
นอกจากนี้ เนื่องจากความหลากหลายของการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวจีน Gen Z มีทัศนคติต่อการกินคือถือว่าการกินเป็นประสบการณ์ชีวิต โดยชาวจีน Gen Z ส่วนใหญ่แสวงหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีคุณภาพ มีนวัตกรรม และมีความหมาย อีกทั้งยังมีมุมมองว่าอาหารเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งในรายงานพฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวจีน Gen Z นี้จะเจาะลึกทัศนคติการบริโภคอาหาร และเปิดเผยค่านิยม ความชอบของชาวจีน Gen Z เพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอาหาร และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค นิสัย งานอดิเรก ของคนรุ่นใหม่ ในการรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
1. ชาวจีน Gen Z มีความเข้มงวดในการรับประทานอาหาร
เนื่องจากชาวจีน Gen Z เน้นการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการทางโภชนาการ ประกอบกับอาหารถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากชาวจีนยุคใหม่ ในขณะที่ปัญหาเรื่องโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคเบาหวาน เกิดขึ้นมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่ดี ทำให้ชาวจีน Gen Z ยุคใหม่ เริ่มหันมาใส่ใจในคุณภาพการกิน และการบริโภคที่มีสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น จึงทำให้พบว่าปัจจุบันชาวจีน Gen Z มีความพิถีพิถันในการเลือกอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารอย่างสมดุล เพื่อรักษาสัดส่วนการรับประทานที่เหมาะสมของธาตุอาหารต่างๆ แทนการพึ่งพาอาหารเพียงชนิดเดียวหรือการได้รับสารอาหารในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย
จากรายงานการสำรวจพบว่าอาหารที่ให้โปรตีนสูงอย่าง ไข่ นม และผักผลไม้ เริ่มเข้ามาแทนที่ปลาและเนื้อแบบดั้งเดิม และได้กลายเป็นปริมาณสารอาหารที่สำคัญที่สุดในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ โดยจากการสำรวจอาหารหลักของชาวจีน Gen Z แต่ละประเภทในแต่ละวันพบว่า ชาวจีน Gen Z ส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.06 เลือกรับประทานไข่และนมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ เลือกรับประทานผัก ร้อยละ 81.35 เลือกรับประทานผลไม้ ร้อยละ 63.83 เลือกรับประทานเนื้อสัตว์และปลา ร้อยละ 61.10 เลือกรับประทานธัญพืช ร้อยละ 38.79 และ เลือกรับประทานอาหารประเภทอื่นๆ ร้อยละ 1.06 ตามลำดับ
นอกจากจะแสวงหาคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ชาวจีน Gen Z ยังให้ความสำคัญต่อการลดการบริโภคน้ำตาลและไขมัน เนื่องจากการรักษารูปร่างและน้ำหนักก็เป็นอีกเป้าหมายสำคัญของการบริโภคอาหารของชาวจีน Gen Z โดยจากการสำรวจพบว่า ชาวจีน Gen Z ร้อยละ 60.22 มีแนวโน้มเลือกอาหารเพื่อสุขภาพที่มีน้ำตาลต่ำ ไขมันต่ำ แคลอรีต่ำ และไม่มีสารเติมแต่ง ซึ่งเป็นปัจจัยในการเลือกอาหารที่รองลงมาจากรสชาติ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองของชาวจีน Gen Z ยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
รายงานแนวโน้มการบริโภคอาหารของจีนปี ค.ศ. 2022 เปิดเผยว่า อัตราการเติบโตของยอดขายขนมขบเคี้ยวมีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดเพื่อสุขภาพสูงกว่าอาหารว่างทั่วไป โดยสำหรับกลุ่มคนหนุ่มสาวแล้ว การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพไม่ได้หมายถึงการละทิ้งความสุขในการรับประทานอาหารขนมขบเคี้ยว ทำให้ในปัจจุบันตลาดจีนมีตัวเลือกขนมขบเคี้ยวมากมายที่สอดคล้องกับแนวคิดเพื่อสุขภาพ เช่น ผลไม้อบแห้ง ถั่ว ช็อกโกแลตที่ปราศจากน้ำตาลหรือมีน้ำตาลต่ำ เป็นต้น ทำให้ผู้บริโภคยังสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานขนมขบเคี้ยว ขณะเดียวกันก็ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีได้ด้วย
สำหรับช่องทางในการซื้อขนมหวานของชาวจีน Gen Z ยกตัวอย่างเช่น การเลือกซื้อช็อกโกแลต พบว่าชาวจีน Gen Z ส่วนใหญ่ร้อยละ 66.54 เลือกซื้อผ่านช่องทางดั้งเดิมและร้าน Official Flagship Store ทางออนไลน์ ซึ่งตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับการเลือกซื้อผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ โดยสาเหตุที่เลือกซื้อร้าน Official Flagship Store ทางออนไลน์ เนื่องจากร้านขายเองโดยตรง ทำให้ได้รับประสบการณ์การซื้อที่สะดวกและมีตัวเลือกที่หลากหลาย ในขณะที่การดื่มเครื่องดื่มชา พบว่าชาวจีน Gen Z ส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.17 ให้ความสนใจต่อความเป็นธรรมชาติ ออร์แกนิกและไม่ใส่สารเติมแต่งมากที่สุด
2. ชาวจีน Gen Z แสวงหาความอิ่มเอมใจ
ปัจจุบัน การบริโภคหรือการกินเพื่อความสุขความสนุก และเพื่อให้ตัวเองมีความสุข คือแนวโน้มการบริโภคของชาวจีน Gen Z ยุคใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการบริโภคออนไลน์ของแพลตฟอร์ม JD.com ที่เปิดเผยว่า การบริโภคเพื่อให้ตัวเองมีความสุขคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 57 โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีอายุระหว่าง 16 – 25 ปี
การบริโภคอาหารว่าง นอกจากจะตอบสนองความต้องการมีความสุขของปากแล้ว ยังขยายไปถึงความสุขทางอารมณ์ เช่น การดื่มกาแฟช่วงเช้า การดื่มชานมช่วงบ่าย และการรับประทานไอศกรีมระหว่างการชอปปิง เป็นต้น โดยการบริโภคเหล่านี้คือรูปแบบการผ่อนคลายและการให้รางวัลกับตนเองของชาวจีน Gen Z ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจช่วงเวลาและสถานการณ์ของชาวจีน Gen Y และชาวจีน Gen Z ที่รับประทานขนมขบเคี้ยว ยกตัวอย่างเช่น ชาวจีน Gen Z ร้อยละ 41.57 และชาวจีน Gen Y ร้อยละ 34.93 เลือกรับประทานขนมขบเคี้ยวเวลาที่อารมณ์ดีมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ชาวจีน Gen Z ร้อยละ 37.79 และชาวจีน Gen Y ร้อยละ 33.09 เลือกรับประทานขนมขบเคี้ยวเวลาพักผ่อน นอกจากนี้ ชาวจีน Gen Z ร้อยละ 36.57 และชาวจีน Gen Y ร้อยละ 24.26 เลือกทานขนมขบเคี้ยวเป็นรางวัลให้กับตนเอง เป็นต้น
แต่อย่างไรก็ตาม ก็พบว่ามีชาวจีน Gen Z กว่าร้อยละ 40 ที่ยังมีความต้องการรับประทานในรูปแบบ “อยากกินก็กิน” โดยไม่ต้องคำนึงถึงอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวจีน Gen Z ส่วนหนึ่งก็มีแนวโน้มในการบริโภคตามใจตนเอง และให้ความสนใจต่อหน้าตาของอาหารด้วย ยกตัวอย่างการเลือกซื้อไอศกรีมของชาวจีน Gen Z ที่พบว่าชาวจีน Gen Z ร้อยละ 28.34 สนใจที่หน้าตาของไอศกรีม มากกว่าชาวจีน Gen Y และชาวจีน Gen X
เมื่อพิจารณาปัจจัยที่ชาวจีน Gen Z ให้ความสำคัญต่อการเลือกเครื่องดื่มชาหรือกาแฟ พบว่าชาวจีน Gen Z ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.69 ให้ความสำคัญในเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ และรสชาติตามฤดูกาล รองลงมา ได้แก่ ความสะอาดของร้าน ร้อยละ 16.05 โปรโมชันส่งเสริมการขาย ร้อยละ 12.42 คำแนะนำของ Influencer ร้อยละ 9.69 และการรักษาสิ่งแวดล้อม (พกแก้วมาเอง) ร้อยละ 9.15 ตามลำดับ
3. ชาวจีน Gen Z มีความยินดีที่จะจ่ายสำหรับเรื่องกิน และเพื่อประหยัดเวลา
เนื่องจากการพัฒนาเศรฐกิจและสังคมของจีน การสะสมความมั่งคั่งของครอบครัวหลายช่วงอายุคน ทำให้ชาวจีน Gen Z ส่วนใหญ่จึงมีความมั่งคั่งกว่ารุ่นพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน และมีรายได้ที่มั่นคง ก็ยิ่งทำให้ความสามารถในการบริโภคเพิ่มขึ้น รวมถึงการบริโภคอาหารด้วยเช่นกัน จึงสอดคล้องกับรายงานการสำรวจที่พบว่า ชาวจีน Gen Z ส่วนใหญ่ร้อยละ 62.59 มีค่าใช้จ่ายในการกินเฉลี่ย 30 – 100 หยวนต่อวัน (150 – 500 บาทต่อวัน)
ปัจจุบันชาวจีน Gen Z แสวงหาประสบการณ์ในการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และเพลิดเพลินกับอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น ยกตัวอย่างการซื้อไอศกรีม พบว่าไอศกรีมแบบดั้งเดิมที่มีราคาถูกไม่สามารถตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคคนหนุ่มสาวชาวจีนได้แล้ว แต่ไอศกรีมยุคใหม่ต้องมีรสชาติที่หลากหลาย ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และมีบรรจุภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมแปลกใหม่มากขึ้น แสดงให้เห็นว่าคุณภาพสามารถดึงดูดชาวจีน Gen Z ได้มากกว่าราคาถูก
นอกจากนี้ ชาวจีน Gen Z ยังมีความต้องการที่จะใช้เวลาในการทำอาหารน้อยลง โดยจากการสำรวจทางเลือกในการรับประทานอาหาร 3 มื้อของชาวจีน Gen Z พบว่า ชาวจีน Gen Z นิยมการสั่งอาหารเดลิเวอรีมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ การรับประทานอาหารในฟู้ดคอร์ท การรับประทานอาหารในโรงอาหารของโรงเรียนหรือที่ทำงาน การทำเอง และซื้ออาหารตามร้านข้างทาง ตามลำดับ ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบว่า นอกจากชาวจีน Gen Z จะนิยมสั่งอาหารเดลิเวอรีแล้ว อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารพร้อมรับประทานก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของชาวจีน Gen Z ในการประหยัดแรงและประหยัดเวลาในการทำอาหารของชาวจีน Gen Z เช่นกัน อีกทั้งอาหารเหล่านี้ยังให้ความสำคัญต่อสุขภาพและโภชนาการ โดยจะนำเสนอรูปแบบของอาหารที่มีน้ำมัน เกลือ และน้ำตาลต่ำ ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถตอบสนองความต้องการในการแสวงหาด้านสุขภาพของชาวจีน Gen Z ได้เป็นอย่างดี
4. ชาวจีน Gen Z ตระหนักถึงความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น
เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 ทำให้ชาวจีน Gen Z หันมาใส่ใจต่อสุขอนามัยของอาหาร โดยจากการสำรวจพบว่าชาวจีน Gen Z เกือบร้อยละ 70 ให้ความสำคัญต่อเรื่องสุขอนามัยหลังเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 ซึ่งแนวโน้มนี้ถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของจีนให้ต้องเพิ่มมาตรการและความเข้มงวดในด้านสุขอนามัยมากขึ้นตามไปด้วย
ปัจจุบันชาวจีน Gen Z เลือกทำอาหารรับประทานเองเพื่อขจัดปัญหาด้านความปลอดภัยของอาหาร ทำให้สุขภาพ และสุขอนามัยเป็นปัจจัยในการตัดสินใจทำอาหารของชาว Gen Z มากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ต้นทุนต่ำ มีโภชนาการ อร่อย ตามความชอบและงานอดิเรก มีรสชาติแบบบ้านๆ และหน้าตาดี ตามลำดับ ซึ่งการทำอาหารรับประทานเองไม่เพียงแต่เพื่อตอบสนองความต้องการของต่อมรับรสเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจและเอาใจใส่ต่อสุขภาพชีวิตของตนเอง อีกทั้งอาหารโฮมเมดยังสามารถรับประกันได้ถึงคุณภาพของส่วนผสม สุขอนามัย และยังหลีกเลี่ยงการเติมสารเติมแต่งได้อีกด้วย ซึ่งแนวโน้มการเลือกบริโภครูปแบบนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกของชาวจีน Gen Z ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างเสรี ยั่งยืน และมีสุขภาพดีในสังคมสมัยใหม่ด้วยเช่นกัน
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
ชาวจีน Gen Z ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่เริ่มขยับเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในตลาดการบริโภคของจีนในปัจจุบัน จึงถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลในการขับเคลื่อนตลาดการบริโภค ดังนั้น การเข้าใจพฤติกรรม ทัศนคติ ความชอบ ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ จึงถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเจาะตลาดจีนที่สำคัญของผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้ามาขยายตลาดในจีน โดยเฉพาะจากรายงานข้างต้นที่ชี้ให้เห็นว่าชาวจีน Gen Z มีแนวโน้มการบริโภคที่เน้นคุณภาพมากกว่าราคา ยอมจ่ายเงินในเรื่องการกิน และประหยัดเวลา รวมทั้งมีพฤติกรรมการกินเพื่อให้ตนเองมีความสุข และต้องมีความปลอดภัย ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถนำพฤติกรรมการบริโภคเหล่านี้ไปศึกษาและวางแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกลยุทธ์การตลาด เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน Gen Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อให้การเข้ามาขยายตลาดผลิตภัณฑ์สินค้าไทยในตลาดจีนประสบความสำเร็จ และสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดจีนได้มากขึ้นในระยะยาว
แหล่งที่มา: https://www.foodtalks.cn/news/47620
เรียบเรียง และปรับปรุง Infographic ประกอบข่าวโดย นางสาวกัญญาภัค พรหมเชื้อ
นักศึกษาฝึกงานโครงการ From Gen Z to be CEO
เรียบเรียงและวิเคราะห์ข่าวโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว