
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารทานเล่นของจีนยังคงเติบโตอย่างคึกคัก โดยมีการขยายตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางวิถีชีวิตของผู้บริโภคที่เร่งรีบมากขึ้นและการบริโภคของว่างที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน อาหารทานเล่นหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดแบบกรุบกรอบ แบบอบ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว รวมถึงขนมหวานและถั่วเปลือกแข็ง หรือมันฝรั่งทอดชนิดพองกรอบ ไปจนถึงขนมรสเผ็ดแบบดั้งเดิมและผลิตภัณฑ์เนื้ออบแห้งเพื่อสุขภาพ ต่างได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มรสนิยมของผู้บริโภคกำลังพัฒนาไปสู่ทางเลือกของความหลากหลาย โดยผสานทั้งความนิยมในรสชาติแบบดั้งเดิมควบคู่กับนวัตกรรมใหม่ และให้ความสำคัญทั้งด้านความอร่อยและสุขภาพไปพร้อมกัน โดยภาพรวม การบริโภคขนมขบเคี้ยวของจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาผลิตภัณฑ์เพียงประเภทเดียว ไปสู่การเลือกบริโภคแบบผสมผสานหลายหมวดหมู่ ขณะที่การแข่งขันของผู้ประกอบการมุ่งเน้นมากขึ้นไปที่การพัฒนารสชาติใหม่และการยกระดับคุณภาพสินค้า
ข้อมูลจาก iiMedia Research ระบุว่า ในปี 2568 ประเภทของอาหารทานเล่นที่ผู้บริโภคชาวจีนนิยมมากที่สุด ได้แก่ อาหารทานเล่นประเภทกรุบกรอบ (เช่น มันฝรั่งทอด) มีสัดส่วนร้อยละ 40.42 รองลงมา ได้แก่ ขนมปัง เค้ก และขนมอบ สัดส่วนร้อยละ 39.52 และผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวจากถั่วแปรรูป สัดส่วนร้อยละ 35.81 ขณะที่ขนมหวาน ช็อกโกแลต และผลไม้เชื่อมหรือผลไม้แปรรูป มีสัดส่วนร้อยละ 33.50 ส่วนเมล็ดพืชและถั่วอบหรือคั่ว รวมถึงผลิตภัณฑ์แป้งปรุงรส มีสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 32.50 ส่วนบิสกิตมีสัดส่วนร้อยละ 31.19 ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และของแปรรูปจากสัตว์น้ำร้อยละ 29.19 และขนมขบเคี้ยวจากผักและผลไม้ ร้อยละ 28.99


จากโครงสร้างความนิยมของผู้บริโภค พบว่าขนมขบเคี้ยวประเภทกรุบกรอบครองสัดส่วนสูงสุดมากกว่าร้อยละ 40 โดยผลิตภัณฑ์อย่างมันฝรั่งทอดและข้าวพองกรอบได้รับความนิยมจากจุดเด่นด้านเนื้อสัมผัสที่กรอบและมีรสชาติให้เลือกหลากหลาย จนกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการรับประทานระหว่างชมสื่อบันเทิงหรือกิจกรรมสังสรรค์ ขณะที่กลุ่มขนมปัง เค้ก และขนมอบ ตามมาเป็นอันดับสองด้วยสัดส่วนใกล้เคียงร้อยละ 40 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์ขนมปังเบเกอรี่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของขนมอบสดและผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น ด้านขนม ขบเคี้ยวที่ผลิตจากถั่วแปรรูป มีสัดส่วนร้อยละ 35.81 อยู่ในอันดับสาม โดยขนมขบเคี้ยวที่ผลิตจากโปรตีนพืช ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากแรงขับเคลื่อนทั้งด้านกระแสรักสุขภาพและรสชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ส่วนกลุ่มขนมหวาน ช็อกโกแลต และผลไม้แปรรูป เมล็ดพืชและถั่วอบหรือคั่ว ผลิตภัณฑ์แป้งปรุงรส และบิสกิต ต่างมีสัดส่วนอยู่ระหว่างร้อยละ 31–34 ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ในระดับกลางที่รองรับความต้องการผู้บริโภคอย่างหลากหลาย ตั้งแต่รสหวานไปจนถึงรสเค็มและเผ็ด รวมถึงครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่ สำหรับผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และสัตว์น้ำ รวมถึงขนมขบเคี้ยวจากผักและผลไม้ แม้จะมีสัดส่วนอยู่ในระดับท้ายของกลุ่มที่ร้อยละ 29.19 และ 28.99 ตามลำดับ แต่ยังสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคที่ให้ความสำคัญกับโปรตีนสูง ไขมันต่ำ และวัตถุดิบจากธรรมชาติ จึงยังเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะต่อไป
โดยภาพรวม ความนิยมของผู้บริโภคชาวจีนต่อสินค้าอาหารทานเล่นกำลังก่อตัวเป็นโครงสร้างแบบ “กลุ่มนำกระจุกตัว กลุ่มรองแข็งแรง และกลุ่มเฉพาะทางหลากหลาย” โดยขนมประเภทกรุบกรอบและขนม เบเกอรี่ครองสัดส่วนสูงสุด ขณะที่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างเต้าหู้แปรรูป ลูกอม ถั่ว และขนมรสจัด ยังคงเป็นฐานตลาดสำคัญ ส่วนผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และผักผลไม้สะท้อนแนวโน้มการบริโภคที่มุ่งสู่ความใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ในระยะต่อไป แบรนด์ต่าง ๆ จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการรักษาคุณภาพและเอกลักษณ์ของรสชาติคลาสสิก กับการพัฒนาสินค้ากลุ่มใหม่และขยายโอกาสการบริโภคในหลากหลายสถานการณ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความเฉพาะเจาะจงและแตกต่างมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น สคต.
ตลาดอาหารทานเล่นของจีนกำลังก้าวสู่ยุคของการบริโภคที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยแม้ขนมประเภทกรุบกรอบและเบเกอรี่ยังคงเป็นกลุ่มนำของตลาด แต่สินค้ากลุ่มดั้งเดิมและผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพยังคงมีบทบาทสำคัญ สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงรสชาติ แต่ยังคำนึงถึงคุณภาพ ความสะดวก และคุณค่าด้านสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาสินค้าและสร้างความแตกต่างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของตลาดต่อไป
*************************************
ที่มา: https://www.iimedia.cn/c1061/111172.html