
ผู้ประกอบการมินิมาร์ทเร่งลงทุนขยายเครือข่ายสาขา รับแรงหนุนค้าปลีกสมัยใหม่เติบโตต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมประเมินว่า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อและ มินิมาร์ทในเวียดนามกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หลังผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศเร่งขยายสาขา หลังผ่านช่วงปรับโครงสร้างและฟื้นตัว
เครือข่ายมินิมาร์ท Bach Hoa Xanh (BHX) ภายใต้ Mobile World Investment Corporation วางแผนเปิดสาขาใหม่ประมาณ 1,000 แห่งในปี 2569 โดยเน้นพื้นที่ภาคเหนือ และอยู่ระหว่างทดลองเปิด 20 สาขาในจังหวัดนิงบิงห์ (Ninh Binh) ในขณะที่ กรุงฮานอยมีแผนที่จะปิดตลาดนัดกว่า 200 แห่งในช่วงปี 2569 - 2570 ซึ่งอาจเป็นการเปิดช่องให้ค้าปลีกสมัยใหม่ขยายตัวมากขึ้น
นักวิเคราะห์จาก VNDirect Securities คาดว่า ในปี 2569 Bach Hoa Xanh (BHX) จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า ร้อยละ 20 จากแรงหนุนการขยายสาขาและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยคาดว่าเครือข่ายนี้จะสร้างสัดส่วนรายได้ประมาณร้อยละ 30 และกำไรร้อยละ 20 ในปีหน้า ทั้งนี้ ปี 2568 Bach Hoa Xanh (BHX) มีรายได้ 46.9 ล้านล้านด่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 และมีกำไรสุทธิ 812 พันล้านด่ง สะท้อนความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลาง การขยายธุรกิจเชิงรุก
ในขณะเดียวกัน WinMart+ ภายใต้ WinCommerce ในเครือ Masan Group ตั้งเป้าเปิด 1,000 สาขาในปี 2569 โดยในไตรมาสแรกตั้งเป้า 300 สาขา มุ่งเน้นการขยายในภาคเหนือและภาคกลาง บริษัทระบุว่า พื้นที่ชนบทเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เนื่องจากประชากรประมาณร้อยละ 66.67 อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ในขณะที่การเข้าถึงค้าปลีกสมัยใหม่ยังต่ำกว่าร้อยละ 15 โดยในปี 2568 WinMart+ เปิดเพิ่ม 764 สาขา มีสาขารวมทั้งสิ้น 4,592 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งถมินิมาร์ทในชนบทมีรายได้เติบโตประมาณร้อยละ 40
การแข่งขันยังคงมากขึ้นจากผู้เล่นต่างชาติ เช่น GS25 ที่เตรียมขยายสาขาทางเหนือเพิ่มเติมในปี 2569 โดยมุ่งเป้าไปที่จังหวัดและเมืองหลัก ในเดือนพฤศจิกายน 2568 GS25 ได้เปิดสาขาที่ 50 ในกรุงฮานอย ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 400 แห่งในภาคใต้
เครือข่าย 7-Eleven จากญี่ปุ่นเร่งขยายสาขาสู่ภาคเหนือ ส่งผลให้การแข่งขันในกรุงฮานอย เพิ่มการแข่งขันมากยิ่งขึ้น โดยทั้ง GS25 และ 7-Eleven เดินหน้าชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Circle K ซึ่งปัจจุบันมีสาขามากกว่า 190 แห่งในกรุงฮานอย
นักวิเคราะห์ประเมินว่า แนวโน้มการเติบโตของภาคค้าปลีกได้รับแรงหนุนจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รายงานล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ของ Asia Commercial Bank Securities (ACBS) ระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการขยายเวลาลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จะช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายและความต้องการในภาคค้าปลีก ในขณะเดียวกัน กฎระเบียบภาษีใหม่อาจเปลี่ยนการแข่งขันในตลาด โดยการยกเลิกระบบภาษี เหมาจ่ายสำหรับธุรกิจครัวเรือนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 และกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีด้วยตนเอง อาจเพิ่มภาระการปฏิบัติตามกฎระเบียบของผู้ค้ารายย่อย เปิดทางให้เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ขยายส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น
ข้อมูลจาก Kantar Worldpanel ระบุว่า ค้าปลีกสมัยใหม่จะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 35-40 ของยอดขายใน เขตเมือง และร้อยละ 15-20 ในชนบทในปี 2568 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากค้าปลีกดั้งเดิมสู่รูปแบบสมัยใหม่ที่ยังมีแนวโน้มต่อเนื่อง ตามการขยายเครือข่ายสาขาและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกและมาตรฐานสินค้ามากขึ้น
(จาก https://vneconomy.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ของเวียดนามกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งขยายตัวอย่างชัดเจน ทั้งจากผู้เล่นภายในประเทศอย่าง Bach Hoa Xanh และ WinMart+ ตลอดจนแบรนด์ต่างชาติ เช่น 7-Eleven และ GS25 การขยายสาขาเชิงรุก โดยเฉพาะในภาคเหนือและพื้นที่ชนบท สะท้อนว่าตลาดยังมีช่องว่างการเติบโตอีกมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนการเข้าถึง ค้าปลีกสมัยใหม่ที่ยังอยู่ในระดับต่ำในหลายจังหวัด ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากกำลังซื้อที่ทยอยฟื้นตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการปรับโครงสร้างภาษีที่อาจทำให้ผู้ค้ารายย่อยเผชิญต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบสูงขึ้น ส่งผลให้เครือข่ายขนาดใหญ่ได้เปรียบด้านระบบบริหารจัดการ ซัพพลายเชน และมาตรฐานสินค้า ในระยะกลางถึงยาว เวียดนามจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนผ่านจากค้าปลีกดั้งเดิมสู่ระบบสมัยใหม่เร็วขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการไทย ซึ่งถือเป็นจังหวะเชิงยุทธศาสตร์ในการขยายตลาดเข้าสู่เวียดนาม โดยเฉพาะผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อและมินิมาร์ทรายใหญ่ ซึ่งกำลังต้องการสินค้าใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มอัตรากำไร สินค้าไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และภาพลักษณ์ที่ผู้บริโภคเวียดนามค่อนข้างเชื่อมั่นอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป อาหารพร้อมทาน ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
เวียดนามยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในช่วงเปลี่ยนผ่านโครงสร้างค้าปลีก หากผู้ประกอบการไทยวางกลยุทธ์เชิงรุก สร้างพันธมิตรขนาดใหญ่ และปรับสินค้าให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคท้องถิ่นได้อย่างแม่นยำจะมีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดและเติบโตไปพร้อมกับคลื่นค้าปลีกสมัยใหม่ของเวียดนามในระยะยาว