
ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ
สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ เดือน ตุลาคม 2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 75,088.980 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,504.514 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.18 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 106 โครงการ
1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล เม.ย. 68) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 67 ขยายตัวร้อยละ 1.1 อัตราเงินเฟ้อ ปี 67 อยู่ที่ร้อยละ 26.50 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 67 อยู่ที่ระดับ 1,179 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 68 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 คาดว่าร้อยละ 31 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 คาดว่า 1,100 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง
เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา
ตัวชี้วัดทาง เศรษฐกิจที่สำคัญ | ปี 2561 | ปี 2562 | ปี 2563 | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567
| ปี 2568 (คาดการณ์) |
GDP Growth (%) | 6.3 | 6.6 | -9 | -11.99 | 4.01 | 0.99 | -1.1 | -2.7 |
GDP (billions of US$) | 66.7 | 68.8 | 81.26 | 68.05 | 61.77 | 64.51 | 64.28 | 65.01 |
GDP per Capita (US$) | 1,270 | 1,300 | 1,530 | 1,271 | 1,146 | 1,190 | 1,179 | 1,100 |
Inflation (%) | 7.3 | 9.1 | 2.2 | 9.60 | 28.00 | 25.48 | 26.50 | 31.00 |
ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/Publications/WEO/Issues/2025/10/14/world-economic-outlook-october-2025
1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ พ.ย. 67 และ พ.ย. 68
ประเทศ/สหภาพ | สกุลเงิน | อัตราทางการ สิ้นเดือน พ.ย. 67 | อัตราทางการ สิ้นเดือน พ.ย. 68 | อัตราตลาดออนไลน์ สิ้นเดือน พ.ย. 68 | อัตราตลาด สิ้นเดือน พ.ย. 68 |
USA | 1 USD | 2,100.00 MMK | 2,100.0 MMK | 3,633.00 MMK | 4,040.00MMK |
Euro | 1 EUR | 2,267.00 MMK | 2,447.24 MMK | 4,241.87 MMK | 4,580.00 MMK |
Singapore | 1 SGD | 1,586.50 MMK | 1,621.50 MMK | 2,810.59 MMK | 3,040.00 MMK |
Thailand | 1 THB | 62.17 MMK | 64.63 MMK | 112.02 MMK | 122.7 MMK |
ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา : https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrate, Myanmar Market Price Application
1.3 ภาวะการลงทุน
1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ
ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือนตุลาคม 2568 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 254.177 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง
ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนตุลาคม 2568
อันดับ | ประเทศ | มูลค่าการลงทุน (ล้านเหรียญสหรัฐ) ต.ค. 68 | สัดส่วน (%) |
1 | สิงคโปร์ | 119.092 | 46.85% |
2 | จีน | 54.002 | 25.55% |
3 | ไทย | 31.589 | 21.24% |
4 | ฮ่องกง | 42.172 | 16.59% |
5 | เกาหลีใต้ | 3.144 | 1.23% |
6 | ญี่ปุ่น | 0.500 | 0.19% |
7 | ไต้หวัน | 0.395 | 0.15% |
| รวม | 254.177 | 100% |
มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ ตุลาคม 2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96191.986 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐหรือร้อยละ 12.47 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ
มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ เดือนตุลาคม 2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 75,088.980 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,504.514 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.18 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 106 โครงการ
1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ
ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2025 - 2026 ในเดือน ตุลาคม2568 รายละเอียดดังตาราง
อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา
ปีงบประมาณ 2025-2026 (ต.ค. 68)
อันดับ | ประเภทธุรกิจ | มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ) ต.ค.68 | สัดส่วน (%) |
1 | Manufacturing | 136.740 | 53.79% |
2 | Power | 9.908 | 3.89% |
3 | Services | 2.589 | 1.01% |
4 | Livestock&Fisheries | 2.500 | 0.98% |
5 | Agriculture | 0.525 | 0.20% |
| รวม | 254. 177 | 100% |
|
สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา
การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)
1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ
2. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ
3. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ
อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา
1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)
2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา
(รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%
3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา
(รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%



สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: ม.ค. – ส.ค. 68)
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.ค. – ส.ค. 68)
หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Export | Import | Trade Volume | ||||||
2025 | 2024 | % | 2025 | 2024 | % | 2025 | 2024 | % |
Jan-Aug | Jan-Aug | change | Jan-Aug | Jan-Aug | change | Jan-Aug | Jan-Aug | change |
12,522 | 13,839 | -9% | 13,909 | 14,251 | -2% | 26,432 | 28,090 | -6% |
GTA: Global Trade Atalas
ในเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 26,432 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 12,522 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 9% การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 13,909 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 2% ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม - สิงหาคม 2568 เมียนมาได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,387 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ สินแร่ รองเท้า ยางพารา ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น
สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น
สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: ม.ค. – ต.ค. 68)
ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา
รายการ | มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ | อัตราขยายตัว (%) | สัดส่วน (%) / โลก | |||
2567 ม.ค. – ต.ค. | 2568 ม.ค. – ต.ค. | 2567 ม.ค. – ต.ค. | 2568 ม.ค. – ต.ค. | 2567 ม.ค. – ต.ค. | 2568 ม.ค. – ต.ค. | |
มูลค่าการค้า | 5,923 | 6,171 | -4.33 | 4.01 | 1.18 | 1.10 |
การส่งออกของไทย | 3,338 | 3,656 | -11.31 | 8.6 | 1.3 | 1.3 |
การนำเข้าของไทย | 2,585 | 2,515 | -0.9 | -2.7 | 1.01 | 0.9 |
ดุลการค้าของไทย | 753 | 1,141 | -39.28 | -34.02 |
|
|
ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th)
ปี 2568 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่างเดือนมกราคม - ตุลาคม มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,171 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.01 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 3,656 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากการขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้าของประเทศเมียนมาใช้เวลานาน สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทยมีมูลค่า 2,515 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 2.7 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,141 ล้านเหรียญสหรัฐ
สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ
เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด
แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

3. สถานการณ์สำคัญ
3.1 เมียนมาจัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC 2025)
เมียนมาจัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC 2025) โดยมีประธานการประชุม คือ Dr.Wah Wah Maung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (MIFER : Ministry of Investment and Foreign Economic Relations) โดยเน้นย้ำว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของการดำเนินการตามแผน AEC 2025 จึงจะหารือเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้าและความท้าทายของเมียนมา เรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา เช่น การระบาดของโควิด 19 การพัฒนาที่ยั่งยืน เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วกว่า 75% และมีเป้าหมายที่จะบรรลุ 90% ภายในสิ้นปี 2568 ส่วนการดำเนินการที่เหลือจะดำเนินต่อไปหลังปี 2568 รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับวิสัยทัศน์อาเซียน 2045 และแผนยุทธศาสตร์ AEC (2026-2030) ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีความท้าทายเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ (Geo-Politics) และภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geo-Economics) ที่กระทบต่อเมียนมา อาเซียน ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลกด้วย
ผลกระทบ/โอกาส การดำเนินงานสนับสนุนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของเมียนมา “เป็นโอกาส” สะท้อนว่าเมียนมาให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศและภูมิภาคอาเซียน ทั้งการดำเนินงานที่ผ่านมาและการดำเนินงานในระยะต่อไป เพื่อพัฒนาเมียนมาให้สอดคล้องกับการพัฒนาภูมิภาคอาเซียน และเกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคธุรกิจติดตามสถานการณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์และประเมินโอกาสธุรกิจ ซึ่งไทย เมียนมา และอาเซียน สามารถเชื่อมโยง Supply Chain เป็นแหล่งวัตถุดิบ ฐานการผลิต และตลาดร่วมกัน ทั้งนี้ นอกจากเชื่อมโยงกันภายในอาเซียนแล้ว สามารถเชื่อมโยงอาเซียนกับภูมิภาคอื่นๆ เช่น เอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) เอเชียใต้และกลุ่มประเทศ BIMSTEC เช่น อินเดีย บังคลาเทศ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นโอกาสและเกิดประโยชน์ร่วมกันได้มากขึ้น
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.2 เมียนมาทลายโกดังและด่านรับ-ส่งสินค้าผิดกฎหมายตามริมแม่น้ำเมย เมืองเมียวดีชายแดนไทย-เมียนมา
เมียนมาทลายโกดังสินค้าผิดกฎหมายและด่านรับ-ส่งสินค้าผิดกฎหมาย ตามริมแม่น้ำเมย (Thaungyin River) เมืองเมียวดี ชายแดนไทย-เมียนมา สะท้อนความเข้มข้นของเมียนมาในการขจัดสินค้านำเข้าผิดกฎหมาย ไม่มี Import License ลักลอบนำเข้าเมียนมา โดยเน้นย้ำว่าให้นำเข้าสินค้าผ่านด่านที่ถูกต้องและมี Import License สินค้านำเข้าเมียนมา
ผลกระทบ/โอกาส ความเข้มข้นของเมียนมาในการขจัดสินค้านำเข้าผิดกฎหมายเป็น “สัญญาณเตือน” ให้ภาคธุรกิจในเมียนมาปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะ การขอ Import License สินค้านำเข้าเมียนมา รวมทั้งการใช้ด่านที่ถูกต้องของเมียนมาในการค้าและการขนส่ง ทั้งนี้ นอกจากด่านเมียวดี (สะพาน 2 รถขนส่งสินค้า) ที่ปิดชั่วคราวตั้งแต่ 18 ส.ค. 68 มีด่านและเส้นทางการค้าการขนส่งระหว่างเมียนมากับไทย เช่น ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง ท่าเรือแหลมฉบัง-ย่างกุ้ง เป็นต้น ซึ่งภาคธุรกิจสามารถพิจารณาเป็นเส้นทางการค้าการขนส่งไทยและเมียนมาได้
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สิ่งสำคัญ นอกจากพิจารณาทางเลือกเส้นทางขนส่งอื่นๆ ทดแทนเส้นทางที่มีข้อจำกัดแล้ว ผู้นำเข้าสินค้าสู่ตลาดเมียนมา ต้องขอ Import License นำเข้าเมียนมาให้ถูกต้อง เพื่อให้การค้าการขนส่งราบรื่น โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีให้บริการ สามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ ditpyangon@gmail.com ขอให้ภาคธุรกิจติดตามสถานการณ์ ปรับตัว หาทางเลือก ก้าวข้ามความท้าทาย คว้าโอกาสและปักหมุดตลาดเมียนมา เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา เชื่อมั่นว่าตลาดเมียนมายังมีโอกาสและศักยภาพ หากก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ได้
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.3 ท่าเรือย่างกุ้งรองรับเรือตู้คอนเทนเนอร์ 609 ลำในช่วง 10 เดือนแรกปี 2568 (ม.ค.-ต.ค. 68)
ท่าเรือย่างกุ้งรองรับเรือตู้คอนเทนเนอร์ 609 ลำ ในช่วง 10 เดือนแรกปี 2568 (ม.ค.-ต.ค. 68) หรือเฉลี่ยเดือนละ 61 ลำ คาดว่าทั้งปี 2568 จะมีเรือตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือย่างกุ้ง ประมาณ 700 ลำ ซึ่งมากกว่าปีก่อนหน้า ได้แก่ ปี 2567 จำนวน 633 ลำ และปี 2566 จำนวน 629 ลำ สะท้อนการเติบโตการใช้งานท่าเรือย่างกุ้งที่ขยายตัวมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้ นอกจากมีจำนวนเรือตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีแล้ว มีการพบช่องทางเดินเรือใหม่ (Kings Bank Channel) สามารถเข้าถึงแม่น้ำย่างกุ้งชั้นใน รองรับเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ได้ขนาดใหญ่มากขึ้นด้วย
ผลกระทบ/โอกาส ท่าเรือย่างกุ้งและการขนส่งทางเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ เป็นอีกหนึ่ง “ทางเลือกการขนส่ง” ช่วยขยายโอกาสรองรับการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา ซึ่งครอบคลุมการค้าระหว่างไทยและเมียนมาด้วย โดยมีความเชื่อมโยงกับการค้าการขนส่งกับไทย เช่น ท่าเรือย่างกุ้ง-ท่าเรือระนอง ท่าเรือย่างกุ้ง-ท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้ง ด่านเมียวดี (สะพาน 2 รถบรรทุกสินค้า) ซึ่งปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 68 ต้องติดตามต่อไปว่าจะเปิดเมื่อใด ที่เป็นเป็นข้อจำกัดต่อการค้าและการขนส่งของไทยผ่านด่านและเส้นทางดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สามารถ “พิจารณาเส้นทางอื่นๆ ขนส่งทดแทน” เช่น ท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง ท่าเรือแหลมฉบัง-ย่างกุ้ง โดยท่าเรือย่างกุ้งเป็นเส้นทางการค้าการขนส่งที่รัฐบาลเมียนมาส่งเสริมสนับสนุนขอให้ภาคเอกชนพิจารณาการขนส่งเส้นทางดังกล่าว เป็นทางเลือกทดแทนเส้นทางแม่สอด-เมียวดี-ย่างกุ้ง ที่มีข้อจำกัดในช่วงนี้
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สิ่งสำคัญ นอกจากพิจารณาทางเลือกเส้นทางขนส่งอื่นๆ ทดแทนเส้นทางที่มีข้อจำกัดแล้ว ผู้นำเข้าสินค้าสู่ตลาดเมียนมา ต้องขอ Import License นำเข้าเมียนมาให้ถูกต้อง เพื่อให้การค้าการขนส่งราบรื่น โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีให้บริการ สามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ ditpyangon@gmail.com ขอให้ภาคธุรกิจติดตามสถานการณ์ ปรับตัว หาทางเลือก ก้าวข้ามความท้าทาย คว้าโอกาสและปักหมุดตลาดเมียนมา เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา เชื่อมั่นว่าตลาดเมียนมายังมีโอกาสและศักยภาพ หากก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ได้
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.4 สคต.ย่างกุ้ง สอท.ย่างกุ้ง และสมาคม TBAM เข้าพบหารือผู้ว่าธนาคารกลางเมียนมา (CBM)
สคต.ย่างกุ้ง สอท.ย่างกุ้ง ภาครัฐไทย และภาคเอกชนไทย สมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา TBAM (TBAM : Thai Business Association of Myanmar) เข้าพบหารือผู้ว่าธนาคารกลางเมียนมา (CBM : Central Bank of Myanmar) เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 68 ณ สำนักงาน CBM ย่างกุ้ง โดยได้หารือเรื่องนโยบายด้านการเงินของเมียนมาและการส่งเสริมการใช้เงินบาท ช่วยสนับสนุนธุรกิจ การค้า การลงทุน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา เช่น การขอ Import License สินค้านำเข้าเมียนมา อัตราแลกเปลียนและการขอโอนเงินต่างประเทศออกจากเมียนมา ทั้งการโอนเงินด้านการค้า (ชำระค่าสินค้านำเข้า) และการโอนเงินค่าบริการหรือเงินปันผล การส่งเสริมการใช้เงินบาทในการค้าไทย-เมียนมาและการลงทุนในเมียนมา เป็นต้น
ผลกระทบ/โอกาส การพบหารือผู้ว่า CBM และได้ทราบข้อมูลนโยบายด้านการเงินของเมียนมา เป็น “โอกาสที่ดี” ต่อภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ซึ่ง CBM ให้ข้อมูลว่านโยบายและมาตรการด้านการเงินของเมียนมาในภาพรวม มีทิศทางผ่อนคลายมากขึ้นตามลำดับ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างกำกับดูแลเสถียรภาพค่าเงินและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สำหรับการขอ Import License มีการผ่อนคลายและแนวทางด้านการเงินเพิ่มเติม เช่น สินค้านำเข้าสำคัญและจำเป็นต่อเมียนมา เช่น วัตถุดิบการผลิต เครื่องจักร ปุ๋ย ปัจจัยการเกษตร นอกจากจับคู่กับ Export Earning แล้ว สามารถขอ Import License โดยการจับคู่กับเงินในบัญชีธนาคาร (เงินต่างประเทศ เช่น USD, บาท) ทั้งจากรายได้ธุรกิจ, เงิน Capital, Loan หรืออื่นๆ ได้ด้วย จึงเป็นทางเลือกยืดหยุ่นขึ้น โดย CBM ขอให้ภาคเอกชนและภาคธนาคารใช้เครื่องมือทางการเงิน เช่น L/C ในการทำธุรกิจและชำระเงินค่าสินค้านำเข้า ส่วนการโอนเงินค่าบริการหรือเงินปันผลสามารถขอโอนเงินออกจากเมียนมาได้ โดยต้องมีเงินในบัญชีธนาคาร (เงินต่างประเทศ เช่น USD, บาท) ให้เพียงพอในการขอโอนเงินดังกล่าวเช่นกัน โดย CBM ยินดีส่งเสริมธุรกรรมเงินบาท ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้เงินบาทในการค้าไทย-เมียนมา รวมทั้งการโอนเงินระหว่างประเทศ และโอนเงินค่าแรงงานเมียนมาในไทย (Working Remittance) เป็นเงินบาทอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการลงทุนในเมียนมาด้วยสกุลเงินบาท อาจต้องพิจารณารอบด้านต่อไป เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ เช่น เพดานเงินคงค้างบัญชีเงินบาทของต่างชาติ (ยอดเงินบาทคงค้างในบัญชี ณ สิ้นวัน) เป็นต้น
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลแนวทางเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งเรื่องการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน การชำระเงิน สำคัญต่อการค้า การลงทุน การทำธุรกิจ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง ธันวาคม 2568