
บริษัท Nippon Steel ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของญี่ปุ่นได้เข้าซื้อกิจการบริษัทแปรรูปแผ่นโลหะในเมือง Košice ของสาธารณรัฐสโลวาเกีย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเปลี่ยนเมือง Košice ให้เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานในยุโรป ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ Denník N รายงานว่า หลังจากบริษัท Nippon Steel เข้าซื้อโรงงานเหล็กในเมือง Košice และประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น บริษัท Nippon Steel ก็กำลังขยายธุรกิจในประเทศสโลวาเกียเพิ่มเติม โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังบริษัท Nippon Steel เข้าซื้อกิจการ United States Steel Corporation ในปี 2025 โดยมีแผนรับโอนโรงงาน Košice มาอยู่ภายใต้การถือหุ้นโดยตรง และเปลี่ยนชื่อเป็น Nippon Steel Slovakia ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยที่ผ่านมา กำลังการผลิตของบริษัท Nippon Steel ในยุโรปกระจุกตัวอยู่ในโรงงานขนาดเล็กในแถบสแกนดิเนเวีย อีกทั้งปริมาณเหล็กที่นำเข้าเดิมยังน้อยกว่าปริมาณที่บริษัทวางแผนจะจัดหาหลังจากเข้าซื้อกิจการในเมือง Košice ครั้งนี้ แต่เดิมโรงงาน Košice เริ่มต้นในชื่อ East Slovakian Steel Works หรือ VSŽ ในปี 1959 เริ่มการผลิตในปี 1965 และถูกซื้อกิจการโดย U. S. Steel ในปี 2000 ปัจจุบันโรงงานเป็นหนึ่งในฐานการผลิตเหล็กแบบครบวงจรที่สำคัญของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กเคลือบสังกะสี และเหล็กสำหรับการใช้งานเฉพาะทาง โดยขนาดของธุรกิจมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจสโลวาเกียทั้งในแง่รายได้ การจ้างงาน และความเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ บริษัทขนส่ง ผู้รับเหมาบำรุงรักษา ผู้ให้บริการด้านพลังงาน และผู้จัดหาวัตถุดิบ ซึ่งการตัดสินใจลงทุนระยะยาวของบริษัท Nippon Steel จึงเป็นสัญญาณว่าบริษัทมีความตั้งใจรักษาและพัฒนาฐานการผลิตแห่งนี้ มากกว่าปล่อยให้อนาคตของโรงงานขึ้นอยู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศแผนปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีแผนที่จะเปลี่ยนเตาหลอมแบบดั้งเดิมที่ใช้ถ่านโค้กและถ่านหินซึ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นเตาหลอมไฟฟ้า ซึ่งการลงทุนครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 900 ล้านยูโร โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 56 และลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ลงหนึ่งในสี่ในอนาคต
ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต.
บทความนี้มีความสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสโลวาเกีย เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็กเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมยุโรป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า และการก่อสร้าง การเปลี่ยนบทบาทของโรงงานเหล็กในเมือง Košice ให้เป็นศูนย์กลางของบริษัทญี่ปุ่นในยุโรปจึงอาจส่งผลต่อการลงทุน การจ้างงาน การจัดซื้อวัตถุดิบ และโอกาสทางการค้าของผู้ประกอบการต่างชาติ รวมถึงประเทศไทย การที่ทุนญี่ปุ่นเข้ามาถือครองสินทรัพย์การผลิตในยุโรปโดยตรง สะท้อนกลยุทธ์เลี่ยงกำแพงภาษีและการกีดกันทางการค้าของยุโรป โดยการเข้ามาผลิตและทำตลาดในฐานะ "ผู้เล่นภายในพื้นที่ (Insider)" ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงต่อมาตรการ CBAM รวมถึงการเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันแบบแยกส่วน สู่การร่วมทุนเครือข่ายระดับโลกเพื่อแชร์ต้นทุนวิจัยพัฒนา และเร่งเป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน ดังนั้น เมื่อตลาดยุโรปมีผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกอย่างบริษัท Nippon Steel เข้ามาปักฐานการผลิตและยกระดับสินค้าเกรดสูงในยุโรปเอง อาจทำให้โครงสร้างความต้องการเหล็กนำเข้าจากเอเชียเปลี่ยนไป หรือมีความเสี่ยงที่เหล็กราคาถูกจากประเทศอื่นไม่สามารถเจาะตลาดยุโรปได้ เนื่องจากมาตรการ CBAM และมาตรฐานที่สูงขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการเหล็กไทยจึงต้องเน้นการผลิตเหล็กเฉพาะทาง (Niche Market / Special Steel) ที่มีมาตรฐานสูง ความสม่ำเสมอของสินค้า การส่งมอบตรงเวลา การตรวจสอบย้อนกลับ และบริการหลังการขาย มากกว่าการแข่งขันด้านราคา รวมถึงศึกษามาตรฐานเหล็กใหม่ๆ ที่ผลิตจากเตาหลอมไฟฟ้า (Electric Arc Furnace - EAF) ซึ่งปล่อยคาร์บอนต่ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับสเปกวัตถุดิบที่เข้มงวดขึ้นจากแบรนด์ญี่ปุ่นและยุโรป โดยกรณีศึกษาของการทุ่มเงินลงทุนกว่า 900 ล้านยูโร เพื่อปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตของบริษัท Nippon Steel Slovakia สะท้อนว่า "คาร์บอนต่ำ" ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขอยู่รอด ผู้ประกอบการไทยในภาคการส่งออกจำเป็นต้องเร่งวัดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตของตนเอง เพื่อไม่ให้เสียเปรียบในเวทีการค้าระหว่างประเทศในอนาคต