fb
ส่องดูตลาดข้าวไทยในอิสราเอล ข้อเสนอแนะ โอกาส และแนวทางการทำตลาดข้าวในอนาคตของข้าวไทยในอิสราเอล

ส่องดูตลาดข้าวไทยในอิสราเอล ข้อเสนอแนะ โอกาส และแนวทางการทำตลาดข้าวในอนาคตของข้าวไทยในอิสราเอล

โดย
Natthapong
ลงเมื่อ 22 มีนาคม 2569 20:16
สคต. ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) (TTC, Tel Aviv (Israel))
5

ข้าวเป็นอาหารหลักชนิดหนึ่งในอิสราเอล แม้จะไม่ใช่อาหารดั้งเดิมในทุกกลุ่มชาติพันธุ์ แต่มีบทบาทสำคัญทั้งในภาคครัวเรือน ร้านอาหาร และตลาดสถาบัน (institutional market) เนื่องจากอิสราเอลไม่สามารถปลูกข้าวเชิงพาณิชย์ได้ภายในประเทศ ข้าวที่บริโภคทั้งหมดจึงต้องพึ่งพาการนำเข้า รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างตลาดข้าวในอิสราเอล พฤติกรรมผู้บริโภค โครงสร้างการนำเข้า กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และประเมินโอกาสของข้าวไทยในเชิงวิชาการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ทางการค้าให้กับผู้ส่งออกไทย 

 

ภาพรวมตลาดและอุปสงค์

การบริโภคและแนวโน้มอุปสงค์

จากข้อมูลสถิติระหว่างประเทศ (FAO, World Bank และ CBS อิสราเอล) พบว่าในช่วงประมาณ 5 ปีย้อนหลัง (ค.ศ. 2019–2024) การบริโภคข้าวต่อหัวของอิสราเอลทรงตัวอยู่ในช่วง 12–15 กิโลกรัมต่อคนต่อปี โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงต่ำ สะท้อนลักษณะตลาดอิ่มตัวในเชิงปริมาณ แต่ยังมีศักยภาพการเติบโตในเชิงมูลค่า

 

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศ OECD อื่น ๆ อิสราเอลมีการบริโภคข้าวต่อหัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรปตะวันตก แต่ต่ำกว่าประเทศในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้อิสราเอลถูกจัดเป็น “ตลาดข้าวขนาดกลางที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ”

 

ปริมาณและมูลค่าการนำเข้า (ย้อนหลัง 5 ปี)

ในช่วงปี 2019–2024 ปริมาณการนำเข้าข้าวของอิสราเอลอยู่ในกรอบประมาณ 115,000-130,000 ตันต่อปี มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากระดับราว 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นประมาณ 159 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ด้านมูลค่าประมาณ 3–4% สะท้อนการเพิ่มขึ้นของราคาต่อหน่วย และสัดส่วนสินค้าพรีเมียมมากกว่าการเพิ่มปริมาณบริโภค

 

พฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างอุปสงค์

1 ประเภทข้าวที่นิยม

ผู้บริโภคชาวอิสราเอลนิยมข้าวหอมมะลิเป็นอันดับแรก รองลงมาคือข้าวบาสมาติ ในตลาดชาวอาหรับมีแนวโน้มบริโภคข้าวเมล็ดกลม (round rice) มากกว่า อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการบริโภคข้าวหอมมะลิในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2 รูปแบบการซื้อ

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 การจำหน่ายข้าวส่วนใหญ่เป็นบรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัมผ่านห่วงโซ่อาหารสมัยใหม่ (modern retail/food chains) สะท้อนความต้องการด้านความสะดวกและการจัดเก็บ

3 แนวโน้มด้านสุขภาพ

แม้อิสราเอลไม่ใช่ตลาดสินค้าออร์แกนิกขนาดใหญ่ แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นของความต้องการข้าวเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวออร์แกนิก และข้าวที่สื่อสารคุณค่าทางโภชนาการ สอดคล้องกับกระแสสุขภาพและโภชนาการในสังคมเมือง

 

โครงสร้างการนำเข้าและประเทศคู่ค้า

ภาพรวมการนำเข้าตามพิกัดศุลกากร (HS Code)

HS 100620: ข้าวกล้อง (Brown Rice) มูลค่านำเข้า 2.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากอุรุกวัย อิตาลี และอินเดีย

HS 100630: ข้าวขาว (White Rice) มูลค่านำเข้า 155.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากไทย ออสเตรเลีย และอินเดีย

HS 100640: ข้าวหัก (Broken Rice) มูลค่านำเข้า 0.506 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ประเทศผู้ส่งออกข้าวขาวรายสำคัญ (HS 100630)

ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวขาวรายใหญ่ที่สุด รองลงมาคือออสเตรเลียและอินเดีย ตามด้วยสหรัฐอเมริกา เวียดนาม และประเทศอื่น ๆ สะท้อนการแข่งขันที่สูง โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างข้าวหอมมะลิไทยกับข้าวบาสมาติอินเดียในตลาดระดับกลางถึงพรีเมียม

 

ตารางแสดงส่วนแบ่งตลาดและมูลค่าการนำเข้า (2024) ของผู้ส่งออก 5 ลำดับแรก (ส่วนแบ่งตลาดกว่า 90.3%)

อันดับ

ประเทศผู้ส่งออก 

มูลค่า (ล้าน USD)

ส่วนแบ่งตลาด (%)

1

ไทย

49.16

31.5

2

ออสเตรเลีย

46.64

29.9

3

อินเดีย

34.22

21.9

4

สหรัฐอเมริกา

6.62

4.2

5

เวียดนาม

4.35

2.8

 

 

ช่องทางการตลาดและการกระจายสินค้า

โครงสร้างช่องทางการตลาดของข้าวนำเข้าในอิสราเอลแบ่งออกเป็น

ร้อยละ 40 จำหน่ายผ่านห่วงโซ่อาหารสมัยใหม่ (food chains)

ร้อยละ 30 จำหน่ายให้ตลาดสถาบัน เช่น โรงแรม โรงพยาบาล และหน่วยงานรัฐ

ร้อยละ 30 จำหน่ายผ่านตลาดเปิดและร้านค้าปลีกขนาดเล็ก

ลักษณะดังกล่าวสะท้อนการกระจุกตัวของค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งมีอำนาจต่อรองด้านราคาสูง และส่งผลต่อโครงสร้างราคาข้าวในตลาด

 

กฎระเบียบการนำเข้า

อิสราเอลไม่มีข้อกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าข้าว อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้าทุกรายต้องได้รับการรับรองจาก National Food Service ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข โดยต้องมีสถานที่เก็บสินค้าที่ผ่านการรับรอง และต้องขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหารก่อนนำเข้า

 

เอกสารสำคัญประกอบด้วย

  • ใบรับรองโรงงานผู้ผลิต (เช่น ISO และการขึ้นทะเบียนโรงงาน)

  • เอกสารการวิเคราะห์คุณภาพสินค้า

  • ฉลากสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานการแสดงฉลากเลขที่ 1145

  • ในด้านภาษีนำเข้า ข้าวได้รับการยกเว้นอากรนำเข้าจากทุกประเทศ ทำให้การแข่งขันด้านราคาเกิดขึ้นอย่างเสรี

 

แนวโน้ม และการคาดการณ์ตลาด 1–3 ปี

ภาพรวมการแข่งขัน

ตลาดข้าวอิสราเอลมีการแข่งขันสูง โดยประเทศไทยครองความได้เปรียบในตลาดข้าวหอมมะลิ ขณะที่อินเดียแข่งขันอย่างเข้มข้นในตลาดข้าวบาสมาติที่เน้นราคา ออสเตรเลียที่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการขนส่งที่ต่ำกว่าไทย และเวียดนามที่มีข้อตกลงการค้า FTA กับอิสราเอลเป็นคู่แข่งรองที่เน้นความสม่ำเสมอของอุปทานและความใกล้ชิดเชิงโลจิสติกส์ ซึ่งตลาดที่จะต้องแข่งขันด้านราคา ไทยอาจจะเสียเปรียบเวียดนามและออสเตรเลีย ที่จะค่อยๆแย่งตลาดที่เน้นการแข่งขันได้ราคาในอนาคต

 

การคาดการณ์ตลาดระยะ 1–3 ปี (ประมาณการ)

ภายใต้สมมติฐานด้านประชากร รายได้ และพฤติกรรมผู้บริโภค คาดว่าในช่วง 1–3 ปีข้างหน้า (2026–2028)

  1. ปริมาณการนำเข้าข้าวจะเติบโตในอัตราต่ำ ประมาณ 1–2% ต่อปี

  2. มูลค่าการนำเข้าจะเติบโตสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 3–5% ต่อปี จากการเพิ่มสัดส่วนข้าวพรีเมียมและข้าวเพื่อสุขภาพ

  3. ส่วนแบ่งตลาดของข้าวหอมมะลิยังคงมีเสถียรภาพ แต่เผชิญแรงกดดันจากข้าวบาสมาติอินเดียในตลาดระดับกลาง และเวียดนามในข้าวที่เน้นการแข่งขันด้านราคา

 

แนวโน้มเชิงโครงสร้าง

  1. การกระจุกตัวของค้าปลีกอาหารยังคงสูง ทำให้ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกต้องเผชิญแรงกดดันด้านราคา

  2. ความต้องการสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรเมืองและรายได้ปานกลางถึงสูง

  3. กระแสการลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตอาจจำกัดการเติบโตของตลาดในเชิงปริมาณในระยะยาว

 

ข้อสรุปและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์สำหรับข้าวไทย

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังและการคาดการณ์ตลาด สามารถสรุปแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับข้าวไทยในตลาดอิสราเอลได้ดังนี้

1. กลยุทธ์การวางตำแหน่งสินค้า (Positioning)

ข้าวไทยควรวางตำแหน่งเป็นสินค้า “ข้าวหลักคุณภาพสูง (Premium Staple)” เน้นอัตลักษณ์ข้าวหอมมะลิไทย ความสม่ำเสมอของคุณภาพ และภาพลักษณ์อาหารไทย มากกว่าการแข่งขันด้านราคาโดยตรงกับอินเดียหรือเวียดนาม

2. กลยุทธ์สินค้าและตลาด (Product & Market Strategy)

พัฒนาสินค้าข้าวหอมมะลิพรีเมียมและข้าวกล้อง/ข้าวเพื่อสุขภาพ

เน้นบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก–กลาง (1–2 กิโลกรัม) สำหรับค้าปลีกสมัยใหม่

ร่วมมือกับผู้นำเข้าและห่วงโซ่อาหารรายใหญ่ รวมถึงการผลิตภายใต้ private label

ใช้ตลาดสถาบันและร้านอาหารไทยเป็นฐานสร้างความคุ้นเคยของผู้บริโภค

3. ข้อเสนอเชิงนโยบายและการสนับสนุนผู้ส่งออก

3.1. ส่งเสริมการสร้างแบรนด์ข้าวไทยในตลาดอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง

3.2. สนับสนุนมาตรฐาน GI และระบบตรวจสอบย้อนกลับ

3.3. จัดทำระบบติดตามข้อมูลตลาดและคู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ

 

โดยสรุป ตลาดข้าวอิสราเอลในช่วง 1–3 ปีข้างหน้าเป็นตลาดที่ไม่ขยายตัวเร็วในเชิงปริมาณ แต่ยังเปิดโอกาสสำคัญสำหรับข้าวไทยในเชิงมูลค่า หากมีการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภค

 

ผู้นำเข้ารายสำคัญของอิสราเอล

 

ลำดับ

บริษัท

 

บทบาทในตลาดข้าว

 

กลุ่มตลาดหลัก

ความเหมาะสมกับการทำตลาดข้าวไทย

ช่องทางติดต่อ

1

Sugartime Ltd.

ผู้นำเข้า–บรรจุข้าวรายใหญ่ / private label

Modern retail, food chains

ระดับสูง

Web: www.sugartime.co.il

Email: info@sugartime.co.il

2

Sugat Industries Ltd.

แบรนด์ข้าวหลักของประเทศ / local packing

Supermarket chains

ระดับสูง

Web: www.sugat.com 

3

Williger Industries Ltd.

Food importer  รายใหญ่ ครอบคลุมหลายหมวด

Retail  Institutional

ระดับสูง

Web: www.williger.co.il

Email: info@williger.co.il

4

Diplomat Distributors

Importer/Distributor  สินค้า FMCG & premium

Modern trade, premium

ระดับปานกลาง–สูง

Web: www.diplomat.co.il

Email: info@diplomat.co.il

5

Netto Group

กลุ่มค้าปลีกและนำเข้า / house brand

Retail chains

ระดับปานกลาง

Web: www.netto.co.il

Email: info@netto.co.il

6

Tnuva Consumer Products

ผู้นำตลาดอาหาร มีหน่วยนำเข้า

Mass retail

ระดับปานกลาง

Website: www.tnuva.co.il

 

7

Osem-Nestlé Israel

ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ / นำเข้าวัตถุดิบ

Food processing

ระดับปานกลาง

Web: www.osem.co.il

 

8

Shamir Salads & Food Marketing

Food service & institutional importer

HoReCa / institutions

ระดับปานกลาง

Web: www.shamirsalads.co.il

Email: office@shamir.co.il

 

ความเห็นของ สคต.

 

สคต. มีความเห็นว่า ตลาดข้าวในอิสราเอลเป็นการนำเข้าทั้งหมดและมีลักษณะอิ่มตัวในเชิงปริมาณ โดยการเติบโตของตลาดในระยะต่อไปมีแนวโน้มเกิดขึ้นในเชิงมูลค่าจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าในกลุ่มคุณภาพและกลุ่มเฉพาะ (premium and niche segments) ภายใต้บริบทดังกล่าว การส่งเสริมการทำตลาดข้าวไทยในอิสราเอลควรมุ่งเน้นเชิงคุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้านราคา

 

ข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ควรวางตำแหน่งทางการตลาดเป็น “ข้าวหลักคุณภาพสูง (Premium Staple Rice)” ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วไปในตลาดระดับกลางถึงพรีเมียม ไม่ควรวางเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มที่มีราคาสูงเกินไปหรือแข่งขันด้านปริมาณ ทั้งนี้ จุดแข็งสำคัญของข้าวไทย ได้แก่ ภาพลักษณ์ด้านคุณภาพ ความสม่ำเสมอของสินค้า และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอาหารไทยที่ยังได้รับความนิยมสูงในอิสราเอล โดยสะท้อนจากนักท่องเที่ยวอิสราเอลที่มาไทยปีละเกือบ 300,000-400,000 คนต่อปี (2568 มีจำนวนกว่า 400,000 คน) ซึ่งควรได้รับการสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

 

โครงสร้างตลาดข้าวในอิสราเอลมีลักษณะกระจุกตัว โดยผู้นำเข้าและผู้บรรจุภายในประเทศมีบทบาทเป็นตัวกลางสำคัญในการเข้าถึงห่วงโซ่อาหารสมัยใหม่และตลาดสถาบัน ผู้ส่งออกไทยจึงควรมุ่งสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้นำเข้ารายหลัก โดยเปิดรับรูปแบบการจำหน่ายแบบบรรจุในประเทศ การผลิตภายใต้ตราสินค้าของคู่ค้า (private label) และการทำสัญญาระยะกลางถึงระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของอุปทานและความเชื่อมั่นของตลาด

 

ในระยะ 1–3 ปีข้างหน้า แนวโน้มความต้องการข้าวเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวกล้องและข้าวเต็มเมล็ด มีทิศทางเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคเมืองและกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง ผู้ส่งออกไทยควรเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารคุณค่าเชิงโภชนาการ โดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับประเทศคู่แข่งที่เน้นกลยุทธ์ด้านราคาต่ำ

 

โดยสรุป การทำตลาดข้าวไทยในอิสราเอลควรยึดแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่ม การรักษาความได้เปรียบเชิงคุณภาพ และการทำงานร่วมกับผู้นำเข้าอย่างใกล้ชิด ภายใต้บทบาทการสนับสนุนของภาครัฐในการให้ข้อมูลตลาด การสร้างภาพลักษณ์ข้าวไทย และการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงผู้ส่งออกกับคู่ค้าในตลาดเป้าหมาย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป

 

สคต. มีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมข้าวไทยในปี 2569 ในช่วงระหว่างเดือน กรกฎาคม ถึงกันยายน โดยเน้นการสื่อสารด้านคุณภาพของข้าวไทย และส่งเสริมข้อมูลความรู้กับข้าวที่มีลักษณะเฉพาะ อาทิ เช่น ข้าว GI ข้าวน้ำตาลต่ำ ข้าวสีต่างๆ ที่มีลักษณะการบริโภคที่มีลักษณะเฉพาะตลอดจนส่งเสริมการนำเข้าผลิคภัณฑ์แปรรูปจากข้าว

 

ผู้ส่งออกหรือนักธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il

 

ที่มา : FAO (FAOSTAT) / ITC Trade Map / UN Comtrade / Israel Competition Authority / Euromonitor / สำนักงานสถิติกลางแห่งอิสราเอล (Central Bureau of Statistics (CBS) Israel)

รายงานการค้า-สินค้าข้าว ก.พ.69-ส่องดูตลาดข้าวไทยในอิสราเอล ข้อเสนอแนะ โอกาส และแนวทางการทำตลาดข้าวในอนาคตของข้าวไทยในอิสราเอล.pdf
Share :
Instagram