
สินค้าอุปโภคบริโภคเป็นอีกหนึ่งสินค้าสำคัญของไทยที่เป็นที่นิยมในประเทศเมียนมา ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าจึงเป็นช่องทางที่สำคัญที่ผู้ประกอบการไทยควรที่จะศึกษาเพื่อให้เข้าใจการจำหน่ายสินค้าในประเทศเมียนมา สำหรับช่องทางการจำหน่ายธุรกิจค้าปลีก แบ่งได้ดังนี้
1. ช่องทางปกติ (Physical Market) แบ่งเป็น
1) ตลาดดั้งเดิมทั่วไป (Traditional Trade) ตลาดสด ย่านการค้าหรือร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งมีจำนวนมากและครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงได้ง่าย ราคาสินค้าไม่สูงมากนัก สอดคล้องกับรายได้ของชาวเมียนมา เช่น ตลาดBogyoke Market, ตลาด Hledan Wet Market , ตลาด Nyaung Pin Lay Market, ตลาด Theingyizayy Market
2) ตลาดสมัยใหม่ (Modern Trade) ซึ่งปัจจุบันมีการจำหน่ายสินค้าผ่าน Modern trade ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
- Supermarket เช่น City Mart, Market Place, Ga Mone Pwint
- Super Center เช่น Ocean, Capital, Makro
- Shopping Mall เช่น Junction City, Ga Mone Pwint, Sein Gay Har, Myanmar Plaza, Time City
- Convenience Store เช่น G&G, City Express, abc, 1 Stop Mart, Easy Mart, CoCo (Mandalay)
2. ช่องทางออนไลน์ (Digital Market) ปัจจุบัน ช่องทางออนไลน์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น สามารถแบ่งแยกได้เป็น 2 ช่องทาง ได้แก่
- ช่องทาง website โดยมี platform ที่น่าเชื่อถือในเมียนมา เช่น Shop.com.mm, Khitzay.com.mm, Citymall.com, Seingayhar.com, Makroclick.com.mm
- ช่องทาง Application ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมมา เช่น Shop MM, City Mall Online, Sein Gay Har, Makro
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรมีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางการสื่อสารทั้งทีวี นิตยสาร การจัดโปรโมชั่น หรือการจัดอีเวนท์ ส่วนแบรนด์ขนาดเล็กอาจใช้ช่องทางการตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ รวมทั้งการโฆษณาโดยใช้บุคคลที่มือชื่อเสียง (Celebrities) และ Net Idol หรือ Influencer ผ่าน Social Media เช่น Facebook ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เป็นต้น






