fb
ส่งออกอินเดียแรงต่อเนื่อง ยอดสะสม 5 เดือนแตะ 399.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่งออกอินเดียแรงต่อเนื่อง ยอดสะสม 5 เดือนแตะ 399.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดย
Chalotorn
ลงเมื่อ 18 กันยายน 2569 18:00
สคต. ณ เมืองมุมไบ (อินเดีย) (TTC, Mumbai (India))
1

             เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดียเปิดเผยข้อมูลว่า การส่งออกสินค้าและบริการรวมของอินเดียในเดือนสิงหาคม 2569 มีมูลค่า 82.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.41 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 65.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้า (Merchandise) มีมูลค่า 43.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 26.12 และนับเป็นอัตราการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในเดือนสิงหาคมที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงพาณิชย์อินเดีย ระบุว่า การขยายตัวดังกล่าวไม่ได้เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออกที่แท้จริง โดยจากกลุ่มสินค้าหลักจำนวน 168 กลุ่ม มี 68 กลุ่มที่มีการขยายตัวทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า
สินค้าสำคัญที่มีส่วนสนับสนุนการขยายตัวของการส่งออก ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 5.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.82 ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม มูลค่า 6.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.27 และ สินค้าอุตสาหกรรมและวิศวกรรม มูลค่า 12.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.86

image.png

                                                                                                                    Source: Ministry of Commerce & Industry, Sep 2026
    ด้านการนำเข้าสินค้าและบริการรวมในเดือนสิงหาคม 2569 มีมูลค่า 92.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.75 ส่งผลให้การขาดดุลการค้ารวมลดลงเหลือ 9.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 11.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยลดการขาดดุล คือ มูลค่าการนำเข้าทองคำที่ลดลง จาก 4.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2569 เหลือ 2.30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนสิงหาคม 2569 ทั้งนี้ มีรายงานว่า การลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายกรัฐมนตรีอินเดีย รณรงค์ให้ประชาชนลดการซื้อทองคำที่ไม่จำเป็น

image.png

                                                                                   Source: Ministry of Commerce & Industry, Sep 2026
        สำหรับภาพรวมในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569–70 (เมษายน–สิงหาคม 2569) การส่งออกสินค้าและบริการรวมของอินเดียมีมูลค่า 399.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.55 จาก 345.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกสินค้า มูลค่า 215.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.85 และการส่งออกบริการที่ขยายตัวร้อยละ 12.95 
         อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาสถานการณ์ด้านดุลการค้า แม้การขาดดุลการค้ารวมในเดือนสิงหาคม 2569 จะปรับลดลง แต่ ดุลการค้าสะสมในช่วง 5 เดือนแรกกลับขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 60.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 43.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการนำเข้าขยายตัวเร็วกว่าการส่งออก โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.01 เทียบกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.55 ทั้งนี้ ปัจจัยหนึ่งมาจากการนำเข้าน้ำมันดิบ โดยราคาเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นจาก 82.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนกรกฎาคม เป็น 90.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนสิงหาคม 2569
ในด้านตลาดส่งออก พบว่าอินเดียมีการขยายตัวของการส่งออกไปยังตลาดสำคัญหลายแห่ง โดยในเดือนสิงหาคม 2569 ตลาดที่มีอัตราการขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ สเปน ร้อยละ 196.47 แทนซาเนีย ร้อยละ 214.52 สิงคโปร์ ร้อยละ 160.96 และจีน 
ร้อยละ 52.35 ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของตลาดส่งออกของอินเดียไปยังประเทศต่างๆ ในวงกว้างมากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม 
1.    ในช่วงปี 2567–2568 การค้าโลกเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ ต้นทุนด้านโลจิสติกส์และพลังงาน ส่งผลให้ภาคการส่งออกของหลายประเทศต้องเผชิญกับแรงกดดันและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว อินเดียได้ดำเนินนโยบายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการผลิตและการส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยขยายมาตรการส่งเสริมการผลิตภายใต้โครงการ Production Linked Incentive (PLI) ควบคู่กับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ การกระจายตลาด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศและลดการพึ่งพาตลาดหรือแหล่งนำเข้าบางแห่ง ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวของอินเดียต่อบริบทการค้าโลกที่มีความผันผวนและการแข่งขันที่สูงขึ้น
2.    การส่งออกของอินเดียในเดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 90 ขณะที่ สินค้าอุตสาหกรรมและวิศวกรรมมีมูลค่าการส่งออกสูงกว่า 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการส่งออก ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 63 ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงและอาหารทะเลเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 28 ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการรวมในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 82.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเดือนสิงหาคมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความท้าทาย   
1.    อุปสงค์สินค้าขั้นกลางจากไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของภาคการผลิตอินเดีย: การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอุตสาหกรรมและวิศวกรรมของอินเดียที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ร้อยละ 89.82 และ 24.86 ตามลำดับ อาจส่งผลให้ความต้องการใช้สินค้าขั้นกลางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์พลาสติก
2.    ดุลการค้าสะสมที่ขาดดุลเพิ่มขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อมาตรการปกป้องทางการค้า: แม้การขาดดุลการค้ารวมในเดือนสิงหาคม 2569 จะปรับลดลง แต่ดุลการค้าสะสมในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569–70 ยังคงขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 60.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 43.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน สถานการณ์ดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลอินเดียพิจารณามาตรการส่งเสริมและคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศเพิ่มเติม 
ข้อคิดเห็น     
1.    จากการพิจารณาข้อมูลการส่งออกของอินเดียเดือนสิงหาคม 2569 และการเยือนอินเดียของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์(นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2569 จะเห็นได้ว่า อินเดียมีแรงกระตุ้นด้านการส่งออกค่อนข้างสูง โดยการส่งออกสินค้าและบริการเดือนสิงหาคมขยายตัวร้อยละ 25.41 และการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวในระดับสูง ขณะที่ดุลการค้าสะสมของอินเดียยังขาดดุลเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความจำเป็นที่อินเดียต้องรักษาการขยายตัวของภาคการผลิตควบคู่กับการบริหารสมดุลทางการค้า ทั้งนี้ อินเดียให้น้ำหนักอย่างชัดเจนต่อประเด็น Market Access การทบทวน AITIGA และการใช้กลไก JTC ในกรอบเวลาที่ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับบริบทการค้าระหว่างประเทศของไทยในปัจจุบัน ที่รัฐบาลไทยเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Co-creation เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการผลิตร่วมกัน รวมถึงการกระจายแหล่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่ อาทิ สาขาเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และ EV อาหารแปรรูป เพื่อยกระดับการทำธุรกิจจากการค้าปกติสู่การ “สร้างคุณค่าร่วม” อันเป็นการสร้างความสมดุลของผลประโยชน์ทางการค้ามากขึ้น
2.    สำหรับผู้ประกอบการไทย การพิจารณาใช้กรอบในการขยายบทบาทจากผู้ส่งออกสินค้าไปสู่หุ้นส่วนด้านห่วงโซ่อุปทานและการลงทุนของอินเดีย ตลอดจนขับเคลื่อนธุรกิตภายใต้แนวคิด Co-creation โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคการผลิตและการส่งออกของอินเดียกำลังขยายตัว จะมีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม ทั้งการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยในกลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติก และสินค้าขั้นกลางที่เกี่ยวข้องกับภาคอิเล็กทรอนิกส์และวิศวกรรม ตลอดจนสาขาที่ทั้งสองฝ่ายหารือ ได้แก่ Cold Chain & Logistics, Food Processing & Innovation และ Health & Wellness พร้อมใช้ กระบวนการ JTC และการทบทวน AITIGA เป็นกลไกผลักดันประเด็น Market Access และลดอุปสรรคทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ควรติดตามทิศทางนโยบายการนำเข้าและมาตรการทางการค้าของอินเดียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้งการขาดดุลการค้ารวมของอินเดียและการขาดดุลกับไทยที่อยู่ในระดับสูง อาจทำให้ประเด็นความสมดุลทางการค้ามีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายระยะต่อไป

ที่มา: 1. https://timesofindia.indiatimes.com/business/india-business/indias-exports-jump-25-4-in-august-narrowing-overall-trade-deficit-to-9-41-billion/articleshow/134259014.cms 

  2.  https://www.pib.gov.in/PressReleasePage.aspx?PRID=2310636&lang=1&reg=48


 

19410- 455 สรุปข่าวเด่นรายสัปดาห์ สคต.มุมไบ ประจำวันที่ 14-18 ก.ย.69 -2.pdf
Share :
Instagram