fb
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนเมษายน 2569

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนเมษายน 2569

โดย
Yin
ลงเมื่อ 05 พฤษภาคม 2569 10:47
สคต. ณ กรุงย่างกุ้ง (เมียนมา) (TTC, Yangon (Myanmar))
7

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ประจำเดือนเมษายน 2569

***************************************

  1. ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ ณ เดือน มีนาคม 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,977.754 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,465.914 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 103 โครงการ

1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล เม.ย. 69) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 หดตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 อยู่ที่ร้อยละ 31.00 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 อยู่ที่ระดับ 1,100 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 69 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศของ เมียนมา (GDP) ปี 69 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 3 อัตราเงินเฟ้อ ปี 69 คาดว่าร้อยละ 19 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 69 คาดว่า 1,520 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา

ตัวชี้วัดทาง

เศรษฐกิจที่สำคัญ

ปี

2561

ปี

2562

ปี

2563

ปี

2564

ปี

2565

ปี 2566

ปี 2567

 

ปี
 2568

 

ปี 2569

(คาดการณ์)

GDP Growth (%)

6.3

6.6

-9

-11.99

4.01

0.99

-1.1

-2.7

3

GDP (billions of US$)

66.7

68.8

81.26

68.05

61.77

64.51

64.28

65.01

83.83

GDP per Capita (US$)

1,270

1,300

1,530

1,271

1,146

1,190

1,179

1,100

1,520

Inflation (%)

7.3

9.1

2.2

9.60

28.00

25.48

26.50

31.00

19.00

ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/countries/mmr

1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ เม.ย. 68 และ เม.ย. 69

ประเทศ/สหภาพ

สกุลเงิน

อัตราทางการ

สิ้นเดือน เม.ย. 68

อัตราทางการ

สิ้นเดือน เม.ย. 69

อัตราตลาดออนไลน์

สิ้นเดือน เม.ย. 69

อัตราตลาด

สิ้นเดือน เม.ย. 69

USA 

USD

2,100.00 MMK

2,100.0 MMK

3,658.00 MMK

4,200.00MMK

Euro

EUR

2,383.29 MMK

 2,455.53 MMK

4,277.3MMK

4,925.00 MMK

Singapore 

SGD

1,598.60 MMK

1,643.77 MMK

2,863.29 MMK

3,240.00 MMK

Thailand

THB

62.42 MMK

64.75 MMK

112.80 MMK

129.87 MMK

                    ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrateMyanmar Market Price Application

1.3 ภาวะการลงทุน

1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ

ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือน กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 417.042 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

 

ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนกุมภาพันธ์ 2569

อันดับ

ประเทศ

มูลค่าการลงทุน 

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ก.พ.69

สัดส่วน (%)

1

สิงคโปร์

151.298

36.28 %

2

จีน

158.206

37.94 %

3

ฮ่องกง

48.291

11.58 %

4

ไทย

31.589

7.57 %

5

เกาหลีใต้

14.823

 3.55 %

6

ไต้หวัน

2.295

 0.55 %

7

ญี่ปุ่น

0.500

0.12 %

 

รวม

417.042  

100%

                                                https://www.dica.gov.mm

image.png

 

 

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

image.png

https://www.dica.gov.mm

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน มีนาคม 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,388.942 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.45 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ

 

 

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

­­image.png

                     https://www.dica.gov.mm 

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน มีนาคม 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,977.754 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,465.914 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 103 โครงการ

 

 

 

 

1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ

     ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2026 - 2027 ในเดือน มีนาคม 2569 รายละเอียดดังตาราง 

อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา

ปีงบประมาณ 2026-2027 (มี.ค. 69)

อันดับ

ประเภทธุรกิจมูลค่า(ล้านเรียญสหรัฐ) มี.ค. 69สัดส่วน

1

Manufacturing  

245.249

51.8%

2

Power  

68.750

14.55 %

3

Services  

3.688

0.78 %

4

Livestock&Fisheries

2.500

0.53 %

5

Agriculture  

0.525

0.11 %

 

รวม

472.627

100%

 

  สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

image.png

                          https://www.dica.gov.mm

 

 

 

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา 

การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)

1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ

2. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ

3. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ

อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา

 1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)

 2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%

 3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%

 

image.png

 

 

 

image.png

 

image.png

 

 

 

 

 

 

 

สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: .. – ก.พ. 69)

 

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.. – ก.พ. 69)

                                                                                                                      หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Export

Import

Trade Volume

2026

2025

%

2026

2025

%

2026

2025

%

Jan-Feb

Jan-Feb

change

Jan-Feb

Jan-Feb

change

Jan-Feb

Jan-Feb

change

3,410

3,225

%

3,447

3,695

-6%

6,858

7,609

-9%

GTA:GlobalTradeAtalas

ในเดือนมกราคม  กุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 6,858 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 9  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 3,410 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ  5 % การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 3,447 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 6 %

 ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม  กุมภาพันธ์ 2569 เมียนมาขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 37 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ  สินแร่ รองเท้า ยางพารา  ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น 

สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น

 

 สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: .. - มี.ค. 69)

ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา

รายการ

มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อัตราขยายตัว (%)

สัดส่วน (%) / โลก

2568

ม.ค.-ก.พ

2569

ม.ค.-ก.พ

2568

ม.ค.-ก.พ 

2569

ม.ค.-ก.พ

2568

ม.ค.-ก.พ

2569

ม.ค.-ก.พ 

มูลค่าการค้า

1,993.68

1924.76

6.79

3.46

1.23

0.95

การส่งออกของไทย

1,181.46

1,278.51

8.30

8.21

1.44

1.33

 

การนำเข้าของไทย

812.22

 

646.24

4.68

20.43

1.02

 

0.61

 

ดุลการค้าของไทย

369.25

632.27

17.21

71.23

 

 

       ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th) 

ปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม  มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น  1,924.76            ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 3.46 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 1,278.51            ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.21 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทยมีมูลค่า 646.24 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 20.43 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 632.27     ล้านเหรียญสหรัฐ 

สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

image.png

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น  แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ  กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป    ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

image.png

 

 

 

 

 

 

3. สถานการณ์สำคัญ 

3.1 พลเอก อาวุโส มิน ออ ไลง์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมียนมา

พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ (Min Aung Hlaing) ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมียนมา จากที่ประชุมรัฐสภาเมียนมา เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 โดยได้รับคะแนนเสียง 429 เสียง จาก 584 เสียง คิดเป็น 73.5% สำหรับรองประธานาธิบดี ได้แก่ นายเนียวซอ (Nyo Saw) ได้รับคะแนนเสียง 126 เสียง คิดเป็น 21.5% ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และ น.ส. นาน นี นี เอย์ (Nan Ni Ni Aye) ได้รับคะแนนเสียง 29 เสียง คิดเป็น 5% ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 2  

ผลกระทบ/โอกาส การเลือกตั้งในเมียนมาและการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมียนมาตามระบอบประชาธิบไตยและรัฐสภา ที่เกิดขึ้นเป็น “สัญญาณที่ดี” ต่อประเทศเมียนมา ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ความสัมพันธ์และการยอมรับกับประเทศต่างๆ ที่ดีมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน รวมทั้งการยอมรับจากคนเมียนมาและประเทศต่างๆ ด้วย ซึ่งหวังว่าการเลือกตั้งเมียนมาและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาตามระบอบประชาธิปไตย จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เมียนมาเปลี่ยนผ่านทางการเมืองสู่ระบอบประชาธิปไตยและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพในเมียนมา ทั้งนี้ หลังจากการเลือกประธานาธิบดีเมียนมาจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาต่อไป โดยหวังว่าเมียนมาจะมีการผ่อนคลายนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ มากขึ้น ให้เป็นกลไกตลาดมากขึ้นตามลำดับหรือตามความเหมาะสมต่อไป

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.2  เมียนมาคาดการณ์ GPD ปี 2026 ขยายตัว +3.4%

เมียนมาคาดการณ์ GPD ปี 2026 ขยายตัว +3.4% หรือมูลค่า 195 ล้านล้านจ๊าต โดยรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่จะกำหนดและจัดสรรงบประมาณตามลำดับความสำคัญในแต่ละภาคส่วน เช่น ภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ การพัฒนาธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กและขนาดย่อย (MSME) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของเมียนมา ส่งเสริมการผลิตในเมียนมา ลดการพึ่งพาสินค้านำเข้า รวมทั้ง การศึกษา สาธารณสุข การก่อสร้าง การบำรุงรักษาและการบูรณะ การพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการจัดสรรงบประมาณเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบและจัดสรรตามความต้องการที่แท้จริง เพื่อให้การพัฒนาประเทศสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก 

ผลกระทบ/โอกาส การคาดการณ์ GDP ของเมียนมาขยายตัวและการดำเนินการต่อเนื่องของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ เป็น “สัญญาณที่ดี” สะท้อนว่าเมียนมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศและขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะ ภาคเกษตร ธุรกิจ MSME การผลิตในเมียนมา การก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา สาธารณสุข ซึ่งส่งผลดีต่อประชาชน เกษตรกร และภาคธุรกิจในเมียนมา

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ รวมทั้งธุรกิจไทยที่ลงทุนในเมียนมา และธุรกิจไทยที่ทำการค้ากับเมียนมาด้วย ซึ่ง สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยปักหมุดตลาดเมียนมา

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.3 เมียนมาจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จากการเลือกตั้ง

เมียนมาจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 โดยมีรายชื่อประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรีรวม 34 ตำแหน่ง อาทิ ประธานาธิบดี คือ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ (Min Aung Hlaing) ส่วนรองประธานาธิบดี ได้แก่ รองประธานาธิบดีคนที่ 1 คือ นายเนียวซอ (Nyo Saw) รองประธานาธิบดีคนที่ 2 คือ น.ส.นาน นี นี เอย์ (Nan Ni Ni Aye) สำหรับรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ เช่น รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ คือ นายทุน อ่ง (Tun Ohn) ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง รมว.พณ.เมียนมา ช่วงปี 66-68 รัฐมนตรีกระทรวงวางแผนแห่งชาติ การลงทุนและความสัมพันธ์เศรษฐกิจต่างประเทศ คือ นายอ่องจอโฮ (Aung Kyaw Hoe) รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง คือ ดร.กานซอ (Dr.Kan Zaw) รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทาน คือ นายมินหน่อง (Min Naung) รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการพัฒนาธุรกิจ MSME คือ ดร.ชาลี ตาน (Dr.Charlie Than) รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน คือ นายคินหม่องโซ (Khin Maung Soe) รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ดิจิทัล และการสื่อสาร คือ นายมะทุนอู (Mha Tun Oo) รัฐมนตรีกระทรวงไฟฟ้าและพลังงาน คือ นายโกโกลวิน (Ko Ko Lwin) เป็นต้น 

ผลกระทบ/โอกาส การเลือกตั้งในเมียนมา การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมียนมา การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ของเมียนมา ตามระบอบประชาธิบไตยที่เกิดขึ้นเป็น “สัญญาณที่ดี” ต่อประเทศเมียนมา ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ความสัมพันธ์และการยอมรับกับประเทศต่างๆ ที่ดีมากขึ้น โดยหวังว่าการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาตามระบอบประชาธิปไตย จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เมียนมาเปลี่ยนผ่านทางการเมืองสู่ระบอบประชาธิปไตยและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพในเมียนมา รวมทั้ง หวังว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่จะมีนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ที่ผ่อนคลายมากขึ้น เป็นกลไกตลาดมากขึ้นตามลำดับหรือตามความเหมาะสมต่อไป

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.4 รองนายกรัฐมนตรีไทย เยือนเมียนมาพบหารือประธานาธิบดีเมียนมา และ รองประธานาธิบดีเมียนมา

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย (ท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) เยือนเมียนมาพบหารือประธานาธิบดีเมียนมา (พลเอกอาวุโส มินอองไลง์) และ รองประธานาธิบดีเมียนมา คนที่ 1 (ท่านเนียวซอ) เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 เพื่อแสดงความยินดีที่เมียนมาจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งแสดงความเป็นมิตรประเทศ ความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือในการพัฒนาเพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นและความพร้อมไปต่อของภาคเอกชนไทยในเมียนมา ทั้งสองฝ่ายหารือถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกัน ได้แก่ ความมั่นคงชายแดน การปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมออนไลน์ การลดมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนและมลพิษในเม่น้ำ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าไทยและเมียนมา การค้าชายแดน การเปิดเส้นทางการค้าชายแดน การขยายความร่วมมือในด้านเกษตรกรรม ปศุสัตว์ การลงทุน พลังงาน การผลิต การเงิน และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา รวมทั้งได้หารือครอบคลุมถึงพัฒนาการทางการเมืองภายในเมียนมาและกระบวนการสันติภาพที่เมียนมาดำเนินอยู่ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ย้ำบทบาทของไทยในการช่วยสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเมียนมากับอาเซียนและการสนับสนุนให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา

ผลกระทบ/โอกาส การเยือนและพบหารือของผู้นำระดับสูงของไทยและเมียนมาเป็น “สัญญาณที่ดี” ต่อทั้งสองประเทศและภูมิภาคอาเซียน ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเรื่องอื่นๆ เนื่องจากเมียนมาเป็นประเทศที่มีความสำคัญ มีทรัพยากรธรรมชาติ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ดังนั้น ความเจริญก้าวหน้าและสันติภาพในเมียนมา จึงเป็นประโยชน์ร่วมกันของเมียนมา ไทย และภูมิภาคอาเซียน สำหรับเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน ในเมียนมา หวังว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ จะมีนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ที่ผ่อนคลายมากขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ (EoDB) เป็นกลไกตลาดมากขึ้นตามลำดับหรือตามความเหมาะสมต่อไป 

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง

                                                                       พฤษภาคม 2569

 

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา เดือน เม.ย. 69.pdf
Share :
Instagram