เศรษฐกิจของเคนยาขยายตัวร้อยละ 5.3 ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยได้รับแรงผลักดันจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในภาคการผลิต การทำเหมืองแร่ การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการบริการ ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเคนยา (KNBS)
รายงานจาก KNBS ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการปรับตัวดีขึ้นจากระดับร้อยละ 4.9 ที่บันทึกไว้ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 โดยทางสำนักงานฯ เปิดเผยว่ากิจกรรมในภาคการผลิตเร่งตัวขึ้นสู่ระดับร้อยละ 4.4 ในช่วงสามเดือนแรกของปี จากระดับร้อยละ 2.8 ในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับการทำเหมืองแร่และเหมืองหินมีการเติบโตร้อยละ 9.1 ขณะที่ภาคบริการที่พักและอาหารมีการเติบโตที่เร็วที่สุดที่ร้อยละ 14.7 เนื่องจากกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ด้านภาคการก่อสร้างขยายตัวร้อยละ 6.6 กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัยเติบโตร้อยละ 6.3 ส่วนภาคข้อมูลและการสื่อสารบันทึกการเติบโตที่ร้อยละ 5.0 ในขณะที่ภาคเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง ซึ่งยังคงเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีการขยายตัวร้อยละ 4.9
รายงานฉบับดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่หลากหลายของเงินชิลลิ่งเคนยาในช่วงไตรมาสดังกล่าว โดยค่าเงินท้องถิ่นแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ร้อยละ 0.1 และแข็งค่าขึ้นร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับเงินเยนของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม เงินชิลลิ่งกลับอ่อนค่าลงร้อยละ 11.2 เมื่อเทียบกับเงินยูโร และอ่อนค่าลงร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับเงินปอนด์สเตอลิงก์
ในระดับภูมิภาค เงินชิลลิ่งอ่อนค่าลงร้อยละ 13.1 เมื่อเทียบกับเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้ อ่อนค่าลงร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับเงินชิลลิ่งยูกันดา และอ่อนค่าลงร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับเงินชิลลิ่งแทนซาเนีย
ขณะเดียวกัน ปริมาณเงินตามความหมายกว้าง (M3) พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 13.1 แตะระดับ 6.98 ล้านล้านชิลลิ่ง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026 ส่วนปริมาณเงินตามความหมายแคบและเงินเสมือนเงิน (M2) เพิ่มขึ้นเป็น 5.62 ล้านล้านชิลลิ่ง จากระดับ 4.94 ล้านล้านชิลลิ่งที่บันทึกไว้ในปีก่อนหน้า
ด้านสินเชื่อภายในประเทศยังมีการขยายตัวร้อยละ 8.9 สู่ระดับ 8 ล้านล้านชิลลิ่ง จาก 7.3 ล้านล้านชิลลิ่งในเดือนมีนาคม 2025 โดยส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการเติบโตของสินเชื่อในประเทศนี้มีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของสินเชื่อภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 แตะระดับ 5,167.1 พันล้านชิลลิ่งในเดือนมีนาคม 2026
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเคนยาในไตรมาสแรกของปี 2026 ที่เร่งขึ้นเป็นร้อยละ 5.3 ประกอบกับการฟื้นตัวพร้อมกันของภาคการผลิต ก่อสร้าง การท่องเที่ยว การเงิน และการขยายตัวของสินเชื่อภาคเอกชน สะท้อนว่าเศรษฐกิจเคนยากำลังเข้าสู่ช่วงที่อุปสงค์ภายในประเทศและการลงทุนภาคธุรกิจฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการเติบโตที่พึ่งพาภาคเกษตรเพียงด้านเดียว จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายตลาดในแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์ และสินค้าเพื่อธุรกิจบริการ ซึ่งมีข้อได้เปรียบจากการลงทุนในภาคการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและธุรกิจบริการยังช่วยเพิ่มโอกาสของสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการสุขภาพจากไทย อย่างไรก็ตาม แม้ค่าเงินชิลลิ่งจะมีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แต่การอ่อนค่าต่อเงินยูโรและเงินปอนด์สะท้อนว่า ผู้ประกอบการไทยยังต้องบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนนำเข้าอย่างรอบคอบ เนื่องจากคู่แข่งจากยุโรปอาจเผชิญแรงกดดันด้านราคามากกว่าผู้ส่งออกไทยในระยะสั้น อีกทั้งการขยายตัวของสินเชื่อภาคเอกชนและสภาพคล่องในระบบการเงินยังบ่งชี้ว่าธุรกิจเคนยามีศักยภาพในการลงทุนและจัดซื้อเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับผู้นำเข้าที่มีฐานลูกค้าในภาคธุรกิจที่กำลังเติบโต พร้อมนำเสนอสินค้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน หรือเพิ่มผลผลิตให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะตอบโจทย์ทิศทางการลงทุนของเคนยาได้ดีกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว และช่วยสร้างโอกาสในการขยายตลาดได้อย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
---------------------------------------------------------
แหล่งที่มา : https://capitalfm.africa/manufacturing-mining-lift-kenyas-q1-gdp-growth-to-5-3pc/
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
5 สิงหาคม 2569