
จีนยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดชาโลก โดยมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ชาและสารสกัดจากชา ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 1,810.88 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 57.71 ล้านล้านบาท) ขยายตัว 5.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023 (เปรียบเทียบระยะ 2 ปี) แม้ตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดจะปรับตัวลดลงเหลือ 215.63 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 6.87 ล้านล้านบาท) หรือ 11.91% ของการส่งออกทั้งหมด ลดลง 10.71% แต่การเติบโตในตลาดเอเชียช่วยชดเชยได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 19.37% และฮ่องกง ที่ขยายตัว 9.89% ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังคงเป็นตลาดสำคัญ แม้อัตราการเติบโตจะทรงตัว ส่งผลให้ภาพรวมการค้าชาของจีนยังคงขยายตัวและสะท้อนศักยภาพในการกระจายตลาดและรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกชารายใหญ่ของโลก

ที่มา Global Trade Atlas
3 ประเด็นหลักที่น่าจับตาในตลาดชาเพื่อสุขภาพ
1. ขนาดตลาด
ตามข้อมูลจาก iiMedia Research (艾媒咨询) ระบุว่า ในปี 2025 ตลาดชาเพื่อสุขภาพของจีนจะมีมูลค่า 64.27 พันล้านหยวน (กว่า 2.88 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้น 25.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าภายในปี 2028 มูลค่าตลาดจะทะลุ 1 แสนล้านหยวน (กว่า 4.49 แสนล้านบาท) ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบและการตระหนักถึงสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ชาเพื่อสุขภาพซึ่งมีคุณลักษณะเป็นธรรมชาติและดีต่อสุขภาพจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าตลาดชาเพื่อสุขภาพของจีนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว
2.การสำรวจผู้บริโภค
การบริโภคชาเพื่อสุขภาพในจีนสะท้อน 3 ลักษณะเด่น ได้แก่ ความต้องการในชีวิตประจำวัน การเน้นคุณสมบัติการบำรุงสุขภาพ และการให้ความสำคัญกับรสชาติระบุว่า กลุ่มผู้บริโภคหลักอยู่ในช่วงอายุ 25–45 ปี พฤติกรรมการบริโภคที่น่าสนใจ ได้แก่
3.แนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมชาเพื่อสุขภาพ
อุตสาหกรรมชาเพื่อสุขภาพของจีนกำลังก้าวสู่ยุคที่ทำให้การดื่มชาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และการเพิ่มคุณค่าทางวัฒนธรรม ปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายรัฐและกำลังซื้อที่สูงขึ้น จะช่วยขยายตลาดให้เติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่การแข่งขันจะเน้นการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาความคล้ายคลึงของสินค้าและความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ควบคู่กับการทำให้การดื่มชาการเป็นเรื่องที่สนุกและเพลิดเพลิน และการเชื่อมโยงไปถึงวัฒนธรรมจีน เพื่อยกระดับคุณค่าแบรนด์ให้โดดเด่นในกระแสการบริโภคเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
4 สมุนไพรที่มักเป็นส่วนผสมในชาเพื่อสุขภาพ
1. 金银花 (jinyinhua) ดอกสายน้ำผึ้ง
สรรพคุณ:
- ช่วยลดความร้อนในร่างกาย - เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย - บรรเทาอาการอักเสบติดเชื้อ
ที่มา: http://e.so.com/search/eclk?p=
2. 黄芪 (huangqi) รากหวงฉี
สรรพคุณ:
- เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงพลังร่างกาย - ช่วยให้ร่างกายต้านทานโรคได้ดีขึ้น - ช่วยลดความเหนื่อยล้าและบำรุงเลือด
ที่มา: https://p0.ssl. com/eb526385920.jpg
3.菊花 (juhua) ดอกเก๊กฮวย
สรรพคุณ:
- ลดความร้อนในร่างกาย - ช่วยลดความดันโลหิต - บำรุงสายตาและผ่อนคลายความเครียด
ที่มา: https:// t04027caf581d82768e.jpg
4.枸杞 (gouqi) เก๋ากี้
สรรพคุณ:
- บำรุงสายตาและเสริมภูมิคุ้มกัน - ช่วยเพิ่มพลังและให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย - ช่วยชะลอความแก่
ที่มา: https://p2. t0460d3fc957e25c5b8.jpg
ภาพรวมแบรนด์ชาเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยม

ที่มา:iiMedia Research
ในตลาดเครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพของจีน แบรนด์ชั้นนำหลากหลายที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม เช่น福东海 (Fu Dong Hai), 芙蓉壹茶业 (Futon Global Tea), 王老吉(Wang Lao ji), Lipton, HEYTEA เป็นต้น
แบรนด์เหล่านี้สะท้อนถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งชาเพื่อสุขภาพและชาผสมสมุนไพร ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ การรวมตัวของแบรนด์เก่าแก่และแบรนด์ใหม่ทำให้อุตสาหกรรมชาเพื่อสุขภาพในจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพสูงสำหรับการขยายตลาดในอนาคตต่อไป
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน: มณฑลฝูเจี้ยนนั้นเป็นแหล่งชาคุณภาพสูงของจีน ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ โดยมีชา 3 ประเภทที่มีศักยภาพโดดเด่นดังนี้ อันดับแรก ชาอู่หลงต้าหงเผา (Da Hong Pao) จากเทือกเขาอู่อี้ ถือเป็น “ราชาแห่งชาอู่หลง” มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสหอมหวานและมีกลิ่นควันไฟอ่อน ๆ อันดับที่สอง ชาอู่หลงเถี่ยกวนอิน (Tie guan yin) จากอำเภออันซี เมืองฉวนโจว โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมดอกไม้และรสชาติกลมกล่อม ได้รับความนิยมสูงทั้งตลาดภายในจีนและตลาดส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบชาอู่หลงคุณภาพสูง อีกทั้งราคาที่สามารถจับต้องได้ อันดับที่สาม ชาขาวไป๋หาวอินเจิน (Bai Hao Yin Zhen หรือ Silver Needle) จากเมืองฝูติ้ง มีเอกลักษณ์ที่ความอ่อนนุ่มและรสหวานละมุน ได้รับความสนใจจากตลาดสุขภาพและผู้ดื่มชาที่นิยมชาคาเฟอีนต่ำ
ทั้งนี้ ตลาดชาเพื่อสุขภาพของจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ กระแสการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยแบรนที่มีในตลาดมีทั้งแบรนด์ต่างชาติและแบรนด์ดั้งเดิม อาทิ Lipton, CHALI, HeyTea, Wanglaoji, Yuanqi Senlin
แนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมตลาดชาโลก และอาจเป็นโอกาสทางการค้าสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพด้านชาและสมุนไพร ทั้งนี้ควรพิจารณาเงื่อนไขด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความต้องการของผู้บริโภคในจีน เพื่อหาโอกาสในการร่วมลงทุนธุรกิจในอนาคตต่อไป
iiMedia Research
https://p2. t0460d3fc957e25c5b8.jpg
https:// t04027caf581d82768e.jpg
https://p0.ssl. com/eb526385920.jpg
http://e.so.com/search/eclk?p=
https://cdn.img.foodaily.com/images/articles/2024/06/14/UliIq37pnOuowd.png
Global Trade Atlas
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
19 กันยายน 2568