
ในปี 2568 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี ได้สร้างฐานที่มั่นคงในเวทีสากลในฐานะประเทศชั้นนำด้านความสามารถของบุคลากร การอยู่อาศัยของชาวต่างชาติ การเดินทางเพื่อธุรกิจ และไลฟ์สไตล์หรูหรา โดยทำให้ปีนี้เป็นปีแห่งก้าวสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ติดอันดับท็อป 10 ด้านความสามารถของบุคลากรระดับโลก
ตามรายงานการจัดอันดับ World Talent Rankings ประจำปี 2568 โดย IMD ระบุว่ายูเออี ก้าวขึ้นไปอยู่อันดับที่ 9 จากทั้งหมด 69 ประเทศ เพิ่มขึ้น 8 อันดับจากปีก่อน นับเป็นครั้งแรกที่ยูเออี ติดอันดับ 10 อันดับแรก และถือเป็นผู้นำภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกด้านความสามารถของบุคลากร
การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากนโยบายรัฐบาลที่ตอบสนองแก่ผู้มีทักษะ การลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในพัฒนากำลังคน และสภาพแวดล้อมธุรกิจที่ปรับตัวต่อความต้องการแรงงานได้อย่างรวดเร็ว
นาย Arturo Bris ผู้อำนวยการศูนย์แข่งขันเชิงโลกของ IMD ระบุว่า ความสามารถในการ เคลื่อนย้ายแรงงานและความพร้อมของทักษะด้านการเงินของยูเออี อยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก ขณะที่แรงงานที่มีทักษะสูงอยู่อันดับที่ 3 “บริษัทในยูเออีลงทุนอย่างหนักในการพัฒนาบุคลากร ส่งผลให้แรงงานมีคุณภาพสูงขึ้นและดึงดูดนักลงทุนและองค์กรระดับโลกได้มากขึ้น”
นอกจากนี้ยูเออี ยังเป็นที่ดึงดูดนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศเป็นศูนย์กลางความรู้และนวัตกรรม มีพนักงานที่มีทักษะสูง รวมถึงผู้มีปริญญาเอกจำนวนมาก
สถานที่ที่น่าอยู่อาศัยและทำงานอันดับ 7 ของโลกสำหรับชาวต่างชาติ
ในรายงาน Expat Insider 2025 ของ Inter Nations ปรากฏว่าขณะนี้ยูเออีเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของโลก ในด้านสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติในการอยู่อาศัยและทำงาน โดยเพิ่มขึ้น 3 อันดับจากปีก่อน รายงานนี้สำรวจความเห็นของชาวต่างชาติกว่า 10,000 คนจาก 46 ประเทศ โดยเน้นคุณภาพชีวิต ความสะดวกในการตั้งถิ่นฐาน โอกาสในการทำงาน และบริการภาครัฐที่ครบวงจรและเข้าถึงได้ทางดิจิทัล
รัฐดูไบ กรุงอาบูดาบี และรัฐราสอัล-ไคมะห์ ได้คะแนนสูงเป็นพิเศษในด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล โครงสร้างพื้นฐาน และเสถียรภาพทางการเมือง โดยชาวต่างชาติกว่า 82% พอใจกับระบบบริการสุขภาพและตัวเลือกกิจกรรมสันทนาการ
ตลาดแรงงานแข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตในอาชีพคือปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดคนต่างชาติ โดย 78% ระบุว่าการโยกย้ายมาทำงานที่ยูเออี ช่วยพัฒนาการทำงานของพวกเขาได้อย่างมาก
รัฐบาลยูเออีได้พัฒนาโครงการวีซ่าใหม่ๆ อาทิ Golden Visa สำหรับผู้มีรายได้สูง นักลงทุน และผู้มีความสามารถพิเศษ วีซ่า Digital Nomad และวีซ่าเกษียณอายุ เพื่อดึงดูดกลุ่มบุคลากรและนักลงทุนหลากหลายกลุ่มทำให้เป็นประเทศที่เปิดกว้างและมีความยืดหยุ่นในการเข้าพำนัก
ดูไบ: จุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักธุรกิจและไลฟ์สไตล์หรูหรา
ดูไบได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 10 เมืองชั้นนำของโลกสำหรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจ โดยการวิจัยเทียบ 77 เมืองทั่วโลกในด้านความเร็ว Wi-Fi ความพร้อมของโรงแรม ความสะดวกในการเดินทาง และเสน่ห์ทางวัฒนธรรม
โดยพบว่าดูไบมีจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีกว่า 23,000 จุดด้วยความเร็วสูง ระเบียบโรงแรมหรูหรามากมาย และตัวเลือกการรับประทานอาหารและสันทนาการระดับโลก รวมทั้งตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนเพียง 7 ชั่วโมงในการเดินทางทางอากาศ จึงเป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีสำหรับผู้บริหารจากยุโรป เอเชีย และแอฟริกา
ขณะเดียวกับจากรายงาน Julius Baer Global Wealth and Lifestyle Report 2025 พบว่าดูไบขึ้นอยู่อันดับ 7 ของโลก ในด้านไลฟ์สไตล์หรูหรา นับได้ว่าเป็นเมืองที่ดึงดูดผู้มีรายได้สูงมากที่สุดในตะวันออกกลางโดยมูลค่าการขายสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 27% ในปีที่ผ่านมา และกลุ่มบุคคลมั่งคั่ง High-net-worth Individuals (HNWIs)เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในทศวรรษที่ผ่านมา ความต้องการสินค้าพรีเมียม เช่น รถยนต์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับบน เป็นตัวกระตุ้นการเติบโตนี้
ความน่าสนใจของดูไบยังได้รับแรงหนุนจากโครงการวีซ่าระยะยาว รัฐบาลเน้นการพัฒนาภาคการเงินและการท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเกิน 22 ล้านคนในปี 2568 ทำให้ดูไบเป็น ศูนย์เศรษฐกิจ นวัตกรรม และคุณภาพชีวิตอย่างเต็มตัว
ความเห็นของ สคต.ดูไบ
วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ของยูเออีและนโยบายที่เข้มแข็งได้เปลี่ยนประเทศให้เป็นศูนย์รวมบุคลากรระดับโลก ชาวต่างชาติ นักเดินทางธุรกิจ และผู้ที่แสวงหาคุณภาพชีวิตระดับสูง
การขยับขึ้นของอันดับโลกและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องที่สะท้อนถึงตลาดแรงงานที่มีพลวัต นโยบายวีซ่าที่ครอบคลุม และระบบธุรกิจที่พร้อมตอบสนอง ทำให้ Abu Dhabi และดูไบกลายเป็นตัวอย่างของประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง ความคล่องตัวระดับโลก และคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่าในยุคที่โลกเชื่อมต่อกันอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ยูเออีมีการเติบโตของเศรษฐกิจที่หลากหลายและยั่งยืน สามารถเป็นฐานตลาดที่มั่นคง ซึ่งเอื้อต่อการส่งออกของไทยในระยะยาว จะเป็นปัจจัยบวกที่เปิดโอกาสให้ไทยเพิ่มศักยภาพการส่งออก แต่ทั้งนี้จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับข้อกำหนดและความต้องการของตลาดดังกล่าวอย่างเหมาะสม
-------------------------------------------------------------------------------------