
กระแสการประท้วงต่อต้านผู้อพยพที่ทวีความรุนแรงขึ้นในแอฟริกาใต้ อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ และย้อนกลับมาสร้างความเสียหายต่อภาคธุรกิจและตลาดแรงงานที่ผู้ชุมนุมต้องการปกป้อง โดยกระแสต่อต้านดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจต่อภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา อัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับเกือบร้อยละ 33 และปัญหาอาชญากรรม ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านผู้อพยพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากแรงงานต่างชาติจำนวนมากต้องออกจากประเทศ จะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในภาคเศรษฐกิจสำคัญที่พึ่งพาแรงงานข้ามชาติ ได้แก่ ภาคก่อสร้าง เกษตรกรรม โรงแรมและการท่องเที่ยว การขนส่ง และภาคการค้ารายย่อยนอกระบบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานภาคค้าปลีกแล้ว โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้มุ่งเป้าไปยังร้านค้าปลีกขนาดเล็ก (Spaza Shops) ที่ดำเนินกิจการโดยชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านสะดวกซื้อในชุมชนที่ตั้งอยู่ภายในโรงรถ ตู้คอนเทนเนอร์ หรืออาคารในเขตเมือง ร้านค้าเหล่านี้ถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจนอกระบบ และมีบทบาทสนับสนุนผู้ค้าส่งรายใหญ่ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ และการจ้างงานของแรงงานท้องถิ่น ดังนั้น การหยุดชะงักของกิจการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง แม้ว่ากลุ่มผู้ประท้วงจะมองว่าแรงงานต่างชาติเป็นผู้แย่งงานและสร้างภาระต่อทรัพยากรของรัฐ แต่ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ระบุว่า ผู้อพยพมีส่วนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นประมาณร้อยละ 9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของแอฟริกาใต้ ขณะที่ผลการศึกษาของธนาคารโลก (World Bank) พบว่า การจ้างแรงงานข้ามชาติ 1 คน สามารถก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มเติมสำหรับแรงงานชาวแอฟริกาใต้อีกประมาณ 2 ตำแหน่ง จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ แม้นักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจน แต่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งล่าสุดธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ในปี 2569 เหลือเพียงร้อยละ 1.0 นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าว ยังอาจส่งผลกระทบต่อการค้าภายในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ และการโอนเงินกลับประเทศของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : การเพิ่มขึ้นของกระแสต่อต้านผู้อพยพในแอฟริกาใต้สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานภายในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานข้ามชาติและเศรษฐกิจนอกระบบ หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน บรรยากาศการลงทุน และการค้าภายในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้
เครดิตภาพและที่มาข่าว www.channelafrica.co.za
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย
กรกฎาคม 2569