fb
ฮ่องกงยกระดับบทบาทการเป็นศูนย์กลางซื้อขายทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์

ฮ่องกงยกระดับบทบาทการเป็นศูนย์กลางซื้อขายทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์

โดย
Wacharaporn
ลงเมื่อ 24 ธันวาคม 2568 13:30
สคต. ณ เมืองฮ่องกง (จีน) (TCC, Hong Kong (China))
35

ฮ่องกงกำลังผลักดันให้ทองคำเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับแผนจัดตั้งศูนย์ซื้อขายทองคำระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นในการขยายบทบาทของเมืองในด้านการค้าสินค้าโภคภัณฑ์หรือสินทรัพย์ที่จับต้องได้จริง (เช่น ทองคำ) การซื้อขายตราสารอนุพันธ์ และระบบโลจิสติกส์

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Strategy Committee) ของรัฐบาล ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ได้ประชุมครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2568 ภายใต้การเป็นประธานของ  Mr. Paul Chan Mo-po รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่ฮ่องกงมุ่งสร้างระบบนิเวศด้านสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ นอกเหนือจากภาคการเงินแบบดั้งเดิม

Mr. Christopher Hui Ching-yu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริการทางการเงินและคลัง ให้สัมภาษณ์กับสื่อจีนว่า การพัฒนาศูนย์ซื้อขายทองคำระหว่างประเทศจะเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ ฮ่องกงมีแผนจัดตั้งระบบชำระราคาและส่งมอบทองคำแบบศูนย์กลาง (gold central clearing system) และ สมาคมอุตสาหกรรมทองคำภายในปีหน้า รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือกับ Shanghai Gold Exchange เพื่อขยายอิทธิพลของฮ่องกงในการกำหนดราคาทองคำในตลาดโลก ทั้งนี้โมเดลธุรกิจคือ “ฮ่องกงนำเข้า – เซินเจิ้นถลุงทองคำ – ส่งออกไปต่างประเทศ” มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดผู้ประกอบการถลุงทองคำจากต่างประเทศ พร้อมเปิดเผยว่ามีบริษัทบางแห่งกำลังพิจารณาจัดตั้งโรงงานถลุงทองคำในฮ่องกงแล้ว 

 

Mr. Paul Chan กล่าวในการประชุมว่า “ฮ่องกงมีศักยภาพอย่างมหาศาลในการพัฒนาตลาดสินค้าโภคภัณฑ์” โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากการไหลเวียนของเงินทุน สินค้า และข้อมูลที่เสรีภายใต้หลักการ     “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยให้ฮ่องกงมีบทบาทต่อการพัฒนาระดับประเทศและระดับโลก พร้อมทั้งสร้างโอกาสใหม่และความหลากหลายให้แก่การเติบโตของเมืองเอง

Mr. Paul Chan ยังระบุว่าประเทศจีนในฐานะหนึ่งในผู้บริโภคและเป็นตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ของโลก กำลังเร่งพัฒนาคุณภาพ ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านคาร์บอนและการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กำลังกำหนดรูปแบบความต้องการพลังงาน โลหะ และวัตถุดิบอื่นๆ ใหม่ คณะกรรมการยุทธศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์จัดตั้งขึ้นภายหลังคำแถลงนโยบายของประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมื่อเดือนกันยายน ปี 2568 ซึ่งได้กำหนดแผนการพัฒนาระบบนิเวศด้านการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ของฮ่องกง คณะกรรมการดังกล่าวมีเป้าหมายในการรวบรวมผู้นำจากภาคการเงิน การพาณิชย์ การขนส่งทางเรือ โลจิสติกส์ และบริการวิชาชีพ เพื่อศึกษาทิศทางของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกและให้คำปรึกษาด้านนโยบาย รวมถึงมีหน้าที่ในการตรวจสอบการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์ การซื้อขายทางการเงินและตราสารอนุพันธ์ กิจกรรมด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ การระบุโอกาสในหมวดสินค้าโภคภัณฑ์หลักและหมวดใหม่  การปรับปรุงกลไกตลาดและกรอบกำกับดูแล การเสริมสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมโดยรวม และการสำรวจความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ฮ่องกงได้วางรากฐานสำหรับการผลักดันด้านสินค้าโภคภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง   โดยในเดือนมกราคม ปี 2568 London Metal Exchange (LME) ได้กำหนดให้ฮ่องกงเป็นสถานที่จัดเก็บสินค้า (warehouse location) ที่ได้รับอนุมัติ ทำให้เมืองเชื่อมโยงกับตลาดโลหะของจีนแผ่นดินใหญ่โดยตรงมากขึ้น ขณะที่ Shanghai Gold Exchange ได้เปิดคลังสินค้าในต่างประเทศแห่งแรกในฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายน ปี2568 และในเดือนกรกฎาคม ปี 2568 ได้มีคลังสินค้าที่ได้รับการรับรองจาก LME มีจำนวนทั้งหมดแปดแห่งที่ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในฮ่องกงแล้ว ทั้งนี้ได้มีการรองรับโลหะที่ขึ้นทะเบียนกับตลาดซื้อขายมากกว่า 8,000 ตัน รวมถึงอะลูมิเนียม ทองแดง สังกะสี ตะกั่ว นิกเกิล และดีบุก

Mr. Hendrick Sin ผู้แทนฮ่องกงในสภาประชาชนแห่งชาติของจีน กล่าวว่า ประเทศจีนเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าหรือผู้บริโภคสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ยังขาดอำนาจในการกำหนดราคาที่สอดคล้องกับปริมาณการซื้อขายในแร่ธาตุและทรัพยากรพลังงานหลายประเภท ทำให้อุตสาหกรรมภายในประเทศเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตลาดโลก การรวมตัวกันกับผู้ค้าในฮ่องกงมากขึ้นจะช่วยเพิ่มความต้องการบริการต่างๆ เช่น การขนส่ง การโลจิสติกส์ การจัดเก็บสินค้า ประกันภัย บริการทางกฎหมาย และการบริหารความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยเสริมแรงขับเคลื่อนใหม่ให้เศรษฐกิจฮ่องกง

Mr. Sin กล่าวเสริมว่า “ยุทธศาสตร์การพัฒนาสินค้าโภคภัณฑ์ของฮ่องกงมุ่งเน้นไปที่หมวดโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก และวัตถุดิบที่จำเป็นต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานในประเทศต่างๆ ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative” ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายบทบาทของเงินหยวนในเวทีระหว่างประเทศ”

 

 

 

ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

ฮ่องกงกำลังปรับปรุงกรอบกำกับดูแลสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการไทยที่มีความต้องการทำการค้ากับฮ่องกงควรที่จะต้องเตรียมเอกสารและมาตรฐานให้สอดคล้อง เช่น มาตรฐานคุณภาพโลหะ การตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) และการปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านฟอกเงิน (AML)

ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทยควรใช้เครื่องมือ hedging ป้องกันความเสี่ยงด้านราคา หรือใช้เครื่องมือทางการเงินหรือกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อทำให้ผลกระทบจากความผันผวนของราคา ลดลง หรือ คงที่มากขึ้น ไม่ให้ธุรกิจขาดทุนหนักเวลาตลาดเหวี่ยง รวมถึงควรทำสัญญาซื้อขายแบบป้องกันความเสี่ยง และเพิ่มการกระจายตลาดและหาคู่ค้าให้มากขึ้น

นอกจากนี้ควรเข้าใจความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานจีน–ฮ่องกง จากโมเดล “นำเข้า–ถลุง–ส่งออก” ต้องเข้าใจภาษี ขั้นตอนศุลกากร และกฎการขนส่งข้ามพรมแดน ดังนั้นการทำงานกับพันธมิตรท้องถิ่นใน GBA จะช่วยลดความเสี่ยง ซึ่งผู้ประกอบการไทยอาจทำการตั้งฐานผลิตโรงงานถลุงหรือจดทะเบียนบริษัทในฮ่องกงหรือจัดหาพันธมิตรในฮ่องกง เพื่อใช้ประโยชน์จากระบบคลังสินค้า LME เชื่อมต่อกับตลาดจีน และเข้าใจระบบชำระราคาและส่งมอบทองคำใหม่ สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกโลหะไปจีนหรือส่งออกทองคำไปตลาดโลกนั้น อาจใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และใช้คลังสินค้าระดับสากลเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

 

ข่าว 24 ธค 68.pdf
Share :
Instagram