fb
ภาพรวมอุตสาหกรรมชาเพื่อสุขภาพในจีน พร้อมเจาะพฤติกรรมผู้บริโภค

ภาพรวมอุตสาหกรรมชาเพื่อสุขภาพในจีน พร้อมเจาะพฤติกรรมผู้บริโภค

โดย
Saibhorn
ลงเมื่อ 22 กันยายน 2568 09:10
สคต. ณ เมืองเซี่ยเหมิน (จีน) (TTC, Xiamen (China))
125

จีนยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดชาโลก โดยมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ชาและสารสกัดจากชา ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 1,810.88 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 57.71 ล้านล้านบาท) ขยายตัว 5.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023 (เปรียบเทียบระยะ 2 ปี) แม้ตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดจะปรับตัวลดลงเหลือ 215.63 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 6.87 ล้านล้านบาท) หรือ 11.91% ของการส่งออกทั้งหมด ลดลง 10.71% แต่การเติบโตในตลาดเอเชียช่วยชดเชยได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 19.37% และฮ่องกง ที่ขยายตัว 9.89% ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังคงเป็นตลาดสำคัญ แม้อัตราการเติบโตจะทรงตัว ส่งผลให้ภาพรวมการค้าชาของจีนยังคงขยายตัวและสะท้อนศักยภาพในการกระจายตลาดและรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกชารายใหญ่ของโลก

 

1794d974-62ff-47de-8734-d28f8293bd31.png

ที่มา Global Trade Atlas

 

3 ประเด็นหลักที่น่าจับตาในตลาดชาเพื่อสุขภาพ

1. ขนาดตลาด

ตามข้อมูลจาก iiMedia Research (艾媒咨询) ระบุว่า ในปี 2025 ตลาดชาเพื่อสุขภาพของจีนจะมีมูลค่า 64.27 พันล้านหยวน (กว่า 2.88 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้น 25.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าภายในปี 2028 มูลค่าตลาดจะทะลุ 1 แสนล้านหยวน (กว่า 4.49 แสนล้านบาท) ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบและการตระหนักถึงสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ชาเพื่อสุขภาพซึ่งมีคุณลักษณะเป็นธรรมชาติและดีต่อสุขภาพจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าตลาดชาเพื่อสุขภาพของจีนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว

2.การสำรวจผู้บริโภค

การบริโภคชาเพื่อสุขภาพในจีนสะท้อน 3 ลักษณะเด่น ได้แก่ ความต้องการในชีวิตประจำวัน การเน้นคุณสมบัติการบำรุงสุขภาพ และการให้ความสำคัญกับรสชาติระบุว่า กลุ่มผู้บริโภคหลักอยู่ในช่วงอายุ 25–45 ปี พฤติกรรมการบริโภคที่น่าสนใจ ได้แก่

  • การบริโภคในชีวิตประจำวัน กว่า 90% ของผู้บริโภคมีค่าใช้จ่ายเพื่อดื่มชาเพื่อสุขภาพ เกิน 50 หยวน ต่อเดือน
  • การเน้นคุณสมบัติการบำรุงสุขภาพ กว่า 40% ของผู้บริโภคนิยมดื่มเพราะส่วนผสมสมุนไพร เช่น ดอกสายน้ำผึ้ง (金银花) และรากหวงฉี (黄芪) เป็นต้น โดยเลือกซื้อชาเพื่อช่วยบำรุงร่างกายและการนอนหลับรวมถึงเสริมการย่อยอาหารอีกด้วย
  • การให้ความสำคัญกับรสชาติเกือบ 60% ของผู้บริโภคใส่ใจเป็นพิเศษในรสชาติและรสสัมผัสของชา และกว่า 40% ให้ความสำคัญกับการรีวิวบนโลกออนไลน์

3.แนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมชาเพื่อสุขภาพ

อุตสาหกรรมชาเพื่อสุขภาพของจีนกำลังก้าวสู่ยุคที่ทำให้การดื่มชาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และการเพิ่มคุณค่าทางวัฒนธรรม ปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายรัฐและกำลังซื้อที่สูงขึ้น จะช่วยขยายตลาดให้เติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่การแข่งขันจะเน้นการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาความคล้ายคลึงของสินค้าและความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ควบคู่กับการทำให้การดื่มชาการเป็นเรื่องที่สนุกและเพลิดเพลิน และการเชื่อมโยงไปถึงวัฒนธรรมจีน เพื่อยกระดับคุณค่าแบรนด์ให้โดดเด่นในกระแสการบริโภคเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

4 สมุนไพรที่มักเป็นส่วนผสมในชาเพื่อสุขภาพ

image.png  1. 金银花 (jinyinhua) ดอกสายน้ำผึ้ง

สรรพคุณ: 

- ช่วยลดความร้อนในร่างกาย    - เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย   - บรรเทาอาการอักเสบติดเชื้อ

 

ที่มา: http://e.so.com/search/eclk?p=                         

image.png 2. 黄芪 (huangqi) รากหวงฉี

สรรพคุณ: 

- เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงพลังร่างกาย    - ช่วยให้ร่างกายต้านทานโรคได้ดีขึ้น   - ช่วยลดความเหนื่อยล้าและบำรุงเลือด

 

ที่มา: https://p0.ssl. com/eb526385920.jpg

image.png                                       

 3.菊花 (juhua) ดอกเก๊กฮวย

สรรพคุณ:

- ลดความร้อนในร่างกาย      - ช่วยลดความดันโลหิต  - บำรุงสายตาและผ่อนคลายความเครียด

 

ที่มา: https:// t04027caf581d82768e.jpg

image.png4.枸杞 (gouqi) เก๋ากี้

สรรพคุณ:

- บำรุงสายตาและเสริมภูมิคุ้มกัน     - ช่วยเพิ่มพลังและให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย   - ช่วยชะลอความแก่

 

ที่มา: https://p2. t0460d3fc957e25c5b8.jpg

 

 

ภาพรวมแบรนด์ชาเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยม

image.png

ที่มา:iiMedia Research

 

ในตลาดเครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพของจีน แบรนด์ชั้นนำหลากหลายที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม เช่น福东海 (Fu Dong Hai), 芙蓉壹茶业 (Futon Global Tea), 王老吉(Wang Lao ji), Lipton, HEYTEA เป็นต้น

แบรนด์เหล่านี้สะท้อนถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งชาเพื่อสุขภาพและชาผสมสมุนไพร ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ การรวมตัวของแบรนด์เก่าแก่และแบรนด์ใหม่ทำให้อุตสาหกรรมชาเพื่อสุขภาพในจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพสูงสำหรับการขยายตลาดในอนาคตต่อไป

 

ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน: มณฑลฝูเจี้ยนนั้นเป็นแหล่งชาคุณภาพสูงของจีน ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ โดยมีชา 3 ประเภทที่มีศักยภาพโดดเด่นดังนี้ อันดับแรก ชาอู่หลงต้าหงเผา (Da Hong Pao) จากเทือกเขาอู่อี้ ถือเป็น “ราชาแห่งชาอู่หลง” มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสหอมหวานและมีกลิ่นควันไฟอ่อน ๆ อันดับที่สอง ชาอู่หลงเถี่ยกวนอิน (Tie guan yin) จากอำเภออันซี เมืองฉวนโจว โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมดอกไม้และรสชาติกลมกล่อม ได้รับความนิยมสูงทั้งตลาดภายในจีนและตลาดส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบชาอู่หลงคุณภาพสูง อีกทั้งราคาที่สามารถจับต้องได้ อันดับที่สาม ชาขาวไป๋หาวอินเจิน (Bai Hao Yin Zhen หรือ Silver Needle) จากเมืองฝูติ้ง มีเอกลักษณ์ที่ความอ่อนนุ่มและรสหวานละมุน ได้รับความสนใจจากตลาดสุขภาพและผู้ดื่มชาที่นิยมชาคาเฟอีนต่ำ 

ทั้งนี้ ตลาดชาเพื่อสุขภาพของจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ กระแสการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์  โดยแบรนที่มีในตลาดมีทั้งแบรนด์ต่างชาติและแบรนด์ดั้งเดิม อาทิ Lipton, CHALI, HeyTea, Wanglaoji, Yuanqi Senlin 

    แนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมตลาดชาโลก และอาจเป็นโอกาสทางการค้าสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพด้านชาและสมุนไพร ทั้งนี้ควรพิจารณาเงื่อนไขด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความต้องการของผู้บริโภคในจีน เพื่อหาโอกาสในการร่วมลงทุนธุรกิจในอนาคตต่อไป

 

 

iiMedia Research

https://p2. t0460d3fc957e25c5b8.jpg

https:// t04027caf581d82768e.jpg

https://p0.ssl. com/eb526385920.jpg

http://e.so.com/search/eclk?p=

https://cdn.img.foodaily.com/images/articles/2024/06/14/UliIq37pnOuowd.png

Global Trade Atlas

 

          เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

 19 กันยายน 2568

Share :
Instagram