
หลังจากประเทศอิหร่านเข้าสู่ภาวะสงคราม โฆษกกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาแถลงกับสื่อท้องถิ่น Farnews Agency ของอิหร่านว่า รัฐบาลได้กักตุนสินค้าพื้นฐานที่จำเป็นในคลังสินค้าเป็นจำนวนมากและพอเพียงกับความต้องการในระยะยาวหากแม้สงครามมีความยืดเยื้อ ปัจจุบันอิหร่านอยู่ในช่วงเทศกาลถือศีลอด และช่วงเทศกาล ปีใหม่อิหร่านที่ใกล้เข้ามา โดยในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความต้องการสินค้าภายในประเทศสูงมาก โดยปัจจุบันรัฐบาลได้กระจายสินค้าพื้นฐานที่จำเป็นและแจกจ่ายให้กับประชาชนตามภาวะปกติ ทั้งนี้ประชาชนสามารถหาซื้อสินค้าดังกล่าวได้ตามห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไป โดยไม่มีการขาดแคลน ซึ่งห้างสรรพสินค้าต่างๆ ได้เปิดให้บริการประชาชนตามปกติ
อย่างไรก็ตามมีเพียงแค่ช่วงวันแรกๆ ของสงครามเท่านั้นที่ประชาชนตื่นตระหนักและแห่กันมาซื้อสินค้าทำให้สินค้าบางอย่างไม่สามารถนำมาวางจำหน่ายได้ทันความต้องการ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการแก้ไขอยู่ในภาวะปกติแล้ว ร้านขายขนมปังท้องถิ่นเปิดให้บริการวันละ 3 เวลา การขนส่งสินค้าภายในประเทศอยู่ในภาวะปกติ การผลิตยางล้อรถยนต์ และยางล้อที่ใช้ในอุตสาหกรรม มีการดำเนินการตามปกติ รวมถึงโรงงานแปรรูปวัตถุดิบอาหาร การผลิตอาหารสำเร็จรูป การผลิตอุตสาหกรรมอาหารต่างๆ การนำเข้าสินค้าสามารถดำเนินการได้อย่างปกติ
ในการนี้ รัฐบาลอิหร่านได้เอื้ออำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้กับนักธุรกิจในการขนถ่ายสินค้าออกจากท่าเรือด้วย ซึ่ง ณ วันที่ 4 มีนาคม 2569 สินค้าจำเป็นพื้นฐานได้ขนออกจากท่าเรือทั่วประเทศแล้วในปริมาณ 50,000 ตัน
อย่างไรก็ตาม Mr. Mohammadreza Aref รองประธานาธิบดีคนที่ 1 ของอิหร่านได้ออกสำรวจภาวะตลาดในช่วงสงครามและสุ่มตรวจห้างสรรพสินค้า เพื่อตรวจสอบการจำหน่าย การกระจายสินค้า ปริมาณสินค้าพื้นฐานที่มีอยู่ในตลาด ความต้องการตลาด โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องพยายามบริหารการกระจายสินค้าพื้นฐานที่จำเป็นให้กับประชาชนอย่างเป็นระบบ แม้ว่าปริมาณสินค้าที่จำเป็นจะอยู่ในสต็อกของประเทศอย่างพอเพียงก็ตาม
ทั้งนี้ ในช่วงสงครามเริ่มต้น รัฐบาลอิหร่านได้นำเข้าข้าวบาสมาติจากประเทศปากีสถานผ่านชายแดนประเทศทางบกปริมาณ 60,000 ตัน นอกจากนี้รัฐบาลได้วางแผนให้มีการนำเข้าสินค้าผ่านช่องทางชายแดนประเทศด้านอื่นๆ อีกด้วย พร้อมเพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าพื้นฐานที่จำเป็นให้มากขึ้น