
มูลค่ามะพร้าวนำเข้าของเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า

จากข้อมูลสถิติของสมาคมผักและผลไม้เวียดนาม (Vinafruit) มูลค่ามะพร้าวส่งออกจากประเทศต่างๆ มายังเวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 31.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พุ่งสูงถึงร้อยละ 1,873 หรือคิดเป็น 20 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 นาย Dang Phuc Nguyen เลขาธิการสมาคมผักและผลไม้เวียดนาม ให้ความเห็นว่าสาเหตุที่เวียดนามเพิ่มการนำเข้ามะพร้าว มาจากการที่แหล่งวัตถุดิบมะพร้าวภายในประเทศมีจำกัดและมีราคาสูง ในขณะที่ผู้ประกอบการเพิ่มการผลิตสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าสูงจากมะพร้าว อาทิ กะทิ ถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าว (Coconut Shell Activated Carbon) น้ำมันมะพร้าว และวุ้นมะพร้าว เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดจีน สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง โดย สหรัฐฯ เริ่มนำเข้ามะพร้าวจากเวียดนามตั้งแต่ปี 2566 และจีนตามมาในเดือนสิงหาคม ปี 2567
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกมะพร้าวสดของเวียดนามมีมูลค่าถึง 102.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.9 ขณะที่มะพร้าวแปรรูปมีมูลค่า 203.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.8 ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่ามูลค่ามะพร้าวสดส่งออกของเวียดนามในปี 2568 อาจสูงกว่าระดับ 390 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของปี 2567ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคที่สูงทั้งมะพร้าวสดและสินค้าแปรรูปจากมะพร้าว เวียดนามยังมีการนำเข้ามะพร้าวจากประเทศฟิลิปปินส์ ศรีลังกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินโดนีเซียและผู้ประกอบการเวียดนามยังมองหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศปาปัวนิวกินี อย่างไรก็ตาม ระหว่างเวียดนามกับปาปัวนิวกินียังไม่มีข้อตกลงการนำเข้ามะพร้าวอย่างเป็นทางการ ทำให้การค้าขายยังมีข้อจำกัดอยู่มากจากข้อมูลสถิติของสมาคมมะพร้าวเวียดนาม (Vietnam Coconut Association: VCA) ปัจจุบันพื้นที่ปลูกมะพร้าวของเวียดนามมากกว่า 200,000 เฮกตาร์ หรือเท่ากับ 1,250,000 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 2 ล้านตันต่อปี ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ อยู่ประมาณ หนึ่งในสามของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด และจำนวนโรงงาน แปรรูปมะพร้าวก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเพียง 8 โรงงานในปี 2558 เป็น 45 โรงงานในปี 2567 โดยมีบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิ บริษัท Betrimex บริษัท Lương Quới บริษัท Beinco เป็นต้น
นาย Cao Ba Dang Khoa รองประธานบริหารและเลขาธิการสมาคมมะพร้าวเวียดนามระบุว่าในปี 2568 ราคาวัตถุดิบมะพร้าวในตลาดสูงกว่าปีที่แล้วถึงร้อยละ 500–600 ราคามะพร้าวสดสูงกว่าถึงร้อยละ 200–250 ราคาซื้อมะพร้าวสดหน้าสวนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18,000–19,000 เวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 26-28 บาท ต่อ 1 ลูกหลังจากคัดแยกคุณภาพ บวกกับค่าขนส่ง ราคาขายปลีกมะพร้าวสดเกรด 1 อยู่ที่ประมาณ 25,000 เวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 36 บาท ต่อ 1 ลูกเกรด 2 อยู่ระหว่าง 14,000–17,000 เวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 20-24 บาท ต่อ 1 ลูก
อย่างไรก็ตาม ราคามะพร้าวที่เพิ่มสูงขึ้นภายในประเทศในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ เป็นผลจากแหล่งวัตถุดิบมีจำกัดและได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และโรคระบาดในจังหวัดภาคกลาง แม้ว่าราคาขายปัจจุบันทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวมีกำไรมากขึ้นและขยายพื้นที่เพาะปลูก แต่ผลผลิตที่ได้ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทัน ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าการขยายพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามแผนผังการพัฒนาที่รัฐบาลกำหนดไว้
(จาก https:// vietnamnews.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
มะพร้าวเวียดนามแบ่งออกมาเป็น 2 ประเภทหลักได้แก่ มะพร้าวพันธุ์ต้นเตี้ยและมะพร้าวพันธุ์ต้นสูง โดยผลผลิตมะพร้าวของเวียดนามมีปริมาณน้อยกว่าความต้องการในช่วงเดือน มีนาคม–เมษายนและในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคมตามลำดับ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปริมาณอุปทานขาดแคลน
กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนาม (Ministry of Agriculture and Rural Development: MARD) จึงได้ออก Decree 431/QD-BNN-BNNPTNT เมื่อวันที่ 26 มกราคม ปี 2567 แผนพัฒนาต้นไม้อุตสาหกรรมหลักจนถึงปี 2573 โดยมีเป้าหมายให้ผลผลิตมะพร้าวอยู่ที่ 2.1 – 2.3 ล้านตัน ต่อปี สัดส่วนการบริโภคภายในประเทศของมะพร้าวสดอยู่ที่ร้อยละ 16–18 และมะพร้าวแปรรูปอยู่ที่ร้อยละ 20 ในขณะเดียวกัน สมาคมผักและผลไม้เวียดนามได้เสนอแนะให้เก็บภาษีส่งออกวัตถุดิบมะพร้าว เพื่อรักษาอุปทานภายในประเทศและสนับสนุนโรงงานแปรรูปภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม มะพร้าวพันธุ์ต้นเตี้ย (Dwarf Coconut) ต้องปลูกอย่างน้อย 4 ปี จึงจะให้ผล และสามารถเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องยาวนาน 30–40 ปีขณะที่มะพร้าวพันธุ์ต้นสูง (Tall Coconut) ต้องปลูก 6–7 ปี จึงจะให้ผล และสามารถเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องถึง 50–60 ปี ดังนั้น การที่เวียดนามเพิ่มการนำเข้ามะพร้าวในช่วงเวลานี้ อาจเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตมะพร้าวและสินค้าแปรรูปจากมะพร้าวที่มีศักยภาพในการเพิ่มการส่งออกและขยายส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศเวียดนามมากขึ้นทั้งในปีนี้และระยะยาว