fb
อินเดียลุยเจรจาสหรัฐฯ เตรียมปิดดีลความตกลงการค้าทวิภาคี

อินเดียลุยเจรจาสหรัฐฯ เตรียมปิดดีลความตกลงการค้าทวิภาคี

โดย
Parisa
ลงเมื่อ 30 เมษายน 2569 19:21
สคต. ณ กรุงนิวเดลี (อินเดีย) (TTC, New Delhi (India))
1

อินเดียลุยเจรจาสหรัฐฯ เตรียมปิดดีลความตกลงการค้าทวิภาคี

image.png

Credit Picture: https://timesofindia.indiatimes.com/business/india-business/positive-and-productive-india-us-trade-deal

คณะเจรจาอินเดีย เยือนสหรัฐฯ เตรียมบรรลุข้อตกลงการค้าทวิภาคี

คณะผู้แทนการค้าของอินเดียได้เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างวันที่ 20–22 เมษายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการเจรจารอบสำคัญกับฝ่ายสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบความตกลงการค้าทวิภาคี (Bilateral Trade Agreement: BTA) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้การเจรจาระยะที่ 1 (Phase 1) ให้บรรลุผลโดยเร็ว ทั้งนี้ ฝ่ายอินเดียนำโดยนาย Darpan Jain ผู้ช่วยเลขาธิการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยนาย Brendan Lynch ผู้ช่วยผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียกลาง

แหล่งข่าวจากทั้งสองฝ่ายระบุว่า การเจรจามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญและเหลือประเด็นที่ต้องหารือเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย โดยการหารือรอบนี้มุ่งเน้นการปิดประเด็นคงค้างและกำหนดกลไกการให้สิทธิพิเศษด้านการเข้าถึงตลาดของอินเดียในสหรัฐฯ ทั้งนี้ นาย Piyush Goyal รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดีย ได้ยืนยันว่าข้อตกลงระยะที่ ใกล้เสร็จสมบูรณ์ และอยู่ระหว่างการปรับรายละเอียดขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะในประเด็นการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันให้แก่สินค้าอินเดียในตลาดสหรัฐฯ

ทั้งนี้ การเจรจาดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากกรอบความตกลงชั่วคราว (interim agreement) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศร่วมกันเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งได้วางหลักการด้านการปรับลดภาษีและการเปิดตลาดไว้ล่วงหน้า และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจรจาในรอบปัจจุบัน 

นอกจากนี้ การหารือยังเกิดขึ้นภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ส่งผลให้ฝ่ายสหรัฐฯ ปรับใช้อัตราภาษีชั่วคราวในอัตราร้อยละ 10 เป็นระยะเวลา 150 วัน ซึ่งมีส่วนทำให้การเจรจาที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ต้องเลื่อนออกไป ก่อนที่จะกลับมาดำเนินการอีกครั้งภายใต้กรอบนโยบายใหม่ 

 

รายละเอียดของข้อตกลงการค้าในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

กรอบข้อตกลงชั่วคราว (interim agreement) ที่ประกาศเมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ โดยมีสาระสำคัญครอบคลุมทั้งการปรับลดภาษี การเปิดตลาด และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในหลายสาขา

 

ในด้านภาษี สหรัฐฯ ได้ปรับลดอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากอินเดียลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเฉลี่ยร้อยละ 50 เหลือประมาณร้อยละ 18 ในสินค้าหลากหลายประเภท และมีแผนจะยกเลิกภาษีในสินค้าสำคัญบางรายการ เช่น ยา (pharmaceuticals) อัญมณี เพชร และชิ้นส่วนอากาศยานในระยะถัดไป นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังยกเลิกภาษีในสินค้าบางประเภทที่เคยถูกกำหนดภายใต้มาตรการด้านความมั่นคงแห่งชาติ (อย่างไรก็ดี นโยบายภาษีของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยน ภายหลังคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ส่งผลให้มีการใช้อัตราภาษีชั่วคราวในอัตราร้อยละ 10 เป็นการทั่วไป ซึ่งอาจมีผลต่อการดำเนินการตามข้อตกลงในทางปฏิบัติ และเป็นปัจจัยที่ทั้งสองฝ่ายต้องนำมาพิจารณาประกอบการเจรจา)

ขณะเดียวกัน อินเดียได้ให้คำมั่นในการปรับลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจากสหรัฐฯ 
ในวงกว้าง โดยครอบคลุมทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร อาทิ อาหารสัตว์ ธัญพืช ถั่ว ผลไม้ 
น้ำมันถั่วเหลือง รวมถึงเครื่องดื่มประเภทไวน์และสุรา ซึ่งเป็นการเปิดตลาดภายในประเทศให้แก่ผู้ส่งออกสหรัฐฯ มากขึ้น นอกจากมาตรการด้านภาษีแล้ว ข้อตกลงยังครอบคลุมถึงการลดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers: NTBs) เช่น การปรับปรุงกระบวนการรับรองมาตรฐานสินค้า การลดขั้นตอนทางราชการ และการยกระดับความสอดคล้องของกฎระเบียบในสาขาที่สำคัญ เช่น เครื่องมือแพทย์ และสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)

ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านการค้าอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบการลงทุน และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งสะท้อนถึงมิติทางยุทธศาสตร์ของข้อตกลงที่ก้าวข้ามการค้าแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ อินเดียยังมีแผนจัดซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานและเทคโนโลยี ซึ่งมีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับการลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย

 

ข้อคิดเห็นของ สคต.

1. ข้อตกลงการค้าระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ ในครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยมีศักยภาพในการลดความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษี และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดสำหรับผู้ส่งออกอินเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอ อัญมณี และสินค้าอาหารทะเล ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนการส่งออกที่ลดลง                   อย่างไรก็ตามอินเดียอาจต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปิดตลาดภายในประเทศให้แก่สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศและนโยบายอุตสาหกรรมของอินเดียในระยะยาวอย่าง Make in India

2. ข้อตกลงดังกล่าวยังมีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในด้านนโยบายพลังงานของอินเดีย 
ซึ่งอาจต้องปรับลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของข้อตกลง อีกทั้งยังส่งผลต่อท่าทีทางการทูตของอินเดียในเวทีระหว่างประเทศด้วย

3. สินค้าส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากสินค้าอินเดีย 
หากการเจรจาความตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ บรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีโครงสร้างการส่งออกใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามพัฒนาการของข้อตกลงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.indiatoday.in/india/story/indian-tanker-desh-garima-crosses-strait-of-hormuz-on-the-day-iran-fired-on 

https://www.indiatoday.in/business/commodities/story/strait-of-hormuz-closure-crude-oil-prices-rise-iran-us- 

https://indianexpress.com/article/explained/explained-economics/fertiliser-challenge-india-iran-war-10645383/

ข่าวเด่น 22 เมษายน ใส่ฟอร์ม.pdf
Share :
Instagram