
สำนักงานสถิติแห่งชาติเช็ก (Český statistický úrad: ČSÚ) รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของเช็กเมื่อเทียบเป็นรายปีเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.5 ในเดือนตุลาคม 2025 จากร้อยละ 2.3 ในเดือนกันยายน 2025 ปัจจัยหลักมาจากราคาสินค้าอาหารปรับตัวขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 3.6 เมื่อเทียบเป็นรายปี และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ราคานม ชีส และไข่ เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 8 เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 และขนมปังเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 นอกจากราคาอาหารแล้วราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ผลิตภัณฑ์ยาสูบเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 โดยราคาเบียร์และไวน์เพิ่มขึ้นหลังจากเคยลดในเดือนกันยายน ทั้งนี้ Mr. Petr Dufek นักเศรษฐศาสตร์จาก Banka Creditas ให้ความเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มีราคาแพงขึ้น แม้ว่าการขึ้นราคาอาหารจะชะลอตัวลงในเดือนกันยายน แต่ตัวเลขในเดือนตุลาคมแสดงให้เห็นว่าราคายังคงสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์นมและเนื้อสัตว์ เขาตั้งข้อสังเกตว่าธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐเช็กควรระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงิน เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านบริการ รวมถึงค่าเช่าและค่าที่พัก ก็สูงขึ้นมากเช่นกัน แม้ว่าราคาพลังงานช่วยควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ เนื่องจากการลดราคาไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติก่อนหน้านี้ แต่หากไม่รวมพลังงาน อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3 ซึ่งยังไม่ถือว่าเป็นเสถียรภาพด้านราคา การเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปของอัตราเงินเฟ้อสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ยังคงมีต่อสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งบ่งชี้ว่าแม้ว่าราคาพลังงานจะช่วยบรรเทาได้ชั่วคราว แต่ปัจจัยเงินเฟ้อที่กว้างขึ้นยังคงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของสาธารณรัฐเช็ก
สำหรับตลาดแรงงานเมื่อเทศกาลวันหยุดใกล้เข้ามา ความต้องการพนักงานชั่วคราว (Christmas temp jobs)กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วสาธารณรัฐเช็ก โดยอัตราค่าจ้างสูงถึง 210 เช็กคราวน์ต่อชั่วโมง พนักงานขายปลีก พนักงานขับรถ พนักงานคลังสินค้า พนักงานทำความสะอาด พนักงานธุรการ และพนักงานร้านอาหาร ยังคงเป็นที่ต้องการสูง ทั้งนี้ Mr. Martin Jánský จาก Randstad สาธารณรัฐเช็ก ระบุว่าแม้ว่าร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่และศูนย์โลจิสติกส์จะมีตำแหน่งงานชั่วคราวลดลงเล็กน้อยเนื่องจากระบบอัตโนมัติ แต่ร้านค้าแบบดั้งเดิมและภาคธุรกิจบริการกลับมีความต้องการที่เพิ่มขึ้น ร้านค้าต่างๆ กำลังมองหาพนักงานในการบริการลูกค้าในช่วงสัปดาห์ที่วุ่นวายข้างหน้า ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารกำลังเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัท ตลาดคริสต์มาส และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่คึกคักมากขึ้น Mr. Michal Haráska จาก Tymbe ระบุว่าความต้องการเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากทั้งนายจ้างและผู้หางาน ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของช่วงฤดูกาลแรงงาน บริษัทต่างๆ กำลังเร่งผลิตและสร้างยอดขาย นอกจากนี้ Mr. František Jareš จาก Student Agency กล่าวว่าตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ การผลิต งานคลังสินค้า พนักงานโลจิสติกส์ บริการจัดส่งและพัสดุ พนักงานจัดเรียงสินค้าบนชั้นวาง และพนักงานแคชเชียร์ ธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะร้านขายเสื้อผ้า ของเล่น และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจอาหารมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนตลาดคริสต์มาสและการจัดหาพนักงานในร้านอาหาร รวมถึงตำแหน่งงานชั่วคราวในศูนย์บริการทางโทรศัพท์ ฝ่ายบริการลูกค้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานธุรการในธุรกิจอีคอมเมิร์ซก็กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งค่าจ้างเฉลี่ยแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค โดย Vysočina อยู่ที่ประมาณ 160 เช็กคราวน์ต่อชั่วโมง และ Prague อยู่ที่ประมาณ 185 เช็กคราวน์ แต่บางข้อเสนออาจสูงกว่านั้น ค่าจ้างด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้าอยู่ระหว่าง 170 ถึง 210 เช็กคราวน์ ซึ่งมักรวมโบนัสด้วย ค่าจ้างในร้านค้าปลีกมักจะต่ำกว่า แต่สามารถเสริมด้วยส่วนลดพนักงานได้ ตำแหน่งงานด้านอาหารในเมืองใหญ่จะได้รับค่าจ้าง 160 ถึง 200 เช็กคราวน์ต่อชั่วโมง พร้อมทิป ในขณะที่ตำแหน่งงานธุรการและบริการลูกค้าอาจได้รับค่าจ้างสูงถึง 220 เช็กคราวน์ต่อชั่วโมง ซึ่งบางครั้งอาจมีตัวเลือกการทำงานระยะไกล
ด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ทุ่มเงินไปแล้วประมาณ 2,500 ล้านยูโร หรือประมาณ 60,800 ล้านเช็กคราวน์ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 58 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับอาคารสำนักงาน (offices) คลังสินค้า (logistics) และศูนย์การค้าหรือพื้นที่ค้าปลีก ทั้งนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของเช็กกำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนในปี 2025 Mrs. Lenka Šindelárová หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาของ Knight Frank ซึ่งติดตามข้อมูลการลงทุนอย่างใกล้ชิด กล่าวว่า “ช่วงปลายปีนี้น่าจะตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของเช็ก ซึ่งเราสังเกตเห็นมาตลอดทั้งปีนี้” บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์อาจสูงถึง 3.5 - 3.75 พันล้านยูโร หรือประมาณ 90,000 ล้านเช็กคราวน์ ภายในสิ้นปี ซึ่งถือเป็นผลประกอบการที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 และ 2017 มูลค่าธุรกรรมในไตรมาสที่ 3 เพียงไตรมาสเดียวสูงถึง 9,000 ล้านเช็กคราวน์ โดยตลาดยังคงครองส่วนแบ่งจากเงินทุนของเช็ก โดยนักลงทุนในประเทศมีสัดส่วนร้อยละ 82 ของธุรกรรมทั้งหมดในไตรมาสที่ 3 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขายสินทรัพย์ที่เคยเป็นของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ความต้องการสูงสุดคืออาคารสำนักงาน รองลงมาคือคลังสินค้าและพื้นที่อุตสาหกรรม ธุรกรรมที่โดดเด่น ได้แก่ การซื้ออาคารสำนักงาน River Garden II–III โดยกองทุนอสังหาริมทรัพย์ Aurelia ของเช็ก และการซื้อเขตอุตสาหกรรมใกล้เมือง České Budejovice โดยกลุ่มการลงทุนในประเทศ Accolade นอกจากนี้ Mrs. Lenka Šindelárová กล่าวเสริมว่า “ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เราคาดว่าจะปิดการทำธุรกรรมสำคัญได้หลายรายการ ทั้งในกลุ่มศูนย์การค้าและในกลุ่มอาคารสำนักงาน”
ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต.
จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติเช็ก (ČSÚ) ระบุว่าในภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง - ยุโรปกลาง (CEE) ซึ่งรวมสาธารณรัฐเช็กนั้น สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านอาหาร “ค่อนข้างสูง” อยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 - 25 ของค่าใช้จ่ายครัวเรือน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนสู่อัตราเงินเฟ้อที่ถูกขับเคลื่อนโดยราคาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในภาคเกษตร อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตร ในการส่งออกมายังสาธารณรัฐเช็ก โดยเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพดีหรือมีจุดเด่น อาทิ สินค้า premium ออร์แกนิก และสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่สามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคเช็กที่มีกำลังซื้อเพิ่มเติมได้ ประกอบกับตัวเลขการเติบโตของงานชั่วคราวในช่วงคริสต์มาส แสดงถึงความต้องการแรงงานสูงในภาคค้าปลีก โลจิสติกส์ และบริการ หากผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้า เช่น ของขวัญ ของตกแต่งคริสต์มาส สินค้า FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) เช่น อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverages) สินค้าของใช้ในบ้าน (Home care) ของใช้ส่วนตัว (Personal care) เป็นต้น โดยวางแผนโลจิสติกส์ให้ตอบโจทย์ seasonal demand โดยส่งออกให้ทันเวลา จะได้ประโยชน์มาก ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมสามารถแข่งขันในตลาดเช็ก โดยวิเคราะห์กลุ่มสินค้าอาหารไทย เช่น ผลไม้แปรรูป ขนมไทย สินค้าออร์แกนิก และสินค้าเพื่อสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับรสนิยมคนเช็กทั้งด้านภาษาและดีไซน์ ประกอบกับวางแผนโลจิสติกส์ตาม season เพื่อให้จัดส่งสินค้าให้ทันในช่วง demand สูง