต
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
กรกฎาคม 2569
แหล่งข้อมูล :