

กระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชาเปิดเผยข้อมูลว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้ กัมพูชาส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์คิดเป็นมูลค่า 753.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 272.45 ล้านดอลลาร์ หรือ 56.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่าส่งออก 480 ล้านดอลลาร์
โดยกัมพูชากำลังเดินหน้าดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในภาคอุตสาหกรรมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยเฉพาะในด้านการแปรรูปและการเพิ่มมูลค่า เพื่อใช้ประโยชน์จากผลผลิตดิบที่มีอยู่จำนวนมาก และสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
ตามข้อมูลจาก สมาคมเม็ดมะม่วงหิมพานต์กัมพูชา (Cashew nut Association of Cambodia : CAC) ระบุว่า ขณะนี้ได้มีการหารือกับนักลงทุนต่างชาติจากจีน อินเดีย และสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ อุทยานอุตสาหกรรมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew Industrial Park : CIP) ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายในการยกระดับกัมพูชาให้เป็นศูนย์กลางการแปรรูปและส่งออกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในระดับภูมิภาค ควบคู่ไปกับนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย หากขยายกิจการในประเทศ
ในแถลงการณ์ของ CAC ระบุว่า รัฐบาลได้จัดสรรที่ดิน 400 เฮกตาร์ในจังหวัดกัมปงธม เพื่อพัฒนาโครงการ CIP โดยมีแผนจะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยมีมาตรการสนับสนุนมากมาย เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษีและภาษีศุลกากร การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐสนับสนุน สิทธิในการถือครองที่ดินเต็มรูปแบบ (เช่าจากรัฐบาลโดยไม่มีผู้ถือหุ้นกัมพูชา) การเช่าที่ดินระยะยาวในราคาที่เข้าถึงได้ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนอื่น ๆ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ CAC เน้นว่า อุทยานอุตสาหกรรมเม็ดมะม่วงหิมพานต์จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และสร้างเสถียรภาพด้านราคาสินค้าเกษตร ในขณะที่ความต้องการผลิตภัณฑ์จากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ในตลาดโลกยังคงเพิ่มขึ้น กัมพูชากำลังปรับตำแหน่งของตนให้กลายเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรม โดยมี จังหวัดกัมปงธม เป็นศูนย์กลางการแปรรูปสำคัญ
ด้าน นาย Suy Kokthean รองประธาน CAC ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ขณะนี้กัมพูชาเป็นผู้ผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และคาดว่าจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในเร็ว ๆ นี้ โดยเขาเสริมว่า กัมพูชามีชื่อเสียงด้านคุณภาพของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และด้วยนโยบายจูงใจการลงทุนของรัฐบาล เช่น โครงการส่งเสริมการลงทุน QIP-Plus นักลงทุนจะได้รับผลประโยชน์อย่างมากหากขยายกิจการในประเทศ
ข้อมูลที่น่าสนใจ
กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries : MAFF) ระบุว่า กัมพูชามีพื้นที่เพาะปลูกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ประมาณ 580,117 เฮกตาร์ ซึ่งจัดเป็นประเทศที่มีพื้นที่เพาะปลูกมากเป็น อันดับสามของโลก โดยจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุด (อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ) ได้แก่ 1) กัมปงธม: 147,700 เฮกตาร์ 2) กระแจะ: 102,500 เฮกตาร์ และ 3) รัตนคีรี: 97,200 เฮกตาร์
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. กัมพูชาถือเป็นแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ในกลุ่มเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่มีแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดโลก ซึ่งไทยสามารถใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่มีอยู่จำนวนมากนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดกัมปงธม กระแจะ และรัตนคีรี ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทย เพื่อผลิตสินค้าร่วมกันโดยใช้เทคโนโลยีด้านอาหารแปรรูปที่ไทยมีความชำนาญอยู่แล้ว และกัมพูชายังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากประเทศพัฒนาแล้วผ่านระบบ DCTs เช่น สหราชอาณาจักร
2. ค่าแรงในภาคเกษตรและแรงงานแปรรูปในกัมพูชายังถือว่าต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงไปได้มาก
3. รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่เปิดกว้างให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะได้ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี ศุลกากร และการนำเข้าเครื่องจักร ตามระบบ QIP-Plus ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อาจพิจารณาเข้ามาหาลู่ทางในการลงทุนธุรกิจนี้ในกัมพูชาได้
___________________________________________________________________________
ที่มา: Khmer Times
30 กรกฎาคม 2568