
ทุเรียน Bek Anloung จังหวัดกำปงจาม ได้ขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการค้า ประเภท เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) ใช้โดยวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมสร้างมูลค่าและชื่อเสียงให้กับสินค้าเกษตรของกัมพูชา ทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาได้ประกาศการขึ้นทะเบียนดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 โดยระบุว่า การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สนับสนุนรายได้ของเกษตรกรและผู้ค้าทุเรียนในชุมชน ตลอดจนสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลกัมพูชาในการส่งเสริมการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน การเพิ่มมูลค่าสินค้าในประเทศ และการขยายโอกาสของสินค้าเกษตรกัมพูชาในตลาดโลก
ทุเรียน Bek Anloung มีชื่อเสียงด้านรสชาติที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ชื่อเสียงและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ได้รับผลกระทบจากผู้ค้าบางรายที่แอบอ้างใช้ชื่อ "Bek Anloung" กับทุเรียนที่มาจากพื้นที่อื่น ทั้งนี้ หมู่บ้าน Bek Anloung ตั้งอยู่ในตำบล Araks Tnot อำเภอ Stung Trang จังหวัดกำปงจาม
ฝ่ายบริหารจังหวัดกำปงจามระบุว่า การขึ้นทะเบียนเครื่องหมายร่วม แสดงแหล่งกำเนิดและการนำระบบ QR Code มาใช้ ถือเป็นมาตรการสำคัญในการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ รวมถึงป้องกันการแอบอ้างแหล่งที่มาของทุเรียนจากชุมชน ขณะเดียวกัน การขึ้นทะเบียนเครื่องหมายร่วม และการได้รับการรับรองมาตรฐาน CamGAP ยังเป็นการยืนยันว่าทุเรียนของชุมชน Bek Anloung ได้รับการเพาะปลูกตามมาตรฐานที่กำหนด มีความปลอดภัยด้านอาหาร และช่วยป้องกันสินค้าปลอมเข้าสู่ตลาด
ปัจจุบัน ทุเรียน Bek Anloung ได้ขึ้นทะเบียนเครื่องหมายร่วม (Collective Mark) เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และรับรองมาตรฐาน CamGAP เพื่อรับรองแหล่งผลิตและมาตรฐานการเพาะปลูก
ปัจจุบัน ชุมชนผู้ปลูกทุเรียน Bek Anloung มีสมาชิกจำนวน 162 สวน ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกราว 706 เฮกตาร์ และมีกำลังการผลิตประมาณ 4,000 ตันต่อปี
ก่อนหน้านี้ กัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนเครื่องหมายร่วมให้กับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหลายรายการ เช่น มะพร้าวกะทิ จ.พระตะบอง (Battambang Coconut Custard) ขนมจีนเสียมราฐ (Siem Reap Num Banh Chok) ส้มโอเกาะปี (Koh Pi Pomelo) ก๋วยเตี๋ยวพนมเปญ (Phnom Penh Kuy Teav) อัมบก จ.กำปงธม ข้าวเหนียว DSMK ข้าวหอม SKO ข้าว จ.พระวิหาร และงานหัตถกรรมเงินและทองแดง จ.กันดาล
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. การขึ้นทะเบียนเครื่องหมายร่วม (Collective Mark) ให้กับทุเรียน Bek Anloung สะท้อนให้เห็นว่า กัมพูชาไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มปริมาณผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างอัตลักษณ์และมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรท้องถิ่นผ่านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ควบคู่กับการรับรองมาตรฐานการผลิต ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างของสินค้า เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและตลาดส่งออก
2. การใช้เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) ร่วมกับการรับรองมาตรฐาน CamGAP และระบบ QR Code ช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้า ลดปัญหาการปลอมแปลง และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดส่งออก โดยเฉพาะจีน ให้ความสำคัญมากขึ้น ประกอบกับจีนมีท่าทีสนับสนุนการนำเข้าสินค้าเกษตรจากกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่าการยกระดับมาตรฐานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออกและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุเรียนกัมพูชาในระยะยาว และปัจจุบัน กัมพูชาได้ส่งออกสินค้าเกษตรหลายชนิดไปยังจีนแล้ว ได้แก่ กล้วยสด ทุเรียน ลำไยจังหวัดไพลิน มะม่วง มะพร้าว ข้าว มันสำปะหลัง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ข้าวโพด และพริกไทย
_____________________________________________________
ที่มา The Phnom Penh Post
1 กรกฎาคม 2569