fb
กระแสสุขภาพดันอุตสาหกรรมอะโวคาโดของจีนขยายตัว
โดย
Boochita
ลงเมื่อ 05 มกราคม 2569 15:31
สคต. ณ เมืองชิงต่าว (จีน) (TTC, Qingdao (China))
62

กระแสการบริโภคเพื่อสุขภาพที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลกส่งผลให้อะโวคาโดกลายเป็นสินค้าอาหารสุขภาพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากเดิมซึ่งเป็นผลไม้เขตร้อนในทวีปอเมริกาใต้ สู่การเป็นสินค้าเกษตรที่มีบทบาทในตลาดโลก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการและรูปแบบการบริโภคที่หลากหลาย จีนซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคที่มีศักยภาพสูง กำลังอยู่ในช่วงการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอะโวคาโด จากการพึ่งพาการนำเข้าไปสู่การพัฒนาการปลูกภายในประเทศ พร้อมทั้งขยายจากการจำหน่ายผลสดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเชิงลึกทิศทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมอะโวคาโดจีน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และเป็นฐานสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะต่อไปอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

 

โครงสร้างการนำเข้าภายใต้ห่วงโซ่อุปทานโลก

อุตสาหกรรมอะโวคาโดของจีนมีโครงสร้างการจัดหาในลักษณะพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ควบคู่กับการพัฒนาการผลิตภายในประเทศ โดยแหล่งผลิตจากภูมิภาคละตินอเมริกายังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดจีนระดับกลางถึงระดับสูง จากความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูก การผลิตขนาดใหญ่ และระบบโลจิสติกส์ เปรูเป็นประเทศผู้ส่งออกหลักของจีน จากความได้เปรียบด้านราคาและประสิทธิภาพการขนส่ง ขณะที่ชิลีมีบทบาทในการเสริมอุปทานช่วงนอกฤดูกาลผลิต ด้านทวีปแอฟริกา เคนยามีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 60 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ภายใต้โครงการสนับสนุนด้านการเกษตรของธนาคารโลก ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตและสัดส่วนการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนามและไทยเริ่มมีบทบาทในตลาดจีนมากขึ้น จากการพัฒนาสายพันธุ์และเทคโนโลยีการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

 

การยกระดับการรับรู้และการขยายรูปแบบการบริโภคอะโวคาโดในจีน

การบริโภคอะโวคาโดของจีนมีแนวโน้มขยายตัวจากเมืองชั้นนำสู่เมืองรอง โดยกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น กลุ่มรักสุขภาพ และกลุ่มมารดาและทารก เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด กระแสการบริโภคอะโวคาโดในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับโภชนาการและสุขภาพมีบทบาทในการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของอะโวคาโดจากวัตถุดิบระดับพรีเมียมสู่สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้เป็นส่วนประกอบอาหารเช้าและสลัด ไปสู่โภชนาการเพื่อการกีฬา อาหารเสริมสำหรับมารดาและทารก รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพรูปแบบต่าง ๆ อาทิ อะโวคาโดพร้อมทาน อะโวคาโดอบแห้งแช่แข็ง และน้ำมันอะโวคาโด ซึ่งตอบสนองความต้องการด้านความสะดวกและคุณค่าทางโภชนาการของผู้บริโภคยุคใหม่

ขณะเดียวกัน การขยายตัวของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น อีคอมเมิร์ซ ไลฟ์สด และการค้ารูปแบบชุมชน ได้ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงสินค้า และสนับสนุนการกระจายตัวของตลาดสู่ระดับอำเภอและท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดรูปแบบการตลาดแบบบูรณาการระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างเป็นระบบ ซึ่งเอื้อต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมอะโวคาโดในระยะยาว

 

ห่วงโซ่อุตสาหกรรมอะโวคาโดและแนวโน้ม

ห่วงโซ่อุตสาหกรรมอะโวคาโดครอบคลุม 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การปลูก การแปรรูป โลจิสติกส์ และการจำหน่าย ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอะโวคาโดจีนยังเผชิญข้อจำกัดต่าง ๆ ได้แก่

1. ปัญหาการเพาะปลูก

1.1 เทคโนโลยีการเพาะปลูกประสบปัญหาด้านการพัฒนาสายพันธุ์ และการกำหนดระยะเก็บเกี่ยวไม่แม่นยำ ส่งผลต่อคุณภาพรสชาติและผลผลิตต่ำ

1.2 ระบบควบคุมศัตรูพืชยังไม่สมบูรณ์ และพึ่งพาสารเคมีในระดับสูง

1.3 การผลิตยังมีขนาดเล็กและกระจายตัวทำให้ยากต่อการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมและมาตรฐานเดียวกัน

2. การแปรรูปยังอยู่ในระดับพื้นฐาน มูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงลึก เช่น สารสกัดหรือวัตถุดิบเฉพาะทางยังมีสัดส่วนต่ำ

3. ระบบโลจิสติกส์ต้องพึ่งพาห่วงโซ่ความเย็นสูง แต่ยังมีอัตราการสูญเสียมากกว่ามาตรฐานสากล 

4. ด้านการตลาด แบรนด์นำเข้าครองตลาดระดับบน ส่วนแบรนด์ในประเทศแข่งขันด้วยราคาหรือความคุ้มค่าเป็นหลัก

 

แม้มีข้อจำกัดดังกล่าวแต่ด้วยการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้อะโวคาโดที่ปลูกในประเทศเริ่มมีความสามารถในการแข่งขันในบางตลาดภูมิภาคของจีนอย่างต่อเนื่อง ใช้ทดแทนการนำเข้าเริ่มมีแนวโน้มชัดเจนขึ้น มีความก้าวหน้าและความท้าทายการปลูกอะโวคาโดในจีนพื้นที่ยูนนาน ไหหลำ กวางสี และเขตร้อนอื่น ๆ ของจีน ได้พัฒนาเป็นแหล่งปลูกอะโวคาโดหลักของประเทศ โดยสถาบันวิจัยในมณฑลยูนนานได้พัฒนาระบบปรับปรุงพันธุ์ตามมาตรฐานสากลเป็นครั้งแรกของจีน ขณะที่สถาบันการศึกษาในกวางสีสามารถคัดเลือกสายพันธุ์ใหม่ เช่น Guiken No.2 และ Guiken No.3 เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตภายในประเทศ

สถาบันวิจัย Puhua Research ระบุว่าการยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมอะโวคาโดของจีนในอนาคตจะมี 3 แนวโน้มหลัก ได้แก่

1. การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ อาทิ การชลประทานอัจฉริยะ การใช้ UAV การตรวจสอบระยะไกล และการปรับปรุงพันธุกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิต

2. การขยายการแปรรูปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง เช่น น้ำมันอะโวคาโด ผงแห้งแช่แข็ง และสารสกัดใยอาหาร เพื่อตอบโจทย์การบริโภคเพื่อสุขภาพ

3. การประยุกต์ใช้ระบบดิจิทัลและบล็อกเชน เพื่อเพิ่มความแม่นยำด้านการผลิต การตลาด และความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ ตลาดอะโวคาโดของจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากแรงสนับสนุนทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์

ฝั่งอุปทานมีการกระจายแหล่งนำเข้าและเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ แหล่งผลิตในละตินอเมริกาปรับปรุงพันธุ์และเทคโนโลยีการปลูก ขณะที่แอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายการผลิตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสัดส่วนอุปทานโลกจะเพิ่มขึ้นภายใน 5 ปีข้างหน้า ส่วนจีนมีการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกในมณฑลยูนนานและกวางสี ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนด้านอุปสงค์ การเติบโตมาจากโครงสร้างตลาดแบบ พรีเมียมนำตลาดมวลชนขยายตัว” อย่างเป็นระบบ กระแสการบริโภคเพื่อสุขภาพ อะโวคาโดตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มคนทำงานเมือง ผู้รักสุขภาพ และกลุ่มแม่และเด็ก ประกอบกับการขยายตัวของช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้การบริโภคขยายจากเมืองหลักสู่เมืองรอง ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาทิ อาหารเสริมสำหรับสตรีมีครรภ์ และผลิตภัณฑ์โปรตีนสำหรับผู้รักสุขภาพ พร้อมใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงสถานการณ์เพิ่มความแม่นยำในการเข้าถึงตลาดเป้าหมาย

 

แนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอะโวคาโดในอนาคต พ.ศ. 2568–2573

สถาบันวิจัย Puhua ของจีนระบุว่า ทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมอะโวคาโดในช่วง 5 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมอะโวคาโดของจีนกำลังพัฒนาไปสู่โครงสร้างมูลค่าสูงครบวงจร และมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องในระดับอุตสาหกรรมและการลงทุนระยะยาว โดยจะมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. เทคโนโลยีการแปรรูปมูลค่าสูง การพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพและวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมความงาม อาทิ น้ำมันอะโวคาโด ผงอบแห้ง และสารสกัดจากใยอาหาร ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงและสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคเพื่อสุขภาพ

2. เกษตรอัจฉริยะและฐานการผลิตมาตรฐาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of Things ข้อมูลขนาดใหญ่ และโดรนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกและควบคุมคุณภาพผลผลิตและลดความเสี่ยงจากโรคพืชรวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีรอบการปลูกสั้นลง

3. โลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นและการสร้างแบรนด์ การพัฒนาระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิเพื่อลดการสูญเสียระหว่างขนส่งควบคู่การเชื่อมโยงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและการตลาดเชิงแบรนด์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นทางถึงผู้บริโภค

 

อย่างไรก็ดี  แม้อุตสาหกรรมอะโวคาโดจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังเผชิญความเสี่ยงสำคัญหลายประการ ประการแรก ความผันผวนของราคาตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าอาจกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานนำเข้า ประการที่สอง ความเสี่ยงจากสภาพอากาศรุนแรงส่งผลต่อผลผลิตภายในประเทศ และประการที่สาม แรงกดดันจากสินค้าทดแทน เช่น น้ำมันมะกอกและถั่วต่าง ๆ ยังคงเพิ่มขึ้น  ขณะเดียวกัน ด้านอุปสงค์ยังเผชิญข้อจำกัดจากการรับรู้ของผู้บริโภค โดยบางส่วนมองอะโวคาโดเป็นเพียง สินค้าตามกระแส” มากกว่าสินค้าเพื่อการบริโภคระยะยาว ส่งผลต่อความต่อเนื่องของความต้องการในตลาด ด้วยเหตุนี้อุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างความเข้าใจของผู้บริโภคผ่านการสื่อสารเชิงความรู้และการตลาดเชิงประสบการณ์ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายโอกาสการบริโภค เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณไปสู่การยกระดับคุณภาพอย่างยั่งยืน

 

Image_20260107143517_45_78.jpg

 

ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว

จากการขยายตัวของตลาดอะโวคาโดจีนอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมอะโวคาโดของจีนมีแนวโน้มพัฒนาอย่างรวดเร็วจากแรงหนุนด้านการบริโภคเพื่อสุขภาพและการสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ ส่งผลให้จีนเริ่มปรับโครงสร้างจากการพึ่งพาการนำเข้าไปสู่การเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป

แม้ปัจจุบันจีนยังคงพึ่งพาการนำเข้าอะโวคาโดจากประเทศผู้ผลิตหลัก เช่น เปรู ชิลี และบางประเทศในแอฟริกาแต่ด้วยความได้เปรียบด้านพื้นที่เพาะปลูกเทคโนโลยีการเกษตรและระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศ โดยเฉพาะมณฑลยูนนานและกวางสี ทำให้จีนมีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนในระยะยาว หากการพัฒนาสายพันธุ์และมาตรฐานการผลิตมีความต่อเนื่อง อะโวคาโดที่ปลูกในประเทศจะสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้มากขึ้นอย่างไรก็ดีอุตสาหกรรมอะโวคาโดยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีการปลูกความสม่ำเสมอของคุณภาพและระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นส่งผลให้ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดจีนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเข้าสู่ตลาดของผู้ผลิตรายใหม่ในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา

ทั้งนี้ อะโวคาโดสดและแปรรูปยังคงมีโอกาสเติบโตในตลาดจีน ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเติบโตของตลาดอะโวคาโดจีนในระยะยาว

 

ที่มา

www.chinairn.com/scfx/20251224/175956111.shtml

www.chinairn.com/report/20251112/13564768.html?id=1922897&name=HeYan

 

Share :
Instagram