
การปฏิวัติการเดินทางกำลังเกิดขึ้น!ภายในปี 2578 ตลาดยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (FAVs) ของโลกเตรียมทะยานสู่มูลค่ามหาศาลที่ 182 พันล้านดอลลาห์ ดึงดูดสายตานักลงทุนและผู้ผลิตจากทั่วโลก โดยมีภูมิภาค คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC เป็นดาวเด่นแห่งยุคใหม่ ด้วยศักยภาพการเติบโตที่คาดว่าจะสร้างมูลค่าเกือบ 19 พันล้านดอลลห์ ภายในภูมิภาคเดียว!
รายงานเิงลึกจาก Strategy& Middle East ชี้ชัดว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์ ส่วนบุคคล แต่เป็นการยกเครื่องระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมด ด้วยการมาถึงของ robo-taxis, robo-shuttles (รถรับส่งหุ่นยนต์) robo-buses (รถบัสหุ่นยนต์) และแม้กระทั่ง passenger drones (โดรนโดยสาร) มีศักยภาพที่จะปฏิวัติการขนส่งทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งพร้อมจะเข้าถึงผู้คนในการเดินทางอัตโนมัติผ่านเครือข่ายที่จะตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างเต็มรูปแบบ
ภูมิภาค GCC โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซาอุดีอาระเบีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กำลังใช้เงินทุนมหาศาลจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และวิสัยทัศน์แห่งชาติอันทะเยอทะยาน เช่น Saudi Vision 2030 และ UAE Vision 2071 เพื่อสร้างพิมพ์เขียวเมืองแห่งอนาคต
แกนหลักของแผนการนี้คือโครงการขนาดใหญ่ (Giga-projects) อย่าง NEOM ซึ่งกำลังบุกเบิกการใช้งานเทคโนโลยีไร้คนขับด้วยการออกแบบเมืองที่มีช่องทางอัตโนมัติเฉพาะและศูนย์กลางการคมนาคมที่เป็นนวัตกรรมโครงการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการก่อสร้าง แต่คือ "สนามทดลอง" (Testing Grounds) ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถนำร่องและปรับปรุงระบบอัตโนมัติด้วยความยืดหยุ่นสูงกว่าเมืองแบบดั้งเดิม
Robo-taxis ได้รับการคาดการณ์ว่าจะกลายเป็น กลุ่มตลาดที่ใหญ่ที่สุด ในบรรดา FAVs ของ GCC โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 10 พันล้านดอลลาห์ ภายในปี 2578 หรือคิดเป็นประมาณ 18% ของตลาดโลกที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตอกย้ำถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของกลุ่มประเทศ GCC ในการก้าวขึ้นเป็น ผู้นำระดับโลก ในด้านการเดินทางอัตโนมัติ
Dr. Andreas Gissler หุ้นส่วนที่ Strategy& Middle East ระบุว่า GCC มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะคว้าโอกาส 19 ดอลลาห์นี้ไว้ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการจัดการกับ สามจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่การเดินทางอัตโนมัติจะต้องผ่านก่อนที่จะได้รับการยอมรับในวงกว้าง
ความพร้อมสำหรับโครงการนำร่อง (Readiness for pilot projects) ซึ่งเป็นที่ที่เทคโนโลยีสามารถตรวจสอบความถูกต้องของตัวเองในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม
ความพร้อมทางการค้า (Commercial readiness) ซึ่งเป็นจุดที่ระบบสามารถทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในสถานการณ์จริงที่หลากหลาย และสามารถแข่งขันกับทางเลือกที่มีอยู่ แม้ว่าการสนับสนุนจากภาครัฐยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
ความพร้อมในการขยายขนาด (Readiness to scale) ซึ่งมีลักษณะเป็นการผสานรวมเข้ากับระบบนิเวศการเดินทางอย่างสมบูรณ์ การยอมรับของผู้ใช้ในวงกว้าง และความยั่งยืนทางการเงิน
นาย Mark Haddad หุ้นส่วนอีกคนเสริมว่า GCC มีความได้เปรียบที่ไม่เหมือนใคร ทั้งจาก กำลังการลงทุนที่แข็งแกร่ง และ สนามทดสอบที่ไม่มีใครเทียบได้ ในโครงการยักษ์ใหญ่เหล่านี้ แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการเปลี่ยนจากการนำร่องไปสู่การใช้งานจริงในขนาดใหญ่ ซึ่งต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และแรงจูงใจที่ชาญฉลาด
แม้จะมีทรัพยากรทางการเงินเหลือเฟือ รายงานยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่โครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคจะต้องได้รับการยกระดับอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับเครือข่าย FAV ที่สมบูรณ์ การลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการโครงการที่ครอบคลุมระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และผู้ปฏิบัติงานถือเป็นกุญแจสำคัญ
เหนือสิ่งอื่นใดคือการสร้างความไว้วางใจของสาธารณชนซึ่งจะเกิดขึ้นได้ผ่านโครงการนำร่องที่น่าเชื่อถือการกำหนดราคาที่แข่งขันได้ และการแสดงบันทึกความปลอดภัยที่ชัดเจน Regulatory Sandboxes (พื้นที่ทดสอบทางกฎหมาย) และ มาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเร่งให้ประเทศใน GCC เปลี่ยนผ่านจากการนำร่องสู่ระดับการค้า
ความเห็นของ สคต.ดูไบ
ความต้องการ FAVs ที่พุ่งสูงขึ้นใน GCC และตะวันออกกลาง เป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งเป็นอันดับ 1 ใน ASEAN และเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลกและมีการเตรียมความพร้อมของไทยในการคว้าโอกาสนี้ เช่น
1. การเปลี่ยนผ่านชิ้นส่วน (Parts Transformation) เพื่อรองรับ Robo-taxis : นโยบายของภาครัฐ มุ่งเน้นไปที่การผลักดันให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเปลี่ยนจากการผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ชิ้นส่วนสำหรับ EVs เทคโนโลยีอัตโนมัติ AI และยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ (Connected Vehicles) ตลาด GCC ที่มุ่งเน้น Robo-taxis และระบบขนส่งอัตโนมัติเต็มรูปแบบต้องการ ชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างมาก หากผู้ผลิตไทยสามารถผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ (เช่น เซ็นเซอร์ กล้องความละเอียดสูง เรดาร์ ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เป็นหัวใจของรถไร้คนขับ) ได้ตามมาตรฐานโลก ก็จะเปิดช่องทางการส่งออก ที่ทำกำไรสูงไปยัง ยูเออี ซาอุดีอาระเบีย และประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางเพื่อประกอบในยานยนต์อัตโนมัติที่จะวิ่งใน Giga-projects
ดังนั้น ตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมูลค่า 182 พันล้านดอลลาห์ ไม่ใช่แค่เรื่องของรถยนต์ แต่คือเรื่องของเทคโนโลยีและชิ้นส่วน การเติบโตของ 19 พันล้านดอลลาห์ ใน GCC ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ที่ทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามจากการเป็น "โรงงานประกอบรถยนต์" ไปสู่ "ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกชิ้นส่วนเทคโนโลยีแห่งอนาคต" โดยมีตลาด Robo-taxis ในยูเออีและตะวันออกกลางเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอีกทศวรรษข้างหน้า
---------------------------------------------------