
สถานการณ์และแนวโน้มตลาด
ตลาดผู้บริโภคจีนกำลังเกิดกระแสการบริโภครูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “เศรษฐกิจใช้ครั้งเดียวทิ้ง” (Single-use Economy) โดยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลช็อปปิ้ง Double 11 ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม - 11 พฤศจิกายน 2569 ร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในเมืองสำคัญของจีน อาทิ กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ และหนานหนิง ต่างนำสินค้าประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งมาจัดวางบริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงิน เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าเพิ่มเติม ขณะที่แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) มีการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มดังกล่าวอย่างแพร่หลาย สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
เศรษฐกิจใช้ครั้งเดียวทิ้ง หมายถึง รูปแบบการบริโภคที่เน้นผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้เพียงครั้งเดียวหรือมีอายุการใช้งานระยะสั้น โดยมีจุดเด่นด้านความสะดวก ราคาที่เข้าถึงได้ และการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะสถานการณ์ ตัวอย่างสินค้า ได้แก่ ซีรั่มบำรุงผิวแบบใช้ครั้งเดียว ผ้าเช็ดตัวและชุดเครื่องนอนสำหรับการเดินทาง กางเกงในใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตลอดจนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลเส้นผมแบบแบ่งบรรจุขนาดเล็ก
เดิมทีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้พบมากในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร แต่ปัจจุบันได้ขยายไปสู่ธุรกิจความงาม ของใช้ในบ้าน การเดินทาง และกิจกรรมเพื่อความบันเทิง รวมถึงบริการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล เช่น การแต่งหน้าและถ่ายภาพท่องเที่ยว ตลอดจนผลิตภัณฑ์สุขภาพและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบบแบ่งบรรจุขนาดเล็ก
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันกระแสดังกล่าว ได้แก่ วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนรุ่นใหม่ ความต้องการความสะดวกและสุขอนามัย ตลอดจนแนวคิดการบริโภคที่เปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการครอบครองสินค้าในระยะยาว มาเป็นการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะหน้าและสร้างประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการของตนเอง นอกจากนี้ การจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และการเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ ยังช่วยให้สินค้าเหล่านี้เข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
แนวโน้มการเติบโตและการยกระดับคุณภาพสินค้า
รายงาน ภาพรวมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวและข้อมูลเชิงลึกความต้องการผู้บริโภคของจีน ปี 2568–2573 ซึ่งจัดทำโดย iiMedia Research คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 ตลาดผลิตภัณฑ์สุขอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวของจีนจะมีมูลค่าสูงถึง 171,131 ล้านหยวน โดยกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่เป็นกลุ่มสำคัญที่ขับเคลื่อนความต้องการสินค้า เนื่องจากให้ความสำคัญกับความสะดวก ความคุ้มค่า คุณภาพ และประสบการณ์การใช้งานที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์
ในระยะแรก การบริโภคสินค้าประเภทนี้มีลักษณะเป็นการซื้อเพื่อสำรองหรือใช้ในโอกาสจำเป็น แต่ปัจจุบันกำลังพัฒนาไปสู่การบริโภคที่เน้นคุณภาพและมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ สินค้าที่เน้นภาพลักษณ์และประสบการณ์ เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และคอนแทคเลนส์เพื่อความงาม ซึ่งสามารถจำหน่ายในระดับราคาสูงขึ้น และสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ผ้าเช็ดตัวและกางเกงในใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งยังเน้นราคาที่เข้าถึงได้และความคุ้มค่าเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดยังมาพร้อมกับความท้าทาย โดยเฉพาะปัญหาขยะจากผลิตภัณฑ์ใช้ครั้งเดียว ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัย ตลอดจนความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับสุขอนามัย ทำให้มาตรฐานผลิตภัณฑ์และการกำกับดูแลอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้ ต้นฉบับระบุว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมจีน FZ/T 64125—2026 สำหรับกางเกงในใช้ครั้งเดียวทิ้ง มีกำหนดเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้ประกอบการที่สนใจตลาดจีนจึงควรตรวจสอบข้อกำหนดและมาตรฐานฉบับที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการก่อนนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลได้ ย่อยสลายได้ หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ มีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้น สะท้อนว่าการแข่งขันในตลาดไม่ได้จำกัดอยู่ที่ราคาและความสะดวกเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงคุณภาพ ความปลอดภัย ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย


โอกาสทางการตลาดและแนวทางการพัฒนาธุรกิจ
นักวิจัยจากสถาบันเศรษฐกิจตะวันออก เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ให้ข้อเสนอแนะว่า ผู้ประกอบการควรพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละสถานการณ์ โดยแบ่งแนวทางการตลาดออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่
(1) สินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากประสบการณ์และความรู้สึกของผู้บริโภค เช่น ผลิตภัณฑ์ความงามเฉพาะบุคคล บริการแต่งหน้าและถ่ายภาพท่องเที่ยว ตลอดจนสินค้าที่ออกแบบให้เหมาะกับกิจกรรมหรือโอกาสพิเศษ ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้
(2) สินค้าจำเป็นที่เน้นความปลอดภัยและความคุ้มค่า เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับการเดินทางระยะสั้น การพักค้างคืน การท่องเที่ยวในเมือง และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ที่สม่ำเสมอ ความสะอาด ความสะดวก และราคาที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและบรรจุภัณฑ์ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและมีผู้ประกอบการเข้ามาแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้ช่องทาง E-commerce และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนเพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในจีนและต่างประเทศ


ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสคต. ณ เมืองหนานหนิง เศรษฐกิจใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นแนวโน้มการบริโภคที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่จีน ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวก ประสบการณ์เฉพาะบุคคล และคุณภาพสินค้า มากกว่าการพิจารณาเพียงอายุการใช้งานหรือความทนทานของผลิตภัณฑ์ แนวโน้มดังกล่าวจึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องการทดลองตลาดจีนด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม ก่อนขยายการจำหน่ายในวงกว้าง
ประเทศไทยมีศักยภาพในอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดเข้าสู่ตลาดนี้ได้ โดยเฉพาะสารสกัดจากพืชธรรมชาติ วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ตลอดจนอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผู้ประกอบการไทยสามารถนำจุดแข็งดังกล่าวมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคจีนในแต่ละสถานการณ์ อาทิ
กลุ่มความงามและการดูแลส่วนบุคคล: ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบแบ่งบรรจุใช้ครั้งเดียว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้สารสกัดจากพืชธรรมชาติ โดยต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และข้อกำหนดการนำเข้าเครื่องสำอางของจีน
กลุ่มการเดินทางและไลฟ์สไตล์: ผ้าเช็ดตัว ผ้าปิดตา ชุดเครื่องนอนขนาดพกพา และอุปกรณ์คลุมเบาะสำหรับการเดินทาง ซึ่งเน้นความสะอาด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และเหมาะกับการเดินทางระยะไกลหรือการพักค้างคืน
กลุ่มสุขภาพและผลิตภัณฑ์บริโภค: ผลิตภัณฑ์แบบแบ่งบรรจุขนาดเล็กที่เหมาะกับการเดินทางหรือการใช้งานเฉพาะครั้ง โดยควรพัฒนาสินค้าตามความต้องการของตลาดและตรวจสอบข้อกำหนดด้านอาหารและการนำเข้าของจีนเป็นรายผลิตภัณฑ์
สำหรับการสร้างความแตกต่าง ผู้ประกอบการไทยควรพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ โดยประยุกต์ใช้ลวดลายไทยร่วมสมัย สีสันและแรงบันดาลใจจากผลไม้เขตร้อน ตลอดจนการสื่อสารเรื่องราวแหล่งที่มาของวัตถุดิบและคุณค่าของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์และเพิ่มโอกาสในการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของจีน ทั้งนี้ การออกแบบควรสอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคเป้าหมาย และไม่ทำให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงเกินความเหมาะสม
ในด้านความยั่งยืน ผู้ประกอบการไทยควรนำแนวคิดเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) มาใช้เป็นแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเพิ่มการใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้หรือย่อยสลายได้ตามความเหมาะสม ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น และพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการรักษาคุณภาพและสุขอนามัย พร้อมมีข้อมูลรองรับการกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มจากการศึกษาความต้องการของผู้บริโภคจีนในกลุ่มเป้าหมาย ทดลองจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือร่วมมือกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่น ตลอดจนตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ข้อกำหนดด้านฉลาก การขึ้นทะเบียนหรือการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และกฎระเบียบการนำเข้าของจีนก่อนดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาหาร และสินค้าที่สัมผัสผิวหนังโดยตรง
สคต. ณ เมืองหนานหนิง เห็นว่า การเติบโตของเศรษฐกิจใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยอาศัยจุดแข็งด้านวัตถุดิบธรรมชาติ ภาพลักษณ์สินค้าไทย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสร้างความแตกต่าง ควบคู่กับการเลือกช่องทางจำหน่ายและพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดจีนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
----------------------------------------------
แหล่งที่มา
https://mp.weixin.qq.com/s/Xw-_5b6D0CqEJio8Ijjvig?scene=1&click_id=1083028432
https://mp.weixin.qq.com/s/-BAsCfx3rYWr5ew9CLCjog?scene=1&click_id=475308028
https://mp.weixin.qq.com/s/4oim70Zzz0c4vFbGOmLE5Q?scene=1&click_id=151693499
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนาหนิง
วันที่ 21 ตุลาคม 2569