
บทนำ
เศรษฐกิจอิสราเอลในเดือนเมษายน 2569 อยู่ภายใต้แรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กับอิหร่าน ความผันผวนของเงินทุนโลก และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางอิสราเอล (Bank of Israel) ต้องดำเนินนโยบายการเงินในลักษณะเข้มงวดต่อเนื่อง โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูงประมาณ 4.75% เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและควบคุมเงินเฟ้อ แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน
นโยบายการเงินภายใต้แรงกดดันหลายทิศทาง
การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงของธนาคารกลางอิสราเอลสะท้อน “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางนโยบาย (policy dilemma)” โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการที่ต้องบริหารพร้อมกัน ได้แก่ การควบคุมเงินเฟ้อ การรักษาเสถียรภาพค่าเงิน และการป้องกันความเสี่ยงต่อระบบการเงิน
แม้เงินเฟ้อเริ่มชะลอลงจากระดับสูงในช่วงก่อนหน้า แต่ยังไม่กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายอย่างมั่นคง ประกอบกับต้นทุนจากสงครามที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และงบประมาณความมั่นคง ทำให้แรงกดดันด้านราคาในระบบเศรษฐกิจยังคงอยู่ ธนาคารกลางจึงยังไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคจริง
การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจภาคจริง (real economy) โดยเฉพาะใน 3 ด้านสำคัญ
ประการแรก ภาคธุรกิจและการลงทุนได้รับผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะ SME ชะลอการลงทุนและการขยายกิจการ
ประการที่สอง ภาคอสังหาริมทรัพย์ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนสินเชื่อที่สูง ส่งผลให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
ประการที่สาม ภาคครัวเรือนเผชิญกับภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศอ่อนตัวลง
ผลกระทบดังกล่าวสะท้อนว่า แม้นโยบายดอกเบี้ยสูงจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อ แต่กลับมีต้นทุนในรูปของการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
เศรษฐกิจสองความเร็วและความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง
อีกหนึ่งลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจอิสราเอลในปัจจุบันคือ “เศรษฐกิจสองความเร็ว (two-speed economy)” โดยภาคเทคโนโลยีและการเงินยังคงเติบโตได้ดีจากเงินทุนต่างชาติและความสามารถด้านนวัตกรรม ในขณะที่ภาคการผลิต การก่อสร้าง และธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กกลับเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนทางการเงินและความไม่แน่นอน
ความไม่สมดุลนี้ยิ่งถูกขยายโดยนโยบายดอกเบี้ยสูง ซึ่งแม้จำเป็นต่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แต่กลับทำให้ช่องว่างระหว่างภาคเศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น
ความเชื่อมโยงกับปัจจัยภายนอกและค่าเงิน
นอกจากปัจจัยภายในแล้ว เศรษฐกิจอิสราเอลยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะเงินทุนไหลเข้าในภาคเทคโนโลยีและแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์อ่อน ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินเชเกลแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง การแข็งค่าของเชเกลแม้ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่กลับสร้างความเสียหายต่อภาคการส่งออก ทำให้ผู้ส่งออกสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ธนาคารกลางต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อรักษาสมดุลโดยรวมของเศรษฐกิจ
โดยสรุป การคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอิสราเอลในระดับสูงสะท้อนความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพทางราคาและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจภายใต้ภาวะสงครามและความไม่แน่นอนสูง แม้นโยบายดังกล่าวจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อและรักษาความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน แต่กลับส่งผลให้เศรษฐกิจภาคจริงชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในระยะต่อไป ความท้าทายสำคัญของอิสราเอลจะอยู่ที่การปรับจังหวะนโยบายการเงินให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง (prolonged slowdown) ขณะเดียวกันยังต้องบริหารความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและค่าเงินที่ยังมีความผันผวนสูง
ความเห็นของ สคต.
สคต. มีความเห็นว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจอิสราเอลที่มีความผันผวนสูงทั้งด้านค่าเงิน การไหลเข้าของเงินทุน และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การแบ่งกลุ่มตลาดอย่างชัดเจน และการติดตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการพึ่งพาความต้องการในระยะสั้นเกินไป พร้อมทั้งพัฒนา positioning สินค้าไทยให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคระดับรายได้สูงที่มีความผันผวนสูงตามตลาดทุนโลก
ผู้ส่งออกหรือนักธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il
ที่มา : https://www.timesofisrael.com/