
ที่มา : สำนักข่าว Berita Harian
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลมาเลเซีย (Malaysia Digital Economy Corporation: MDEC)
ได้จัดทำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับรัฐบาลเมืองชุงจู สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคการเกษตร และสนับสนุนเป้าหมายของมาเลเซียในการก้าวสู่การเป็นประเทศด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในปี พ.ศ. 2573
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเกษตรกรดิจิทัล เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร
ของประเทศ และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยสอดคล้องกับโครงการ Malaysia Digital (MD) AgTech ภายใต้การดำเนินงานของ MDEC
นอกจากนี้ ความร่วมมือยังสะท้อนความมุ่งมั่นของมาเลเซียในการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลที่เข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศ
นายอันวาร์ ฟาริซ ฟัดซิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MDEC กล่าวว่า MDEC ให้ความสำคัญกับ
การผลักดันวิสัยทัศน์ด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกภาคส่วน
ทางเศรษฐกิจเขาระบุว่า ความร่วมมือกับรัฐบาลเมืองชุงจูครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกในลักษณะดังกล่าว และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเร่งการนำ AI มาใช้ใน
ภาคการเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร และเตรียมความพร้อมให้กับระบบเกษตรและอาหารของมาเลเซียในอนาคต ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการความร่วมมือภาครัฐต่อภาครัฐ
ด้านเทคโนโลยีการเกษตรดิจิทัลระหว่างมาเลเซียและสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 โดยมีหน่วยงานหลักของมาเลเซีย ได้แก่ กระทรวงดิจิทัล กระทรวงเกษตรและความมั่นคงด้านอาหาร และ MDEC ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักงานสังคมสารสนเทศแห่งชาติ
ของเกาหลี
โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบ AgTech ดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในมาเลเซีย จำนวน 3 ระบบ ได้แก่ ระบบปุ๋ยน้ำอัจฉริยะ ระบบชลประทานอัจฉริยะ และระบบตรวจจับศัตรูพืชอัจฉริยะ
จากการหารืออย่างต่อเนื่อง รัฐบาลเมืองชุงจูร่วมกับพันธมิตรจากสาธารณรัฐเกาหลี และภาคเอกชนของมาเลเซีย จะมุ่งความร่วมมือใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AgTech การถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งเสริมระบบฮาลาลในรูปแบบดิจิทัล การเชื่อมโยงระบบนิเวศดิจิทัลระหว่างประเทศ และ
การประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านนวัตกรรม
ทั้งนี้ MDEC จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยี AgTech ดิจิทัลมาใช้ใน
ภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ Malaysia Digital (MD) AgTech ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจใน
การขับเคลื่อนการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ
การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคเกษตรยังคงเป็นวาระแห่งชาติของมาเลเซีย ภายใต้นโยบายอาหารและเกษตรแห่งชาติ แผนปฏิบัติการด้านความมั่นคงอาหารของประเทศ รวมถึงกรอบยุทธศาสตร์ของสภาเศรษฐกิจดิจิทัลและการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่แห่งชาติ
บทวิเคราะห์ผลกระทบ
ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง MDEC ของมาเลเซียกับรัฐบาลเมืองชุงจู สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลภาคเกษตร สะท้อนทิศทางสำคัญของมาเลเซียในการยกระดับภาคเกษตรสู่ เกษตรอัจฉริยะ (Smart & Digital Agriculture) โดยอาศัยเทคโนโลยี AI และ AgTech เป็นกลไกหลัก
ซึ่งมีนัยสำคัญต่อประเทศไทยทั้งในมิติการแข่งขันและโอกาสทางเศรษฐกิจ
ในเชิงการแข่งขัน ความก้าวหน้าของมาเลเซียด้าน AgTech โดยเฉพาะระบบปุ๋ยน้ำอัจฉริยะ
ระบบชลประทานอัจฉริยะ และระบบตรวจจับศัตรูพืชอัจฉริยะ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งอาจทำให้สินค้าเกษตรของมาเลเซียมีความสามารถแข่งขันสูงขึ้น
ในตลาดอาเซียนและตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรแปรรูปที่ไทยและมาเลเซียแข่งขันกันโดยตรง
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิด การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร
ในภูมิภาค ซึ่งประเทศไทยสามารถต่อยอดได้ ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัลร่วมกัน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานด้านอาหารและเกษตรอัจฉริยะ โดยเฉพาะในประเด็นที่ไทยมี
จุดแข็ง เช่น เกษตรอาหารมูลค่าสูง เกษตรอินทรีย์ และระบบฮาลาล
นอกจากนี้ การที่มาเลเซียผลักดัน AgTech ภายใต้กรอบ Malaysia Digital (MD) AgTech และเป้าหมายการเป็นประเทศ AI ภายในปี 2573 ยังสะท้อนการแข่งขันด้านการดึงดูดการลงทุนและเทคโนโลยีในอาเซียน
ซึ่งไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบนิเวศเกษตรดิจิทัลของตนเอง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและบทบาทในฐานะประเทศผู้ผลิตอาหารสำคัญของภูมิภาค
ความคิดเห็น สคต.
สำนักงานฯ มีความเห็นว่าความร่วมมือด้าน AgTech ระหว่างมาเลเซียและสาธารณรัฐเกาหลีใต้เป็นสัญญาณชัดเจนของการยกระดับภาคเกษตรไปสู่ระบบดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างการผลิตอาหารและการแข่งขันด้านสินค้าเกษตรในภูมิภาคอาเซียนในระยะต่อไป
สำนักงานฯ เห็นว่า ไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเร่งผลักดันผู้ประกอบการและสตาร์ทอัปด้าน AgTech ของไทย ให้เข้ามามีบทบาทในตลาดมาเลเซีย ทั้งในรูปแบบการส่งออกเทคโนโลยี อุปกรณ์ ระบบซอฟต์แวร์ และการร่วมพัฒนาโซลูชันเกษตรดิจิทัลกับพันธมิตรมาเลเซียและเกาหลีใต้ รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือ
ด้านระบบฮาลาลดิจิทัลและความมั่นคงอาหาร
ขณะเดียวกัน สำนักงานฯ เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยติดตามพัฒนาการด้านนโยบายเกษตรดิจิทัลของมาเลเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การพัฒนาและการส่งออกสินค้าเกษตรไทยให้สอดคล้องกับแนวโน้มเทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ของตลาดในภูมิภาค
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์