
Volkswagen (VW) กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของยุโรปอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาจะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันด้านกำไรอยู่เนือง ๆ โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าว Handelsblatt ได้รายงานว่า ยอดขายรถไฟฟ้าทั่วโลกของ เพิ่มขึ้น 14.3% หรือประมาณ 193,000 คัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เฉพาะในตลาดยุโรป Volkswagen เติบโตกว่า 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งแซงหน้าคู่แข่งอย่าง Tesla ไปแล้วแบบไม่เห็นฝุ่น (จำนวนการจดทะเบียน) โดยกลุ่มบริษัท VW จะยังไม่ประกาศตัวเลขการส่งมอบอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ จนกว่าจะถึงเช้าวันพุธที่จะถึงนี้ โดยยี่ห้อรถ VW เป็นแบรนด์หลักและใหญ่ที่สุดในอาณาจักรของ Volkswagen และครองส่วนแบ่งการส่งมอบส่วนใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เยอรมัน และเป็นหนึ่งในบริษัทบ่งชี้ดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ฯ (DAX) ด้านนาย Martin Sander ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ VW ให้สัมภาษณ์กับ Handelsblatt ว่า “อัตราการเติบโตของ Volkswagen ที่ในยุโรปนั้นน่าประทับใจมาก” อย่างไรก็ดีขณะนี้บริษัทฯ ยังมีความกังวลในประเด็นของตลาดสหรัฐฯ และจีน เนื่องจากยอดขายรถไฟฟ้าและรถไฮบริดในทั้ง 2 ตลาดกลับลดลง โดยรวมแล้วยอดขายของยี่ห้อ VW เติบโตขึ้น 4.5% เป็น 2.32 ล้านคัน ในช่วงครึ่งปีแรก
รถยนต์ยี่ห้อ Volkswagen กำลังกลายมาเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าในเยอรมนี ปัจจุบันรถไฟฟ้าซีดาน ID.7 เป็นรถที่ขายดีที่สุดในเยอรมนี โดยในยุโรป Volkswagen จำหน่ายรถไฟฟ้าทั้งสิ้น 3 รุ่น ได้แก่ ID.3, ID.4 และ ID.7 ซึ่งล่าสุด ID.7 ติดอันดับห้ารถไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในแง่ยอดจดทะเบียน Tesla Model Y ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งในยุโรปอยู่ ในด้านการส่งมอบรถไฟฟ้าในยุโรป เป็นเวลาช้านานที่ Tesla ครองอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป Volkswagen ได้ก้าวมาเป็นผู้นำด้านสถิติการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปแทนที่เรียบร้อยแล้ว สัปดาห์ที่แล้ว Tesla ประกาศว่า ในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายลดลง 13.5% แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลเฉพาะเจาะจงสำหรับตลาดยุโรป ด้านนาย Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้กล่าวถึงยุโรปต่อหน้าสาธารณชนว่า “ยุโรปเป็นตลาดที่อ่อนแอที่สุดของ Tesla” และกล่าวว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม Tesla ยังคงแข็งแกร่งในทุกพื้นที่ ตัวเลขพิเศษจาก Dataforce แพลตฟอร์มข้อมูลด้านธุรกิจภาคอุตสาหกรรมเปิดเผยถึงช่องว่างระหว่าง VW และ Tesla อย่างละเอียด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2025 Tesla เสียยอดจดทะเบียนในยุโรปไปเกือบหนึ่งในสาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ Volkswagen เติบโตถึง 90% ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขเดือนมิถุนายน 2025 ยังไม่สามารถแสดงได้ครบถ้วนบนแพลตฟอร์ม และสิ่งที่น่าสนใจ คือ Tesla มักจะเพิ่มยอดขายในยุโรปในช่วงปลายไตรมาส จะมีเพียงเดือนมีนาคมเท่านั้นที่ทั้งสองแบรนด์มียอดขายสูสีกันในตลาดยุโรป
ในเดือนเมษายน 2025 Tesla มียอดการจดทะเบียนใหม่เพียง 8,000 คันเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขรายเดือนที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 เป็นต้นมา นอกจากนี้ Volkswagen ยังสามารถขายรถ EV ได้มากกว่า Tesla ถึงสามเท่าในเดือนเดียวกัน ดูเหมือนว่า Tesla กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาผลประกอบการที่อ่อนแอของตนแล้ว สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า นาย Musk ได้เข้ามากำกับดูแลการผลิตและการขายในยุโรปด้วยตนเอง ในขณะที่ นาย Constantin Gall หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้เชี่ยวชาญด้านการสัญจรของบริษัทที่ปรึกษา EY เชื่อว่า ความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตรถ EV ของเยอรมันในปัจจุบันมีกำลังเทียบเคียงได้กับ Tesla และกล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ใหม่ในยุโรปกำลังถูกปรับเปลี่ยนรูปโฉมอีกครั้ง” การลงทุนของ Volkswagen และผู้ผลิตรายอื่น ๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น เวลาในการชาร์จที่เร็วขึ้นและซอฟต์แวร์ที่ดีขึ้น จุดเด่นเหล่านี้กำลังออกดอกออกผลให้เห็นเป็นรูปธรรม นาย Gall กล่าวว่า “ความท้าทายในตอนนี้คือ การสร้างรายได้จากรถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้” โดย Volkswagen ทำให้ธุรกิจ EV ของตนเติบโตด้วยส่วนลดจำนวนมาก ล่าสุดศูนย์กลางของ Volkswagen ที่ที่เมือง Wolfsburg เพิ่งขยายแคมเปญให้ส่วนลดสำหรับรถรุ่น ID ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ซึ่งทำให้ราคา ID.3 ต่ำกว่าระดับ 30,000 ยูโร ซึ่งเป็นระดับราคาที่มีความสำคัญทางจิตวิทยาสำหรับผู้ซื้อมาก ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่อย่าง ID.4, ID.5 และ ID.7 ก็ลดราคาลงอย่างมากเช่นกัน นอกจากนี้ แรงจูงใจในการซื้อดังกล่าวยังช่วยให้โรงงานผลิตรถ EV ของ Volkswagen ในเมือง Emden และ Zwickau สามารถใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตของโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งในเวลาเดียวกัน Volkswagen จำเป็นต้องเร่งเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เข้มงวดของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ของผู้ผลิตยานพาหนะใน EU ต่อปี (เยอรมัน: Flottengrenzwert, CO2 emission performance standards for cars and vans) เนื่องจากกฎระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ในระดับองค์กร แบรนด์หลักที่มียอดขายสูงอย่าง Volkswagen จึงมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะมีความสำคัญต่อการจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซฯ และภาพลักษณ์มาก แต่ธุรกิจรถ EV ก็ยังทำกำไรได้ไม่เพียงพอสำหรับ VW นาย Sander สมาชิกคณะกรรมการ และผู้อำนวยการฝ่ายขายของ VW ย้ำว่าแบรนด์ VW กำลังสร้างรายได้จากรถยนต์ไฟฟ้า แต่ตัวเลขนี้ต่ำกว่าเป้าหมายผลตอบแทน 6.5% ที่ VW ตั้งเป้าไว้ภายในปี 2029 ในไตรมาสแรกผลตอบแทนจากการดำเนินงานต่อยอดขายของแบรนด์ VW ลดลงเหลือ 0.5% จาก 3.9% ในปีก่อนหน้า สาเหตุนี้เป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านปริมาณการปล่อยก๊าซฯ และต้นทุนการปรับโครงสร้างที่สูงนั้นเอง
จาก Handelsblatt 12 กันยายน 2568