
Regenerative Organic Certification (ROC) คือ ประกาศนียบัตรรับรองสินค้าอินทรีย์ที่ถูกปฏิรูปขึ้นมาใหม่ เป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าอินทรีย์ ด้วยการนำหลักการของการทำเกษตรแบบ regenerative organic เข้าไปเสริมมาตรฐานการเป็นอินทรีย์ (Certified Organic standards) ของ National Organic Program (NOP) กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ โดยเพิ่มเงื่อนไขที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของ ROC ที่จะต้องปฏิบัติตาม 3 ประการ คือ สภาวะของดิน ความปลอดภัยของสัตว์ และความยุติธรรมในสังคม

การขอใช้ตราสัญลักษณ์ ROC เป็นเรื่องขอความสมัครใจ ไม่ได้เป็นข้อบังคับตามกฎหมายให้ต้องทำ เนื่องจากเป้าหมาย คือ การเสริมโปรแกรมอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ให้เข้มแข็ง ดังนั้น ผู้ที่จะสมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ ROC จึงต้องเป็นผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรอินทรีย์ ที่ออกโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ แล้วเท่านั้น และตราสัญลักษณ์ ROC จะแสดงบนฉลากสินค้าที่มีสัญลักษณ์อินทรีย์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯเสมอ
ประโยชน์จากการใช้ตราสัญลักษณ์ ROC คือ การดึงดูดใจผู้บริโภคว่า เป็นสินค้าอินทรีย์ที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น เพราะผลิตโดยให้ความสำคัญต่อคุณค่าทางจริยธรรม (ethic) และความยั่งยืน (sustainability) ประกาศนียบัตร ROC ออกให้แก่สินค้าหลายชนิด คือ อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด สินค้าสำหรับทำความสะอาด (cleaners) สินค้าเกษตร สินค้าเนื้อนมไข่ ผักและผลไม้ สินค้าเพื่อสุขภาพ ธัญพืชและสินค้าจากธัญพืช สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าเครื่องปรุงรสอาหาร (seasonings, condiments, sweeteners) และสิ่งทอ
การเข้าร่วมในโปรแกรม ROC มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไปภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ที่ประกอบไปด้วย
1. ค่าสมัครเป็นสมาชิก
2. ค่าธรรมเนียมปีแรก (first year fee)
3. ค่าธรรมเนียมปีต่อไป (subsequent years fee)
4. ค่าธรรมเนียมสมาชิกประจำปี (annual membership)
5. ค่า Desk Audit หรือ ค่าตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานแบรนด์ที่ได้รับ ROC ในอัตราชั่วโมงละ 75 เหรียญฯ
6. ค่าธรรมเนียมการตรวจทบทวน (review) ฉลาก (label) สำหรับหน่วยงาน ROA - ROA Label Review หน่วยงาน ROA ที่ทำงานตรวจสอบฉลาก (label) สินค้าที่ได้รับ ROC ทั้งในการค้าปลีกและค้าส่ง ฉลาก 5 แบบแรกที่ถูกตรวจสอบไม่เสียค่าธรรมเนียม ฉลากที่เกินจาก 5 ฉลากแรกต้องเสียค่าธรรมเนียม 50 เหรียญฯ ต่อหนึ่งฉลาก
ผู้จัดทำโปรแกรม มาตรฐาน และออกประกาศนียบัตร ROC คือ Regenerative Organic Alliance (ROA) องค์กรไม่หวังผลกำไร ถือกำเนิด ในปี 2018 สำนักงานใหญ่อยู่ที่ 2108 N. St., Suite 8039, Sacramento, CA 95816-5712 https://regenorganic.org, info@regenorganic.org, , www.facebook.com/regenerativeorganic/
บุคลากรสำคัญของ ROA เช่น

ประกาศนียบัตร ROC จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ Bronze, Silver และ Gold แยกตามระดับ regenerative practices ดังนี้

หมายเหตุ
การใช้ตราสัญลักษณ์ ROC บนฉลากสินค้า

1. การออกแบบตราสัญลักษณ์ ROC บนฉลากสินค้า
(1) ไม่จำเป็นต้องเป็นสีที่แตกต่างกันตามระดับที่ได้รับ สามารถใช้เป็นสีดำบนพื้นขาวได้ โดยมีการระบุระดับที่ได้ไว้ชัดเจนว่า เป็น Bronze, Silver หรือ Gold

(2) กรณีที่พื้นที่ฉลากไม่อำนวย อาจใช้ seal ที่ไม่มีคำว่า Regenerative Organic Certified ได้

(3) ความสูงของ seal ต้องไม่ต่ำกว่า 0.20นิ้ว/.50ซ.ม และคำว่า Regenerative Organic Certified ต้องสามารถอ่านออกได้ กรณีที่พื้นที่ฉลากไม่อำนวย และต้องใช้ seal ในข้อ (2) ระดับความสูงต้องไม่น้อยกว่า 0.15นิ้ว/.38 ซ.ม
2. เงื่อนไขการอ้างอิงส่วนผสมโดยสรุป

หมายเหตุ
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดการทำฉลากสินค้าที่ได้ ROC ได้ที่ https://regenorganic.org/wp-content/uploads/2021/02/ROC_QMS_STD_LG_v2.pdf
การสมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ ROC
1. ยื่นสมัครทางออนไลน์ https://regenorganic.org/application/
2. กระบวนการสมัครแบ่งออกเป็น 5 ตอน (sections) ที่สามารถจะทำการ save ไว้ได้ในทุกขณะที่ทำการกรอกข้อมูล แต่ ROA แนะนำให้ทำทั้ง 5 ตอนให้เสร็จในคราวเดียว
3. เอกสารต่างๆ ที่ใช้ในการสมัครต้องเป็นในรูป PDF, JPEG, PNG, XLSX หรือ DOCX เท่านั้น
ข้อควรทราบเกี่ยวกับการสมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ ROC
การกรอกใบสมัคร ROC และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบ สำหรับผู้ที่เป็นเกษตรกร
1. กรอกตอบข้อมูลทั่วไป
2. กรอกข้อมูลในเอกสารที่เป็นการทำสัญญากับ ROA – Producer License Agreement ดูตัวแบบฟอร์มสัญญา
ที่ https://regenorganic.org/wp-content/uploads/2023/03/ROA-Brand-License-Agreement.pdf เมื่อกรอกเสร็จแล้วให้ลงชื่อและพิมพ์สัญญาออกมาเก็บ
3. แสดงหลักฐานประกาศนียบัตรต่างที่ได้รับ และการรีวิวประจำปีครั้งล่าสุด (รวมถึง ประกาศนียบัตรการเป็นอินทรีย์ประกาศนียบัตรอื่นๆที่ระบุว่ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เป็นหลักสามข้อของ ROC คือ สุขภาพดิน ความเป็นดีอยู่ดีของสัตว์ หรือ ความยุติธรรมทางสังคม
4. สำเนาระบบอินทรีย์ที่เป็นปัจจุบัน (Current Organic System Plan – OSP)
5. สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่ทำการเกษตรด้วยระบบควบคุมภายใน ICS (Internal Control System) ให้แนบสำเนาเอกสาร ICS
6. upload แผนที่ผืนดินทำการเกษตร ที่จะขอ ROC
ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับการต่อ License ROC โดยสรุป
เมื่อขั้นตอนการกรอกใบสมัครเสร็จสมบูรณ์ ROA จะส่งใบเรียกเก็บเงินที่มาจาก accounting@regenorganic.org เป็นการเรียกเก็บเงินครั้งเดียวสำหรับค่าสมัคร ที่จะไม่มีการคืนเงินให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ในอัตรา ดังนี้
ผู้ที่ได้รับ ROC จะต้องเสียค่าธรรมเนียมประจำปีที่เป็นค่าต่ออายุสมาชิก การคิดค่าธรรมเนียมจะประเมินจากมูลค่าของพืชผล (crops) ที่มีคุณสมบัตรได้รับ ROC ที่ถูกเก็บเกี่ยวในแต่ละปีปฏิทิน
ค่าธรรมเนียมปีแรก เป็น flat rate โดยคิดจากรายได้ที่ผลิต ที่อ้างว่าได้รับ ROC สำหรับปีปฏิทินเป็นการประเมินรายได้สุทธิ
(1.1) รายได้สุทธิประเมินต่อปี ระหว่าง 0 - $500,000 ค่าธรรมเนียม 250 เหรียญฯ
(1.2) รายได้สุทธิประเมินต่อปี ระหว่าง $500,001 - $1,000,000 ค่าธรรมเนียม 500 เหรียญฯ
(1.3) รายได้สุทธิประเมินต่อปี ระหว่าง $1,000,001 – $2,500,000 ค่าธรรมเนียม 1,000 เหรียญฯ
(1.4) รายได้สุทธิประเมินต่อปี ระหว่าง $2,500,001 - $5,000,000 ค่าธรรมเนียม 2,500 เหรียญฯ
(1.5) รายได้ประเมินต่อปีเกินกว่า $5,000,000 ค่าธรรมเนียม 5,000 เหรียญฯ
ค่าธรรมเนียมประจำปี ร้อยละ 0.1 ของรายได้สุทธิจริงในปีปฏิทินที่ผ่านมาจากการขายสินค้าที่ผลิตขึ้นและได้รับ ROC รายได้นี้จะต้องแจ้งในใบสมัครต่ออายุประจำปีของประกาศนียบัตร ค่าธรรมเนียม ประจำปี ต่ำสุด 250 เหรียญฯ สูงสุด 20,000 เหรียญฯ
ปีแรก ค่าธรรมเนียมคิดจากรายได้สุทธิโดยประเมินจากการขายสินค้าติดโลโก้ ROC ในปีปฏิทิน
(2.1) รายได้สุทธิประเมินต่อปี ระหว่าง 0 - $500,000 ค่าธรรมเนียม 500 เหรียญฯ
(2.2) รายได้สุทธิประเมินต่อปี ระหว่าง $500,001 - $2,000,000 ค่าธรรมเนียม 2,500 เหรียญฯ
(2.3) รายได้สุทธิประเมินต่อปี ระหว่าง $2,000,001 – $5,000,000 ค่าธรรมเนียม 7,000 เหรียญฯ
(2.4) รายได้สุทธิประเมินต่อปี ระหว่าง $5,000,001 - $10,000,000 ค่าธรรมเนียม 15,000 เหรียญฯ
(2.5) รายได้ประเมินต่อปีเกินกว่า $10,000,000 ค่าธรรมเนียม 20,000 เหรียญฯ
ปีต่อๆไป คิดค่าธรรมเนียมจากรายได้สุทธิจริงของการขายสินค้าที่ติดโลโก้ ROC การประเมินขึ้นอยู่กับสัดส่วนร้อยละของส่วนผสมที่เป็น ROC ในสินค้า ที่วัดจากน้ำหนักหรือปริมาตร ที่ไม่รวมน้ำและเกลือ โดยค่าธรรมเนียมต่ำสุด 500 เหรียญฯ สูงสุด 100,000 เหรียญฯ ทั้งนี้ ในการยื่นขอต่ออายุ License ประจำปี ผู้ขอต้องยื่นรายงานรายได้สุทธิจากการขายสินค้าที่มีโลโก้ ROC ในปีก่อนหน้า
(2.6) สินค้าที่มีส่วนผสม ROC ร้อยละ 70 และสูงกว่า ค่าธรรมเนียมร้อยละ 0.2 ของรายได้สุทธิของการขายสินค้า ROC ในปีก่อนหน้า
(2.7) สินค้าที่มีส่วนผสม ROC ต่ำกว่าร้อยละ 70 ค่าธรรมเนียมร้อยละ 0.1 ของรายได้สุทธิของการขายสินค้า ROC ในปีก่อนหน้า
ปีแรก ค่าธรรมเนียมคำนวนจากมูลค่า Free on Board (FOB) ที่ต้องจ่ายชำระในปีปฏิทินนั้น ที่เป็นโดยการประเมิน
(3.1) ประเมิน gross FOB value $0 - $2,00,000 ค่าธรรมเนียม 1,500 เหรียญฯ
(3.2) ประเมิน gross FOB value $2,000,001 - $5,000,000 ค่าธรรมเนียม 5,250 เหรียญฯ
(3.3) ประเมิน gross FOB value $5,000,001 - $10,000,000 ค่าธรรมเนียม 11,250 เหรียญฯ
(3.4) ประเมิน gross FOB value มากกว่า $10,000,000 ค่าธรรมเนียม 15,000 เหรียญฯ
ค่าธรรมเนียมในปีต่อๆไป ขึ้นอยู่กับมูลค่าจริงของ FOB ที่จ่ายสำหรับสินค้าสิ่งทอที่ติดโลโก้ ROC และสัดส่วนร้อยละของส่วนผสม (content) ROC ในสินค้า คิดตามน้ำหนักหรือปริมาตร ที่ไม่รวมน้ำหนักของส่วนที่นำมาขลิบ (trim) หรือที่นำมาตกแต่ง ค่าธรรมเนียมต่อปีต่ำสุด 1,500 เหรียญฯ สูงสุด 100,000 เหรียญฯ ทั้งนี้ ในการยื่นขอต่ออายุ Licenseประจำปี ผู้ขอต้องยื่นรายงานมูลค่า FOB ในปีก่อนหน้า ของสินค้าสิ่งทอที่ได้โลโก้ ROC
(3.5) สินค้าที่มีส่วนผสม (content) ของ ROC ร้อยละ 50 หรือมากกว่า ค่าธรรมเนียมร้อยละ 1.5 ของมูลค่าจริงของ FOB สินค้า ROC ในปีปฏิทินก่อนหน้า
(3.6) สินค้าที่มีส่วนผสม (content) ของ ROC ต่ำกว่าร้อยละ 50 ค่าธรรมเนียมร้อยละ 1.0 ของมูลค่าจริงของ FOB สินค้า ROC ในปีปฏิทินก่อนหน้า
ตัวอย่างสินค้าที่ได้ ROC ที่วางจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯปัจจุบัน
