
เวียดนามเริ่มก่อสร้างโครงการนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ 3 แห่งที่นครไฮฟอง

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นครไฮฟองได้จัดพิธีเริ่มก่อสร้างโครงการนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 3 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 19,000 พันล้านเวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 791.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยโครงการแรกคือนิคมอุตสาหกรรม Tien Lang 1 ที่มีการลงทุนโดยบริษัท Asia–Pacific Sustainable Green Development JSC โครงการตั้งอยู่ในเขตการค้าเสรีภายใต้เขตเศรษฐกิจชายฝั่งตอนใต้ของนครไฮฟอง มีพื้นที่เกือบ 600 เฮกตาร์ หรือเท่ากับ 3,750 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวม 13,061 พันล้านเวียดนามด่อง (544.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการ นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้คาดว่าจะสร้างงานให้กับแรงงานถึง 42,000 – 45,000 คน นิคมอุตสาหกรรม Tien Lang 1 ได้รับการวางแนวทางพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชาญฉลาด พร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคที่ครบวงจรตามมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เทคโนโลยีสะอาด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไมโครชิป การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมสนับสนุน และโลจิสติกส์เทคโนโลยีขั้นสูง
โครงการที่สองคือโครงการนิคมอุตสาหกรรมสนามบิน Tien Lang – โซน B ที่มีการลงทุนโดยบริษัท C.E.O Industrial Park Development Joint Stock Company โครงการตั้งอยู่ที่ตำบล Chan Hung นครไฮฟอง มีพื้นที่ 186.49 เฮกตาร์ (1,165.6 ไร่) และมีมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 2,795.372 พันล้านเวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 116.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการสำคัญภายใต้แนวทางการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสนับสนุนและนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในเขตเศรษฐกิจชายฝั่งตอนใต้ของนครไฮฟอง โดยคาดว่าจะดึงดูดเงินลงทุนคุณภาพสูง โดยเฉพาะในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องกล การผลิตและประกอบรถยนต์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะมีส่วนช่วยใน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาคอุตสาหกรรมและบริการ โครงการจะสร้างงานนับพันตำแหน่งให้แก่แรงงานท้องถิ่น ช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทั้งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐผ่านภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ นอกจากนี้ ระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคที่ทันสมัยของนิคมอุตสาหกรรมยัง จะก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนเชิงบวก ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมบริการ การค้าและกระบวนการขยายตัวของเมืองไฮฟองในพื้นที่ตำบล Chan Hung และเขต Tien Lang นครไฮฟอง
โครงการที่สามคือโครงการลงทุนก่อสร้างและดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานนิคมอุตสาหกรรม Vinh Quang ระยะที่ 1 ตั้งอยู่ที่ตำบล Vinh Bao และตำบล Vinh Hai นครไฮฟอง โดยบริษัท IDICO JSC โครงการมีพื้นที่ 226.01 เฮกตาร์ (1,412.6 ไร่) ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 3,550.804 พันล้านเวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 148 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โครงการคาดว่าจะสร้างรายได้รวม 7,691 พันล้านเวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 320.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีส่วนช่วยในการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่รัฐ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,187 พันล้านด่งเวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 49.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมทั้งสร้างงานให้กับแรงงาน 9,500 คน ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการว่างงานในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน โครงการจะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคที่ครบวงจร ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดอุตสาหกรรมสะอาด อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยมลพิษต่ำ
นาย Le Ngoc Chau ประธานคณะกรรมการประชาชนนครไฮฟอง กล่าวว่าปัจจุบันเมืองไฮฟองได้พัฒนาเป็นเมืองท่าทางทะเลขนาดใหญ่และทันสมัย โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศเวียดนาม โครงการจำนวนดังกล่าวที่ได้เริ่มก่อสร้างใหม่ในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยในการก่อรูปเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคที่มีความสอดคล้องและทั่วถึง สร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวก และส่งเสริมการพัฒนาของภาคบริการ โลจิสติกส์ การค้า และการพัฒนาเมืองรอง ในพื้นที่โดยรอบ
(จาก https://vneconomy.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
จากข้อมูลสถิติของกรมศุลกากรเวียดนาม มูลค่ารวมสินค้านำเข้าและสินค้าส่งออกของนครไฮฟองในปี 2568 อยู่ที่ 90,230 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.9 เมื่อเทียบกับปี 2567 จำนวนโครงการลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมืองไฮฟองมีทั้งสิ้น 220 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.8 เมื่อเทียบกับปี 2567 และมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ใหม่ที่เข้าสู่เมืองไฮฟองอยู่ที่ 1,777.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 125.8 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเมืองไฮฟอง ทั้งในด้านจำนวนเขตอุตสาหกรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้น การที่นครไฮฟองเดินหน้าก่อสร้างโครงการนิคมอุตสาหกรรมใหม่จำนวน 3 โครงการ ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน อุตสาหกรรมการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ และการผลิตยานยนต์ เช่น รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสทางการค้า ที่มีศักยภาพให้แก่ธุรกิจส่งออกจากประเทศต่างๆ รวมถึงผู้ประกอบการส่งออกจากประเทศไทยด้วย