
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำเดือนตุลาคม 2568
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย
-------------------------------------------------
สรุปภาพรวมทั่วไปในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ด้านเศรษฐกิจ
• ธนาคารยูโอบี (สิงคโปร์) คาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของเวียดนามในช่วงปลายปี 2568 จะยังคงสดใส เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 โดยเฉพาะภาคการส่งออกและภาคการผลิตเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญของยูโอบีเชื่อว่ายังคงมีความเสี่ยงอยู่มาก ปัจจุบันเวียดนามเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเปิดกว้าง โดยการส่งออกสินค้าและบริการคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 83 ของ GDP รองจากสิงคโปร์ในอาเซียนเท่านั้น ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเวียดนาม ธนาคารยูโอบีคาดการณ์การเติบโตในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ไว้ที่ร้อยละ 7.2 แต่ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตทั้งปี 2568 เป็นร้อยละ 7.7 จากเดิมที่ร้อยละ 7.5 ส่วนธนาคารเอชเอสบีซีประเมินว่าเวียดนามยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในภูมิภาค หลังจากการเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 เอชเอสบีซีจึงปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ของเวียดนามในปี 2568 เป็นร้อยละ 7.9 ตามที่ HSBC ระบุ ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ไม่เพียงแต่ในภาคการผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาคบริการและการบริโภคด้วย

ที่มา: Macrobond, UOB Global Economics & Markets Research
• รัฐบาลได้ออกกฤษฎีกาฉบับที่ 293/2025 เพื่อควบคุมค่าจ้างขั้นต่ำระดับภูมิภาคใหม่สำหรับพนักงานที่ทำงานภายใต้สัญญาจ้าง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 แทนกฤษฎีกาฉบับที่ 74/2024 ส่งผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นระหว่าง 250,000 ถึง 350,000 ด่งต่อเดือน หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 7.2 เมื่อเทียบกับค่าจ้างปัจจุบัน โดยภูมิภาคที่ 1 (กรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ นครดานัง นครไฮฟอง และนครเกิ่นเทอ) เพิ่มขึ้น จาก 4.96 ล้านด่ง เป็น 5.31 ล้านด่งต่อเดือน ภูมิภาคที่ 2 เพิ่มขึ้นจาก 4.41 ล้านด่ง เป็น 4.73 ล้านด่งต่อเดือน ภูมิภาคที่ 3 เพิ่มขึ้นจาก 3.86 ล้านด่ง เป็น 4.14 ล้านดอ่งต่อเดือน และภูมิภาคที่ 4 เพิ่มขึ้นจาก 3.45 ล้านด่ง เป็น 3.7 ล้านด่งต่อเดือน ตามกฤษฎีกาดังกล่าว การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละภูมิภาคจะพิจารณาตามพื้นที่ปฏิบัติงานของนายจ้าง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำสุดสำหรับการเจรจาต่อรองและจ่ายค่าจ้างให้กับพนักงานที่ทำงานเต็มเวลาและทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ จากการประเมินพบว่าการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละภูมิภาคดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างหลักประกันคุณภาพชีวิตของพนักงานในภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกัน นโยบายใหม่ยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมการผูกพันแรงงานระยะยาว และเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ
• นาย Bui Thanh Son รองนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในมติเลขที่ 2326/QD-TTg ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2568 เพื่ออนุมัติยุทธศาสตร์การพัฒนาตลาดค้าปลีกของเวียดนามจนถึงปี 2573 โดยมีวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งสร้างตลาดค้าปลีกที่ทันสมัย และยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการค้าภายในประเทศและพันธกรณีระหว่างประเทศที่เวียดนามเป็นสมาชิก แนวทางการพัฒนาดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มของอีคอมเมิร์ซ เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว ดำเนินบทบาทหน้าที่ในการเชื่อมโยงการผลิตกับการบริโภค เพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการกระตุ้นความต้องการสินค้าเวียดนามในตลาดต่างประเทศ ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันของสินค้าสร้างพื้นฐานให้ธุรกิจค้าปลีกมีส่วนร่วมในตลาดค้าปลีกโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น กลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งหวังให้ยอดค้าปลีกสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 11.0-11.5 ต่อปี ภายในปี 2573 ยอดขายอีคอมเมิร์ซจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 15-20 ต่อปี คิดเป็นร้อยละ 15-20 ของรายได้จากการค้าปลีกและบริการผู้บริโภคทั้งหมดทั่วประเทศ และการเข้าร่วมในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมร้อยละ 40-45 หนึ่งในแนวทางสำคัญของกลยุทธ์ดังกล่าวคือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนทางเศรษฐกิจมีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดค้าปลีก มุ่งเน้นการกระจายธุรกิจค้าปลีกที่หลากหลาย มุ่งสู่การจัดตั้งบริษัทและผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในภาคการจัดจำหน่าย รวมถึงผู้ประกอบการที่ลงทุนโดยต่างชาติ ซึ่งผู้ประกอบการเอกชนจะเป็นกำลังสำคัญ ในขณะเดียวกัน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก สหกรณ์พาณิชย์ ครัวเรือนธุรกิจ และบุคคลทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในตลาด
• รัฐบาลได้ออกกฤษฎีกาฉบับที่ 264/2025/ND-CP เพื่อควบคุมกองทุนร่วมลงทุนแห่งชาติและกองทุนร่วมลงทุนท้องถิ่น ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงกรอบกฎหมาย และสร้างรากฐานเพื่อส่งเสริมกิจกรรมร่วมลงทุน ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมในเวียดนาม กฤษฎีกาฉบับใหม่ดังกล่าวกำหนดขอบเขตการจัดตั้ง โครงสร้างองค์กร การดำเนินงาน นโยบายการบริหารจัดการ การใช้เงินทุน และอัตราส่วนเงินทุนจากงบประมาณแผ่นดินของกองทุนร่วมลงทุนอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังระบุหลักการกำกับดูแล สิทธิและหน้าที่ขององค์กรและบุคคลที่เข้าร่วมอย่างชัดเจน ตามบทบัญญัติของมาตรา 40 แห่งกฎหมายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม หัวข้อที่บังคับใช้ประกอบด้วยกองทุนร่วมลงทุนแห่งชาติ กองทุนร่วมลงทุนท้องถิ่น นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงาน องค์กร และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและกำกับดูแลกองทุน กฤษฎีกาฉบับที่ 264/2025/ND-CP นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนานโยบายทางกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนร่วมทุนในเวียดนาม ซึ่งจะช่วยดึงดูดแหล่งเงินทุนทางสังคม ส่งเสริมนวัตกรรม สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพเติบโตสูง และสร้างแรงผลักดันใหม่ให้กับเศรษฐกิจ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้สถาบันการเงิน กองทุนรวม ธุรกิจ และนักลงทุนรายย่อยทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ กฤษฎีกาฉบับที่ 264/2025/NĐ-CP กำหนดให้กองทุนร่วมลงทุนแห่งชาติมีทุนเริ่มต้นอย่างน้อย 500,000 ล้านด่ง และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านด่งภายใน 5 ปี เพื่อสนับสนุน ธุรกิจสตาร์ทอัพและโครงการเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง
• เวียดนามประกาศกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับเด็กจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ตามกฎหมายใหม่ เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี และมีความสูงไม่เกิน 1.35 เมตร ต้องใช้อุปกรณ์นิรภัยที่เหมาะสม หากผู้ขับรถให้เด็กนั่งเบาะแถวเดียวกับคนขับ (ยกเว้นรถที่มีเบาะแค่แถวเดียว) หรือไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัยสำหรับเด็กตามข้อกำหนด จะมีโทษปรับตั้งแต่ 800,000 ด่ง ถึง 1,000,000 ด่ง หลังมีข้อมูลเรื่องกฎบังคับใช้ ร้านค้าจำนวนมากเริ่มมองหาแหล่งนำเข้าสินค้าเพื่อเตรียมจำหน่าย ก่อนหน้านี้มีเพียงไม่กี่ร้านที่นำเข้าเบาะนั่งเด็ก เพราะยอดขายไม่ดี แต่ตอนนี้ความต้องการเริ่มชัดเจนขึ้น โดยไม่เพียงแค่ร้านอุปกรณ์รถยนต์ ร้านขายของใช้เด็กหลายแห่งเริ่มนำเข้าสินค้าประเภทนี้มาทดลองขายเช่นกัน ตามข้อมูลจากคณะกรรมการความปลอดภัยการจราจรแห่งชาติ อุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับเด็กในรถยนต์แบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ 1) เปลเด็กใช้สำหรับทารกอายุน้อยกว่า 2 ปี 2) เบาะนั่งสำหรับเด็กเล็ก สำหรับเด็กอายุ 2-6 ปี 3) เบาะนั่งเสริม (Booster Seat) สำหรับเด็กอายุ 6-8 ปี 4) เบาะรองนั่งเสริม (Booster Cushion) สำหรับเด็กอายุ 8-10 ปี โดยทั่วไป เด็กอายุ 2-6 ปี ใช้เบาะนั่งสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นประเภทที่พบมากที่สุด เมื่ออายุ 6–8 ปี สามารถเปลี่ยนไปใช้เบาะนั่งเสริม และเมื่ออายุ 8-10 ปี เมื่อรูปร่างสูงขึ้น สามารถใช้เบาะรองนั่งเสริมได้
• สำนักงานสถิติเวียดนาม ระบุว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 วิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่มีจำนวนประมาณ 162,935 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.7 โดยมีทุนจดทะเบียน 1,592 ล้านล้านด่ง (1,952,885 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 21.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นในภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ และการประมง จำนวน 1,534 ราย (+11.7%) ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง 32,600 ราย (+16%) และภาคบริการ 124,800ราย (+21%)วิสาหกิจ 58,430 รายในเวียดนามลงทะเบียนหยุดดำเนินการ (-8.3%)
|
ที่มา: https://www.gso.gov.vn/
• ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) ในเดือนตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 จากเดือนก่อน เนื่องจากราคาสินค้าอาหารเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของพายุที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือในช่วงเดือนตุลาคม 2568 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าและบริการที่มีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหารและบริการจัดเลี้ยง (+0.59%) กลุ่มด้านการศึกษา (+0.51%) เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้าน (+0.2%) กลุ่มเสื้อผ้า หมวก และรองเท้า (+0.18%) เครื่องดื่มและบุหรี่ (+0.12%) กลุ่มวัฒนธรรม บันเทิง และ การท่องเที่ยว (+0.06%) และยาและบริการทางการแพทย์ (+0.04%) และกลุ่มไปรษณีย์และโทรคมนาคม (+0.03%) ส่วนกลุ่มสินค้าและบริการที่มีราคาลดลง ได้แก่ กลุ่มคมนาคมและการขนส่ง (+0.81%) ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 CPI เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.27 อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2
• ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (IIP) ในเดือนตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 IIP เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 โดยอุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 การผลิตและการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 การจัดการและบำบัดน้ำเสียเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ลดลงร้อยละ 0.1
![]() |
ที่มา: https://www.gso.gov.vn/
· ในเดือนตุลาคม 2568 ยอดค้าปลีกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 ยอดค้าปลีกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 โดยรายได้จากการขายปลีกสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 รายได้จากที่พักและบริการรับประทานอาหารนอกบ้าน (+14.6%) บริการการท่องเที่ยว (+19.8%) และบริการอื่นๆ (+11.8%)
![]() |
ที่มา: https://www.gso.gov.vn/
ตาราง 1 เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเวียดนามในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568
เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจ | อัตราการเติบโต (%) |
- ดัชนีราคาผู้บริโภค | 3.27 |
- ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม | 9.2 |
- ยอดค้าปลีกของสินค้าและบริการ | 9.3 |
- อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน | 3.2 |
- มูลค่าการส่งออก | 16.2 |
- มูลค่าการนำเข้า | 18.6 |
ที่มา: https://www.gso.gov.vn/
ด้านการลงทุน
การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 รวม 3,321 โครงการใหม่ (-7.6%) ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 14,072 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (21.1%) เงินทุนจดทะเบียนรวมทั้งโครงการลงทุนใหม่ โครงการ ที่ปรับเพิ่มเงินทุน และซื้อหุ้นในธุรกิจเวียดนามรวม 31,520 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+15.6%) โครงการลงทุนจากต่างชาติมีการเบิกจ่ายเงินทุนประมาณ 21,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+8.8%) ซึ่งสูงที่สุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศที่มีเงินทุนจดทะเบียนใหม่มากที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ จีน และฮ่องกง ในส่วนเงินทุนจดทะเบียนใหม่และเงินทุน จดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 9 รองจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเลเซีย ไต้หวัน และสวีเดน
ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 จังหวัดที่มีการลงทุนจากต่างชาติมากที่สุด ได้แก่ Bac Ninh, Ha Noi, Ho Chi Minh, Dong Nai และ Hai Phong
ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 นักลงทุนต่างชาติลงทุนในหลายภาคธุรกิจโดยภาคการผลิตและแปรรูป มีมูลค่า 17,680 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 83 รองลงมาคือธุรกิจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ก๊าซ น้ำร้อน ไอน้ำ และเครื่องปรับอากาศ
ตาราง 1 การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 จำแนกตามรายประเทศ
หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ลำดับที่ | ประเทศ | จำนวนโครงการ ใหม่ | เงินทุนจดทะเบียน ใหม่ | เงินทุนจดทะเบียน ที่เพิ่มขึ้น | รวม |
1 | สิงคโปร์ | 441 | 3,764 | 2,068 | 5,832.2 |
2 | เกาหลีใต้ | 376 | 627.0 | 3038.8 | 3,665.8 |
3 | จีน | 1,008 | 3,214.5 | 410.6 | 3,625.1 |
4 | ญี่ปุ่น | 246 | 1,167.3 | 1450.1 | 2,617.4 |
5 | ฮ่องกง | 396 | 1,378.6 | 1101.2 | 2,479.9 |
6 | มาเลเซีย | 33 | 236.1 | 1599.2 | 1,835.3 |
7 | ไต้หวัน | 154 | 901.2 | 412.2 | 1,313.4 |
8 | สวีเดน | 4 | 1,000.3 | 20.2 | 1,020.5 |
9 | ไทย | 31 | 87.6 | 519.4 | 607.1 |
10 | หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน | 28 | 327.0 | 236.5 | 563.5 |
| อื่นๆ | 604 | 1,369.0 | 1,249.4 | 2,618.4 |
| รวม | 3,321 | 14,072 | 12,105 | 26,178.5 |
ที่มา: กรมการลงทุนจากต่างชาติ
· ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 การลงทุนจากประเทศไทยมี 31 โครงการใหม่ ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 87.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีการปรับเพิ่มเงินทุน 519.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 9 โดยมีประมาณ 809 โครงการ ด้วยมูลค่าเงินทุนจดทะเบียนรวม 15,954 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ลงทุนด้านอุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูป ภาคการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจค้าปลีก เป็นต้น นักลงทุนไทยรายใหญ่ที่ลงทุนในเวียดนาม เช่น SCG Group, CP Vietnam, TCC Group, Central Group, WHA Corporation, Hemaraj, ThaiBev, Amata, B.Grimm Power, Super Energy Corporation, Stark Coporation, Gunkul Engineering, Gulf Energy Development, J.S.T Vietnam เป็นต้น
2. การค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568
ในเดือนตุลาคม 2568 เวียดนามเกินดุลการค้า 2,604 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมูลค่าการค้า 81,494 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 1.2 จากเดือนก่อน โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก 42,049 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-1.5%) และการนำเข้า 39,445 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-1%) ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 การค้าระหว่างประเทศของเวียดนามมีมูลค่า 762,439 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+17.4%) แบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก 390,997 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+16.2%) และการนำเข้า 371,442 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+18.6%)
ตาราง 7 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเวียดนามในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐฯ
| ปี 2567 (ม.ค -ธ.ค) | อัตราการเติบโต ปี 2567 (%) | ม.ค – ต.ค 2567 | ม.ค - ต.ค 2568 | อัตราการเติบโต (ม.ค - ต.ค 2568) (%) |
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ + มูลค่าการส่งออก + มูลค่าการนำเข้า | 786,294 405,531 380,763 | 15.3 14.3 16.7 | 634,453 329,451 305,001 | 762,440 390,997 371,442 | 17.4 16.2 18.6 |
ที่มา: กรมศุลกากรเวียดนาม
ตลาดส่งออกหลักของเวียดนามในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 ได้แก่ สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้นำเข้าสินค้าเวียดนามรายใหญ่ที่สุดด้วยมูลค่า 126,166 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+27.8%) ตามด้วยจีน มูลค่า 56,983 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+14.1%) เกาหลีใต้ 23,838 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+12.4%) ญี่ปุ่น 22,034 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+8.9%) และฮ่องกง 14,328 (+39.4%) เป็นต้น
ตลาดนำเข้าหลักของเวียดนาม ได้แก่ จีน มูลค่า 150,903 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+28.4%) รองมาเป็นเกาหลีใต้ 49,361 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+6.6%) ไต้หวัน 27,106 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+45.2%) ญี่ปุ่น 20,433 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+14.4%) และสหรัฐฯ 15,232 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+24.5%)
สินค้าส่งออกสำคัญของเวียดนามในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบมีมูลค่า 87,294 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+47.9%) โทรศัพท์และส่วนประกอบมีมูลค่า 48,668 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+4.7%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 48,407 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+12.2%) สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 32,931 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+7.6%) และรองเท้า 19,826 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+6.6%)
สินค้านำเข้าหลักๆ ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบมีมูลค่า 123,147 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+39.1%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 49,552 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+24.5%) ผ้าทุกชนิด 12,505 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+1.7%) วัตถุดิบพลาสติก 10,377 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+7.8%) และโทรศัพท์และส่วนประกอบมีมูลค่า 9,402 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+11.1%)
3. การค้าระหว่างไทย – เวียดนามในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568
การค้าระหว่างไทย - เวียดนามในเดือนตุลาคม 2568 มีมูลค่า 1,964 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 จากเดือนก่อน โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกไปเวียดนาม 1,212 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+1.7%) และมูลค่าการนำเข้าสินค้าจากเวียดนาม 751 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+0.8%) ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 การค้าระหว่าง ไทย - เวียดนาม มีมูลค่า 17,994 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+8.4%) โดยการส่งออกไปเวียดนามมีมูลค่า 10,898 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+8.0%) และการนำเข้าสินค้าจากเวียดนามมีมูลค่า 7,095 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+9.1%)
ตาราง 8 มูลค่าการค้าระหว่างไทย - เวียดนามในช่วง 10 เดือนของปี 2568
หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐฯ
| ปี 2567 (ม.ค -ธ.ค) | อัตราการเติบโต ปี 2567 (%) | ม.ค- ต.ค 2567 | ม.ค- ต.ค 2568 | อัตราการเติบโต (ม.ค- ต.ค 2568) (%) |
- มูลค่าการค้า - มูลค่าการส่งออกไปเวียดนาม - มูลค่าการนำเข้าจากเวียดนาม | 20,230 7,783 | 6.6 5.6 8.3 | 16,595 10,094 6,501 | 17,994 10,898 7,095 | 8.4 7.9 9.1 |
สินค้าที่เวียดนามนำเข้าจากไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 เรียงลำดับตามสัดส่วนการนำเข้า ดังนี้
ตาราง 9 สินค้าหลักที่เวียดนามนำเข้าจากไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568
หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ลำดับที่ | สินค้า | ปี 2567 (ม.ค -ธ.ค) | อัตราการเติบโต ปี 2567 (%) | ม.ค- ต.ค 2567 | ม.ค- ต.ค 2568 | อัตราการเติบโต (ม.ค- ต.ค 2568) (%) |
1 | ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบ | 1,320 | -22.7 | 1,020.7 | 1,536.4 | 50.5 |
2 | รถยนต์ทุกชนิด | 1,241 | 8.4 | 1,058.5 | 1,130.9 | 6.8 |
3 | เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ | 800 | 22.1 | 690.4 | 739.6 | 7.1 |
4 | เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและส่วนประกอบ | 643 | -25.0 | 828.6 | 898.6 | 8.4 |
5 | ส่วนประกอบและชิ้นส่วนยานยนต์ | 712 | 13.4 | 562.8 | 633.7 | 12.6 |
6 | วัตถุดิบพลาสติก | 691 | -1.7 | 563.3 | 573.8 | 1.9 |
7 | ผลิตภัณฑ์สารเคมี | 379 | -6.0 | 309.4 | 315.5 | 2.0 |
8 | สารเคมี | 382 | 6.1 | 323.0 | 314.8 | -2.5 |
9 | วัตถุดิบสิ่งทอ เครื่องหนัง | 325 | 19.9 | 262.9 | 270.9 | 3.0 |
10 | น้ำมันทุกประเภท | 1,014 | 11.7 | 469.1 | 214.0 | -54.4 |
อื่นๆ | 4,940 | - | 4,005.3 | 4,269.8 | 6.6 | |
| รวม | 12,447 | 5.6 | 10,094 | 10,898 | 7.9 |
สินค้าที่เวียดนามส่งออกไปไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 เรียงลำดับตามสัดส่วนการส่งออก ดังนี้
ตาราง 10 สินค้าหลักที่เวียดนามส่งออกไปไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568
หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ลำดับที่ | สินค้า | ปี 2567 (ม.ค -ธ.ค) | อัตราการเติบโต ปี 2567 (%) | ม.ค- ต.ค 2567 | ม.ค- ต.ค 2568 | อัตราการเติบโต (ม.ค- ต.ค 2568) (%) |
1 | ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ | 580 | -19.0 | 650.3 | 1,331.3 | 104.7 |
2 | เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ | 1,047 | 13.2 | 860.9 | 979.0 | 13.7 |
3 | โทรศัพท์และส่วนประกอบ | 785 | -23.0 | 707.7 | 675.9 | -4.5 |
4 | ยานยนต์และชิ้นส่วน | 688 | -7.5 | 486.8 | 551.1 | 13.2 |
5 | น้ำมันดิบ | 886 | 48.4 | 623.6 | 387.6 | -37.8 |
6 | กาแฟ | 170 | 51.7 | 142.3 | 277.8 | 95.3 |
7 | สัตว์น้ำสด แช่แข็ง แช่เย็น แปรรูป และ กึ่งแปรรูป | 377 | 117.9 | 205.5 | 249.2 | 21.3 |
8 | สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม | 278 | 120.6 | 238.1 | 234.3 | -1.6 |
9 | เหล็ก เหล็กกล้า | 289 | 24.0 | 126.5 | 196.9 | 55.6 |
10 | ผลิตภัณฑ์สารเคมี | 259 | -0.4 | 339.2 | 110.5 | -67.4 |
อื่นๆ | 2,445 | - | 2,120 | 2,101 | -0.9 | |
| รวม | 7,783 | 8.3 | 6,501 | 7,095 | 9.1 |
ที่มา: กรมศุลกากรเวียดนาม
4. ความเห็น สคต.
เวียดนามยังคงรักษาแนวโน้มการเติบโตที่เป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการผลิต ธนาคาร HSB ระบุว่า เวียดนามมีความโดดเด่นจากความสมดุลระหว่างสามเสาหลัก ได้แก่ การผลิต บริการ และการลงทุน รวมทั้งนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ควบคุมราคา และส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งช่วยรักษาอัตราการเติบโตที่สูงไว้ได้ นอกจากนี้ เวียดนามดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในด้านอิเล็กทรอนิกส์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เปิดโอกาสให้เวียดนามได้ยกระดับห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก ธนาคาร Techcombank (เวียดนาม) คาดการณ์ว่า ปี 2568 อัตราแลกเปลี่ยน USD/VND จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 การเติบโตของสินเชื่อจะอยู่ที่ที่ร้อยละ 16 นโยบายการคลังยังคง ผ่อนคลาย และการขาดดุลงบประมาณจะอยู่ที่ร้อยละ 3.6 คาดการณ์ว่า GDP ของเวียดนามในปี 2568 จะเติบโตเป็นบวกที่ร้อยละ 7.9 ซึ่งจะยังคงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการส่งเสริมการส่งออกไปยังเวียดนาม โดยเฉพาะในช่วงเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่สากลและปีใหม่เวียดนาม ที่ความต้องการบริโภคภายในประเทศจะเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการวัตถุดิบนำเข้าเพื่อผลิตและส่งออกก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
พฤศจิกายน 2568