
ชิลีประสบกับพายุฤดูหนาวในช่วงวันที่ 15 – 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ[1] (El Niño) ที่เพิ่มความรุนแรงของสภาพอากาศและพายุ โดยคลื่นความกดอากาศที่ไหลพัดมาจากมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนปะทะกับความชื้นช่วงหน้าหนาวในประเทศ ทำให้เกิดฝนตกหนักและยาวนานมากขึ้นทั่วชิลี โดยเฉพาะทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศ ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในปัจจุบัน (ปี 2558 และ 2566) ช่วงฤดูหนาวในซีกโลกใต้มีค่าสูงกว่าอุณหภูมิในช่วงปรากฏการณ์เอลนีโญสำคัญที่ผ่านมา (ปี 2525, 2530, 2550) ปริมาณน้ำฝนสะสมระหว่างวันที่ 15 – 20 กรกฎาคม 2569 มีปริมาณกว่า 100 - 300 มิลลิเมตร ในพื้นที่ตอนในพื้นที่ตอนเหนือ - ตอนกลางของประเทศ ซึ่งปริมาณน้ำฝนสะสมดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนสะสมทั้งปี (มกราคม - ธันวาคม) ถึง 2 - 3 เท่า โดยพายุฤดูหนาวครั้งนี้มีปริมาณน้ำฝนสะสมมากที่สุดในรอบ 70 ปีของชิลี
สภาพอากาศเลวร้ายทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและหิมะตกหนักทั่วภาคเหนือของชิลี ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหมืองทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดของโลกหลายแห่ง ตามรายงานของรัฐบาลชิลีพายุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย และมีผู้ได้รับผลกระทบอีกหลายพันคนในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่และภาคการผลิตทองแดงหลายบริษัทที่ได้รับผลกระทบ อาทิ บริษัท Codelco ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของชิลีได้หยุดการดำเนินงานชั่วคราวในเหมืองหลายแห่งรวมถึงเหมือง El Teniente ซึ่งเป็นเหมืองผลิตทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริษัท Lundin Mining ของแคนาดา ที่ได้ระงับการดำเนินงานที่เหมืองทองแดง Caserones ในแคว้น Atacama เช่นกันหลังจากฝนและหิมะที่ตกหนักทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงเกิดความเสียหายและระบบไฟฟ้าขัดข้อง และบริษัท Barrick Mining ของแคนาดาต้องทำการอพยพคนงานจากแคมป์ Barriales ทางตอนเหนือของชิลีด้วยเฮลิคอปเตอร์หลังจากถนนไม่สามารถใช้สัญจรได้ ทั้งนี้ นาย Andrés González หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์อุตสาหกรรมเหมืองแร่ของ Plusmining ได้กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการทำเหมืองในพื้นที่สูงในเทือกเขาแอนดีส
สถาบันการเงินและการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ Jefferies ได้ประเมินว่าปริมาณการผลิตทองแดงทั่วโลกในปี 2569 ลดลงเกือบร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสาเหตุเกิดจากคุณภาพของสายแร่ในเหมืองที่ลดลงต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี การดำเนินงานที่ล้าสมัย และการขาดการค้นพบแหล่งแร่ใหม่ขนาดใหญ่ กำลังทำให้ปริมาณการผลิตทองแดงทั่วโลกไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนตลาดอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า สอดคล้องกับข้อมูลจาก International Wrought Copper Council (IWCC) เผยว่าปริมาณความต้องการทองแดงของโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 3 ต่อปี โดยในปี 2569 นี้ คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 4.5 เป็นปริมาณถึง 28.2 ล้านเมตริกตัน[1] ในขณะที่ปริมาณทองแดงที่ผลิตได้อยู่ที่ 27.5 ล้านเมตริกตัน อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นมาจากการขยายตัวของศูนย์ประมวลผลข้อมูล AI การใช้พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ สภาระหว่างประเทศด้านการทำเหมืองแร่และโลหะ (International Council on Mining and Metal : ICMM) ได้รายงานว่าประมาณหนึ่งในสามของโรงงานโลหะและเหมืองแร่ หรือคิดเป็นจำนวน 12,000 แห่งทั่วโลก ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรงในการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ และมีความเสี่ยงสูงต่อการเผชิญภัยแล้ง โดยประเทศชิลีอยู่ในกลุ่มพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ ผลกระทบจากพายุดังกล่าวได้ส่งผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรมการทำเหมืองทองแดงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตลาดที่ต้องพึ่งพาการใช้ทองแดงเป็นวัตดุดิบหลัก อาทิ ภาคการผลิตสายไฟฟ้า พลังงาน รถยนต์ ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลของชิลีคาดว่าภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการผลิตทองแดงจะกลับมาดำเนินงานได้เต็มรูปแบบอีกครั้งภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ศกนี้
บทวิเคราะห์/ความเห็นของสคตฯ
ชิลีเป็นประเทศผู้ผลิต-ส่งออกทองแดงอันดับที่ 1 ของโลก โดยมีปริมาณทองแดงสำรอง (Copper Reserved) มากที่สุดในโลกกว่า 180 ล้านตัน นอกจากนี้ ทองแดงยังเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับที่ 1 ของชิลี มีปริมาณการส่งออกในปี 2568 ถึง 1.95 ล้านเมตริกตัน รวมมูลค่าการส่งออกกว่า 19,200 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าราคาทองแดงในตลาดโลกในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45.5[1] เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ปริมาณการผลิตกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย สคต.ฯ เห็นว่าแนวโน้มการขาดแคลนทองแดงในตลาดมีทิศทางเป็นบวก (ภาวะขาดแคลนอุปทานในเชิงโครงสร้างมากขึ้น) อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของภาคการผลิตและสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ราคาทองแดงมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกเนื่องจากความต้องการทองแดงยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (แผนภูมิที่ 1)
แผนภูมิที่ 1 : ปริมาณทองแดงที่ชิลีส่งออกเปรียบเทียบกับราคา ระหว่างปี 2565 - 2569

ที่มา : Chilean Customs (Aduana) & Glogal Trade Atlas
จากแผนภูมิที่ 1 พบว่า ราคาทองแดงแปรผกผันกับปริมาณทองแดงที่ส่งออก (หรือผลิตได้) ระหว่างปี 2565 – 2569 ปริมาณทองแดงที่ชิลีส่งออกมมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ราคาทองแดงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2565 ทองแดงมีราคาอยู่ที่ประมาณ 9.0 เหรียญสหรัฐ/กิโลกรัม ปี 2566 (8.4 เหรียญสหรัฐ/กิโลกรัม) ปี 2567 (9.1 เหรียญสหรัฐ/กิโลกรัม) ปี 2568 (9.8 เหรียญสหรัฐ/กิโลกรัม) และปี 2569 (12.9 เหรียญสหรัฐ/กิโลกรัม)
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองแดง และภาคอุตสาหกรรมการผลิตทองแดง อาทิ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำ ข้อกำหนดในการขอใบอนุญาตที่เข้มงวด กฎหมายควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสำรวจสายแร่ทองแดงแหล่งใหม่ การจัดหาเงินทุน งานด้านวิศกรรมและการก่อสร้างที่ต้องใช้ระยะเวลานานและมีต้นทุนสูง รวมถึงปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ล้วนเพิ่มความท้าทายในการรักษาระดับการผลิตทองแดงของชิลีในปัจจุบัน
ผลกระทบต่อประเทศไทย
ทองแดงเป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่สำคัญ เหตุการณ์พายุฤดูหนาวในชิลีที่กระทบต่อการดำเนินงานของเหมืองทองแดงขนาดใหญ่ในชิลีซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก อาจทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนทองแดงในตลาดโลก และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยด้านปัญหาความล่าช้าในการจัดหาวัตถุดิบ หรือต้องเผชิญภาระต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลลบต่อการผลิตในภาคอุตสาหกรรมหลักของไทยที่ต้องพึ่งพาทองแดง อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ (โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า/EV) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตสายไฟฟ้า รวมทั้ง การก่อสร้าง Data Center และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเพิ่มสูงขึ้น เหตุการณ์พายุในชิลีครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานโลหะพื้นฐานของโลก ซึ่งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องที่ต้องพึ่งพาทองแดง จำเป็นต้องเตรียมพร้อมต่อแนวโน้มของปริมาณทองแดงในตลาดโลกที่เริ่มลดลงและมีราคาแพงขึ้น โดยจัดทำแผนการปรับตัวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต อาทิ การหาวัสดุทางเลือก การใช้วัตถุดิบรีไซเคิล / การปรับปรุงการรีไซเคิล การจัดทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การบริหารสต็อกสินค้า และการบริหารจัดการความเสี่ยงในอนาคต
__________________________
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก
สิงหาคม 2569
[1] https://tradingeconomics.com/commodity/copper
[1] https://www.coppercouncil.org/iwcc-statistics-and-data
[1] เอลนีโญ คือ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอุ่นขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้กระแสลมและรูปแบบสภาพภูมิอากาศทั่วโลกแปรปรวน